เพลิงผลาญวิญญาณ

ตอนที่ 9 — พลังลี้ลับใต้พิภพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 999 คำ

แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก เย็นเยียบจนแทบจะชาไปทั้งร่าง ลมหายใจของเขาหอบถี่ขึ้นทุกขณะ ราวกับถูกบีบคั้นจากพลังงานอันมองไม่เห็นที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางสุสานโบราณแห่งนี้

“นี่มันอะไรกันแน่…” เสียงแหบพร่าของภูผาหลุดรอดออกมาอย่างแผ่วเบา ‌ดวงตาของเขาเบิกกว้าง สอดส่ายมองไปรอบตัวที่บัดนี้ดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หมอกสีดำทมิฬ ก่อตัวขึ้นราวกับมีชีวิต ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้นดิน สูดกินแสงจันทร์จนแทบไม่เหลือ

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าภูผา ไม่ใช่ภาพของสุสานโบราณอันสงบเงียบอีกต่อไป แต่มันคืออาณาเขตแห่งความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา ​ยิ่งเขาพยายามตั้งสติ ยิ่งสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลที่กำลังฉุดรั้งวิญญาณของเขาให้ดำดิ่งลงไปสู่ห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า

“ไม่… ข้าต้องไม่ยอมแพ้!” ภูผากัดฟันกรอด ความเจ็บปวดที่แล่นปราดไปทั่วร่างจากการโจมตีครั้งก่อนหน้านั้น ยังคงเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดี ว่าเขาต้องเอาชนะสิ่งชั่วร้ายนี้ให้ได้ เขาหลับตาลง ‍ชำระจิตใจให้สงบ พยายามค้นหาพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน

ทันใดนั้นเอง สัมผัสอันประหลาดก็แล่นผ่านปลายนิ้วที่สัมผัสกับพื้นดิน สัมผัสถึงความเย็นเยียบที่แตกต่างออกไป ไม่ใช่ความเย็นจากดินชื้น แต่เป็นความเย็นที่แผ่ซ่านจากสิ่งที่มีชีวิต… หรือเคยมีชีวิต? ภูผาลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภายใต้หมอกสีดำนั้น ‌เขากลับมองเห็นแสงสีฟ้าเรืองรองจางๆ ส่องประกายขึ้นมาจากรอยแตกของแผ่นหินโบราณที่ทอดตัวเป็นทางยาวไปทั่วพื้นดิน แสงนั้นราวกับเส้นเลือดแห่งชีวิตที่กำลังเต้นตุบๆ อยู่ใต้ผืนโลก

“นี่มัน… พลังงาน?” ภูผาพึมพำ เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับแสงสีฟ้าที่อ่อนระยิบระยับนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลงไป ‍พลังงานเย็นเยียบแต่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาก็พุ่งพล่านเข้าสู่ร่างของเขา ความเจ็บปวดที่เคยมีพลันเลือนหายไป แทนที่ด้วยความสดชื่นที่ไหลเวียนไปทั่วทุกอณู

“พลังแห่งบรรพกาล… ถูกปลุกขึ้นแล้ว” เสียงทุ้มต่ำก้องกังวานขึ้นในหัวของภูผา เป็นเสียงที่ไม่ใช่ของเขาเอง แต่เป็นเสียงที่กึกก้องและเต็มไปด้วยอำนาจ

ทันใดนั้น แผ่นหินโบราณที่ทอดตัวเป็นทางยาวก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ​รอยแตกที่เคยมีแสงสีฟ้าเรืองรอง บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้ม เปลวเพลิงที่ดูดกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย แต่กลับไม่ทำลายล้าง

“เพลิงวิญญาณ…” ภูผารู้สึกถึงพลังงานอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากเปลวเพลิงนั้น มันคือพลังเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสเมื่อครั้งที่เผชิญหน้ากับเหล่าภูตผีปีศาจในอดีต แต่ครั้งนี้มันยิ่งใหญ่กว่า รุนแรงกว่า ​และอันตรายกว่าหลายเท่า

เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มเริ่มปะทุขึ้นเป็นวงกว้าง ลามเลียไปตามพื้นดิน ราวกับงูยักษ์ที่กำลังตื่นจากการหลับใหล หมอกสีดำที่ปกคลุมอยู่เริ่มถูกเปลวเพลิงกลืนกิน สลายไปทีละน้อย เผยให้เห็นถึงทิวทัศน์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม

แท่นบูชาหินโบราณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นตรงใจกลางสุสาน ที่นั่นมีรูปสลักของยักษ์ตนหนึ่งกำลังยืนผงาด ดวงตาของมันกลวงโบ๋ ​แต่กลับทอประกายสีแดงฉาน ราวกับกำลังจ้องมองมาที่ภูผา

“เจ้า… คือผู้ถูกเลือก?” เสียงก้องกังวานดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าเดิม ราวกับมาจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ

ภูผาเงยหน้าขึ้นมองแท่นบูชาด้วยความตกตะลึง เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้สึกได้ว่าพลังงานมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากแท่นบูชานั้น กำลังผูกมัดเขาไว้กับชะตากรรมบางอย่าง

“ข้า… ไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น” ภูผาตอบออกไปอย่างสั่นเครือ

“เจ้าสัมผัสได้ถึงพลังแห่ง ‘อัคคีมาร’… พลังที่ถูกผนึกไว้ในสุสานแห่งนี้มานานนับพันปี” เสียงนั้นอธิบาย “และตอนนี้… มันกำลังจะถูกปลดปล่อย”

ทันใดนั้นเอง เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มก็พวยพุ่งออกจากรอยแตกบนแท่นบูชา ล้อมรอบรูปสลักยักษ์เอาไว้ ร่างของยักษ์เริ่มสั่นสะเทือน พลังอันมหาศาลกำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากมัน

“อัคคีมาร… เป็นสิ่งที่ดำมืดที่สุด… เป็นพลังที่สามารถเผาผลาญได้แม้กระทั่งวิญญาณ…” เสียงนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่น “และตอนนี้… มันกำลังจะหลุดพ้นจากการถูกจองจำ”

ภูผาเบิกตากว้าง เขาตระหนักได้ทันทีว่าสิ่งเลวร้ายที่เขากำลังเผชิญอยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องธรรมดา พลังที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมานี้ ทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

“หากอัคคีมารถูกปลดปล่อย… มันจะกลืนกินทุกสิ่ง… รวมถึงมหานครอันศิวิไลซ์ที่อยู่เบื้องหน้า” เสียงนั้นเน้นย้ำ “วิญญาณของมนุษย์จะถูกเผาไหม้… เหลือเพียงเถ้าธุลี”

ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพลันถาโถมเข้าใส่ภูผา เขาไม่สามารถปล่อยให้สิ่งเลวร้ายนี้เกิดขึ้นได้ เขาต้องทำอะไรบางอย่าง!

“ข้า… จะหยุดยั้งมัน!” ภูผากล่าวด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่รู้ว่าพลังของเขาจะพอต่อกรกับอัคคีมารได้หรือไม่ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

“เจ้า… มีหนทางเดียวที่จะทำได้” เสียงนั้นกล่าว “เจ้าต้องยอมรับพลังของอัคคีมาร… และควบคุมมัน… ก่อนที่มันจะควบคุมเจ้า”

“รับ… พลังของมัน?” ภูผาตกใจ เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวิธีที่บ้าบิ่นเช่นนี้ “แต่มันอันตราย… ข้าอาจจะถูกเผาผลาญไปพร้อมกับมัน”

“ถูกต้อง… มันคือการเดิมพันที่สูงที่สุด” เสียงนั้นยอมรับ “แต่หากเจ้าทำสำเร็จ… เจ้าจะกลายเป็นผู้ถือครองเพลิงผลาญวิญญาณ… ผู้ที่จะสามารถต่อกรกับความมืดมิดนี้ได้”

เปลวเพลิงสีน้ำเงินเข้มรอบตัวยักษ์เริ่มปะทุรุนแรงขึ้นอีก รัศมีของมันแผ่กว้างออกไปเรื่อยๆ ราวกับจะกลืนกินทั้งสุสานแห่งนี้

