เพลิงผลาญวิญญาณ

ตอนที่ 10 — ตราสัญลักษณ์แห่งคำสาป

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 879 คำ

แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก ความเหนื่อยล้ากร่อนกินร่างกาย แต่จิตใจกลับตื่นตัวราวกับมีประกายไฟแล่นพล่านอยู่ภายใน กลิ่นอายประหลาดที่ผสมปนเปไปด้วยความเก่าแก่ ดิน ‌กลิ่นอายแห่งความตาย และอะไรบางอย่างที่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ยังคงคุกรุ่นอยู่รอบกาย

“นี่มัน…อะไรกันแน่” ภูผาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า เขาพยายามเพ่งมองไปยังพื้นดินเบื้องหน้า ที่ซึ่งเมื่อครู่ดูเหมือนจะก่อตัวเป็นลวดลายประหลาดภายใต้แสงจันทร์ แสงที่สาดลงมาขณะนั้นมีความเข้มข้นผิดปกติราวกับถูกกลั่นมาโดยเฉพาะ ​เป็นแสงที่ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูโปร่งใสขึ้น เห็นรายละเอียดที่ปกติจะมองไม่เห็น

ทันใดนั้นเอง พื้นดินตรงหน้าเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม เศษหิน ดิน ทราย กลิ้งเกลื่อนไปมา ‍ภูผาต้องรีบใช้มือยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหลัก ลวดลายที่เคยเลือนราง บัดนี้กลับคมชัดขึ้น ราวกับถูกสลักลงไปในเนื้อดินจริงๆ มันเป็นสัญลักษณ์ที่ประหลาด ซับซ้อน บิดเบี้ยว และแฝงไว้ด้วยพลังงานที่น่าสะพรึงกลัว ‌ภูผารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลที่มาจากสัญลักษณ์นั้น ราวกับมันกำลังสูบเอาพลังชีวิตของเขาเข้าไป

“เจ้าเห็นมันแล้วสินะ” เสียงแหบโหยดังขึ้นจากที่ใดสักแห่ง ไม่ใกล้ไม่ไกล เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนกระดาษที่ถูกขยี้ซ้ำๆ แต่กลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของภูผาอย่างชัดเจน

ภูผาผงกหัวขึ้น หันไปมองรอบกายอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พบเห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ ‍รอบตัวมีเพียงความมืดสลัว ต้นไม้สูงใหญ่ที่บิดเบี้ยวบิดกิ่งก้านสาขาประดุจเงาปีศาจ และสุสานโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

“ใคร!” เขาตะโกนถาม เสียงก้องกังวานไปทั่วบริเวณ

“ผู้ที่ถูกผนึก…ผู้ที่ถูกจองจำ…ผู้ที่เฝ้ารอ” เสียงนั้นตอบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ฟังดูใกล้เข้ามา ราวกับมันกำลังคลานออกมาจากใต้ดิน

ภูผาลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง ​มือข้างหนึ่งเตรียมพร้อมที่จะคว้าอาวุธประจำกาย มีดสั้นที่คมกริบสะท้อนแสงจันทร์เพียงริบหรี่ เขาไม่รู้ว่าศัตรูของเขาเป็นอะไร แต่สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา

“ออกมา!” ภูผากล่าวเสียงเข้ม

ทันใดนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากเงามืดเบื้องหลังแท่นศิลาโบราณ ร่างนั้นผอมบางจนน่ากลัว ​แขนขายาวเก้งก้าง ดวงตาโบ๋ลึกไร้แวว ผิวหนังซีดเผือดราวกับกระดาษที่ถูกทิ้งไว้กลางแดดนานนับศตวรรษ สวมใส่ชุดขาดวิ่นที่เคยเป็นอาภรณ์หรูหราบ่งบอกถึงยศถาบรรดาศักดิ์ในอดีต