“ตัดสินใจเถอะ… ภูผา” เสียงนั้นเร่งเร้า “เวลาของเจ้าเหลือน้อยเต็มที”

ภูผาหลับตาลงอีกครั้ง พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมด เขาจินตนาการถึงมหานครที่กำลังจะถูกเพลิงวิญญาณกลืนกิน ภาพของความพินาศ ความสิ้นหวัง… และใบหน้าของผู้คนที่เขารัก…

“ข้า… จะทำ” ภูผากล่าวออกมาอย่างหนักแน่น

ทันใดนั้น แผ่นหินโบราณที่แตกออกก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีน้ำเงินที่เจิดจ้ากว่าเดิม พลังงานอันมหาศาลพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของภูผา เขารู้สึกราวกับร่างกายกำลังจะระเบิดออก ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นปราดไปทั่วทุกอณู แต่นั่นก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

เขาเห็นภาพต่างๆ ผุดขึ้นในหัวอย่างรวดเร็ว เป็นภาพของประวัติศาสตร์อันยาวนานของสุสานแห่งนี้ ภาพของเหล่าผู้ที่เคยพยายามผนึกอัคคีมาร… และภาพของความล้มเหลวของพวกเขา

“เจ้ากำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์” เสียงนั้นกระซิบ “จงใช้มัน… อย่าให้มันใช้เจ้า”

ภูผารู้สึกถึงพลังที่กำลังหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขา มันไม่ใช่พลังที่สบาย แต่เป็นพลังที่ร้อนแรง ดิบเถื่อน และอันตรายอย่างยิ่งยวด เขาพยายามกัดฟันอดทน จินตนาการถึงเปลวเพลิงสีน้ำเงินที่ค่อยๆ กลายเป็นอาวุธของเขา ไม่ใช่สิ่งที่จะทำลายล้างเขา

“ข้า… จะเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของข้าเอง!” ภูผาร้องตะโกน เสียงของเขาเต็มไปด้วยพลังและความเด็ดเดี่ยว

เปลวเพลิงสีน้ำเงินรอบตัวยักษ์เริ่มอ่อนแสงลงเล็กน้อย แต่พลังงานที่แผ่ซ่านออกมากลับยิ่งเข้มข้นขึ้น ภูผาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในตัวเขาเอง

เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเองก็กำลังเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ เช่นเดียวกับแสงที่ส่องประกายจากรอยแตกบนแผ่นหิน

“อัคคีมาร… ข้าจะควบคุมเจ้า!” ภูผากล่าว เขาลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้จะยังรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยพลังที่เปี่ยมล้น

ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องอันโหยหวนก็ดังขึ้นมาจากทิศทางตรงกันข้ามของสุสาน เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงของบางสิ่งที่ชั่วร้าย และกำลังคืบคลานเข้ามา

ภูผาหันขวับไปมองตามเสียง ร่างของเขาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้

“มัน… มาแล้ว” เสียงนั้นกล่าว

ในความมืดมิดของสุสานโบราณ ปรากฏร่างของบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว มันคือเงาดำทะมึนที่รูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉาน ราวกับกำลังจ้องมองมาที่ภูผาด้วยความกระหาย

“นี่… ไม่ใช่แค่การผนึกอัคคีมารอีกต่อไปแล้ว” ภูผาพึมพำ “นี่คือสงคราม… สงครามแห่งวิญญาณ!”

เงาดำทะมึนนั้นเริ่มพุ่งเข้าใส่ภูผาอย่างรวดเร็ว โดยที่เปลวเพลิงสีน้ำเงินรอบตัวเขาก็พลันลุกโชนขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ

ภูผาพร้อมแล้ว… ที่จะเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง… เขาพร้อมแล้ว… ที่จะกลายเป็น “เพลิงผลาญวิญญาณ” อย่างแท้จริง…

เขาจะสามารถควบคุมพลังอันมหาศาลนี้ได้หรือไม่? และเงาดำทะมึนที่ปรากฏขึ้นนั้นคือสิ่งใด? อนาคตของมหานคร… และวิญญาณของมนุษย์… ขึ้นอยู่กับเขา… เพียงผู้เดียว…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงผลาญวิญญาณ

เพลิงผลาญวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!