“เจ้า…ไม่ใช่คน” ภูผากล่าวอย่างประหลาดใจ

“ข้าเคยเป็น…แต่บัดนี้…ข้าคือสิ่งที่เหลืออยู่” ร่างนั้นตอบ ดวงตาโบ๋ลึกของมันจับจ้องไปที่สัญลักษณ์บนพื้นดิน “เจ้า…ได้ปลุกมันขึ้นมาแล้ว”

“ปลุกอะไร?” ​ภูผาถามอย่างไม่เข้าใจ

“ตราสัญลักษณ์แห่งคำสาป…ตราสัญลักษณ์ที่ผนึกข้าไว้…และกำลังจะปลดปล่อยพลังอำมหิตที่ถูกกักขังมาเนิ่นนาน” ร่างนั้นว่าพลางชี้ไปยังสัญลักษณ์ที่ส่องแสงเรืองรองจางๆ

ภูผาก้มมองสัญลักษณ์นั้นอีกครั้ง มันดูเหมือนจะเป็นรูปดวงตาที่ถูกล้อมรอบด้วยเส้นสายที่บิดเบี้ยว แต่เมื่อมองนานๆ ก็จะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังจ้องตอบกลับมา มันแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะหลุดพ้น

“นี่มัน…มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น?” ภูผาเริ่มรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง

“มันกำลังจะกลืนกิน…ทุกสิ่ง” ร่างนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “พลังที่ถูกกดทับมานานหลายพันปี…กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา…ผ่านตราสัญลักษณ์นี้…เพื่อแผดเผาทุกชีวิต…ในมหานครแห่งนี้”

“มหานคร?” ภูผาทวนคำ “นี่ไม่ใช่แค่สุสานแห่งนี้…แต่หมายถึงเมืองทั้งเมือง?”

“ใช่…เมืองที่เต็มไปด้วยชีวิต…เมืองที่เต็มไปด้วยความโลภ…ความเห็นแก่ตัว…ความเฉยชา…สมควรแล้วที่จะถูกชำระล้างด้วยเพลิงวิญญาณ” ร่างนั้นกล่าวเน้นคำสุดท้าย ราวกับกำลังจะประกาศก้อง

ภูผาอึ้งไป เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะบานปลายไปถึงขนาดนี้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ หากเขามีส่วนทำให้เกิดหายนะครั้งใหญ่เช่นนี้ เขาต้องหาทางแก้ไข

“แล้ว…เจ้าล่ะ?” ภูผาถาม “เจ้าถูกผนึกอยู่ที่นี่มานานแค่ไหน?”

“นานเกินกว่าจะนับ…นานเกินกว่าจะจำ…ข้าเฝ้ามองมนุษย์เข้ามา…ใช้พลังงานแห่งความตายนี้…เพื่อสนองความต้องการของตนเอง…จนกระทั่งเจ้า…เจ้าเข้ามาด้วยเจตนาที่แตกต่าง…เจ้าสัมผัสถึงความเจ็บปวด…ของจิตวิญญาณที่ถูกกักขัง…” ร่างนั้นตอบ ชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามรวบรวมความคิด “และนั่น…คือสิ่งที่ทำให้ตราสัญลักษณ์…เริ่มทำงาน…”

“แต่ข้า…ข้าไม่ได้ตั้งใจ…” ภูผาพยายามอธิบาย

“เจตนาไม่สำคัญ…เมื่อพลังถูกปลุก…เมื่อตราสัญลักษณ์ถูกกระตุ้น…มันจะทำหน้าที่ของมัน…และหน้าที่ของมัน…คือการปลดปล่อย” ร่างนั้นกล่าวตัดบท

ทันใดนั้นเอง ลวดลายบนพื้นดินก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง แสงสีม่วงเข้มอมดำแผ่ออกมาจากสัญลักษณ์นั้น ราวกับมันกำลังหายใจเอาอากาศเข้าไป พลังงานอันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ต้นไม้รอบข้างเหี่ยวเฉาลงในพริบตา ใบไม้แห้งกรอบกลายเป็นฝุ่นผง

ภูผาต้องรีบกลิ้งตัวหลบ เพราะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผา แม้จะไม่ใช่เปลวไฟที่มองเห็นได้ แต่เป็นความร้อนที่มาจากภายใน เป็นความร้อนที่กัดกินจิตวิญญาณ

“พลัง…มันกำลังเพิ่มขึ้น!” ร่างนั้นร้องเสียงหลง “เจ้าต้องหยุดมัน…ก่อนที่มันจะสมบูรณ์!”

“หยุดมันได้อย่างไร?” ภูผาถามอย่างร้อนรน

“ตราสัญลักษณ์นี้…มันผูกติดกับพลังชีวิตของผู้ที่ปลุกมัน…เจ้า…คือผู้ที่ปลุกมัน…ดังนั้น…เจ้าต้องทำลายมัน…ด้วยพลังของเจ้าเอง” ร่างนั้นกล่าว

“ทำลายมัน…ด้วยพลังของข้า?” ภูผาขมวดคิ้ว “แต่ข้า…ข้าไม่มีพลังมากพอ…”

“เจ้ามี…เจ้าสัมผัสถึงมันแล้ว…สัมผัสถึงความเจ็บปวด…สัมผัสถึงความโกรธแค้น…สัมผัสถึงความปรารถนา…จงใช้มัน…จงหลอมรวมมัน…เข้ากับพลังของเจ้า…แล้วโจมตี…ที่ใจกลางของสัญลักษณ์!” ร่างนั้นตะโกน

ภูผาหันไปมองตราสัญลักษณ์อีกครั้ง แสงสีม่วงดำเข้มขึ้นเรื่อยๆ มันกำลังจะระเบิดออก บังคับให้เขาต้องตัดสินใจ

“ข้า…จะลองดู!” ภูผากล่าว เขาหลับตาลง พยายามรวบรวมสติ สัมผัสถึงความรู้สึกที่หลากหลายที่เกิดขึ้นภายในใจ ทั้งความกลัว ความโกรธ ความเห็นใจ ความรับผิดชอบ เขาพยายามหลอมรวมมันเข้าด้วยกัน ดึงพลังงานที่แผ่ซ่านออกมาจากจิตวิญญาณของตนเอง

ในขณะเดียวกัน ร่างผอมบางนั้นก็ค่อยๆ ถอยร่นกลับเข้าไปในเงามืด ดวงตาโบ๋ลึกของมันยังคงจับจ้องมาที่ภูผา “ขอให้โชคดี…มนุษย์…ชะตากรรมของมหานคร…อยู่ในกำมือของเจ้าแล้ว…”

ภูผายังคงหลับตา ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกเผาไหม้จากภายใน แต่ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย เป็นความรู้สึกของพลังงานที่กำลังไหลบ่า พลังงานที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันทั้งน่ากลัว และน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน

“ขอให้…ข้าทำได้…” เขาพึมพำ

พลัน! สัญญาณเตือนภัยจากตึกระฟ้าในมหานครที่อยู่ห่างไกล เริ่มดังขึ้น เสียงหวีดแหลมที่น่ารำคาญเริ่มดังไล่ระดับขึ้นบ่งบอกถึงเหตุการณ์ไม่ปกติที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองหลวงแห่งนี้

ภูผาเอื้อมมือข้างหนึ่งออกไป ชี้ไปยังใจกลางของตราสัญลักษณ์ที่กำลังเปล่งประกายอย่างบ้าคลั่ง พลังงานสีดำอมม่วงพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา ราวกับสายฟ้าแห่งนรกที่พุ่งเข้าใส่เป้าหมาย

การต่อสู้ครั้งสุดท้าย…กำลังจะเริ่มต้นขึ้น…แต่ภูผาจะสามารถหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ได้หรือไม่…หรือว่ามหานครจะถูกกลืนกินด้วยเพลิงวิญญาณ…จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงผลาญวิญญาณ

เพลิงผลาญวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!