แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก ความเหนื่อยล้ากัดกินทุกอณูของร่างกาย แต่จิตใจกลับแข็งแกร่งกว่าที่เคย ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังใจกลางของวงเวทโบราณที่สลักเสลาอยู่บนพื้นหินสีดำสนิท รัศมีสีม่วงเข้มที่ปลดปล่อยออกมาจากใจกลางนั้น บัดนี้เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับเลือดที่กำลังจะหลั่งริน
“มันกำลังจะแตกสลาย…” เสียงกระซิบแหบพร่าของจอมขมังเวทดังขึ้นข้างหู ภูผาไม่หันไปมอง เขายังคงจดจ่ออยู่กับปรากฏการณ์เบื้องหน้า ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในอก ความรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่การผนึกอีกต่อไป แต่มันกำลังจะกลายเป็นหายนะ
“พลังอำมหิตนั้น…กำลังจะหลุดพ้น” จอมขมังเวทกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะประคองวงเวทที่กำลังสั่นคลอน แต่ดูเหมือนว่าแรงต้านจากพลังที่อยู่ภายในนั้นจะเกินกว่าที่เขาจะรับมือไหว
“ข้า…ข้าสัมผัสได้ถึงมัน…” ภูผากล่าวเสียงแผ่วเบา คำพูดหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านพื้นดินขึ้นมาถึงร่าง ก้อนหินบางส่วนรอบๆ วงเวทเริ่มร้าว บ่งบอกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้น
ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานจากใจกลางวงเวทก็พลันสว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่ผุดขึ้นมาจากใต้พิภพ ความร้อนแผ่ซ่านออกมาอย่างน่ากลัว จนภูผาต้องยกแขนขึ้นมาป้องหน้า แม้จะอยู่ห่างออกมาพอสมควร แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผดเผา
“ไม่! ต้องหยุดมัน!” จอมขมังเวทตะโกนสุดเสียง ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีเขียวอ่อนออกมา พยายามเสริมกำลังให้กับวงเวทที่กำลังจะแตกสลาย เส้นเลือดปูดโปนขึ้นที่ขมับ เหงื่อไหลอาบไปทั่วใบหน้า
แต่…มันสายเกินไป
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาไฟระเบิด ก้องกังวานไปทั่วบริเวณสุสานโบราณ แสงสีแดงฉานที่เคยถูกกักขังไว้ บัดนี้ได้ทะลักทะลวงออกมาเป็นสาย บิดเบี้ยว บดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า คลื่นพลังงานมหาศาลที่มองไม่เห็น ซัดกระหน่ำเข้าใส่ทุกสรรพสิ่ง
ภูผาถูกแรงปะทะมหาศาลซัดกระเด็นไปไกล ร่างกายกระแทกเข้ากับกำแพงหินโบราณอย่างแรง เขาสำลักอากาศออกมาขณะที่ซี่โครงปวดร้าว แต่เขาก็พยายามกัดฟัน ยันตัวลุกขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อสายตาปรับเข้ากับความสว่างจ้าที่ลดลง เขาเห็นภาพที่ไม่อาจลืมเลือน วงเวทที่เคยสมบูรณ์ บัดนี้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกทุบด้วยค้อนหินขนาดมหึมา ชิ้นส่วนของวงเวทลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ก่อนจะสลายหายไปในความมืด
และที่ใจกลางของความว่างเปล่าที่เคยเป็นวงเวทนั้น…มีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้น
มันไม่ใช่รูปร่างที่คุ้นเคย ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เขาเคยรู้จัก มันเป็นเหมือนเงาที่กำลังก่อร่างขึ้นมา เงาที่ดูดกลืนแสงสว่างทุกอย่างรอบตัว และแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาอย่างน่ากลัว
“นี่มัน…อะไรกันแน่” ภูผาพึมพำกับตัวเอง รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แทรกซึมเข้ามาในหัวใจ
จอมขมังเวทนอนคว่ำหน้าอยู่ไม่ไกลจากจุดที่วงเวทแตกสลาย ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวผิดรูป ท่ามกลางเศษหินและผงฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย ภูผาพยายามคลานเข้าไปหา แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่า…เขาไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป
“ท่าน…ท่านเป็นไรบ้าง” ภูผาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
จอมขมังเวทพยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย ยกมือที่สั่นเทาขึ้นมา พยายามจะชี้ไปยังเงาดำที่กำลังก่อตัว
“มัน…มันคือ…วิญญาณร้าย…ที่ถูกผนึก…มานานนับพันปี…” เสียงของเขาขาดห้วง “ข้า…ข้าพลาดไป…พลัง…มันมากเกินไป…”
“แล้วเราจะทำยังไง” ภูผาถามอย่างสิ้นหวัง
“เจ้า…จงหนีไป…” จอมขมังเวทกล่าว “บอก…ผู้คน…ให้รู้…ถึงภัย…ที่กำลัง…จะมา…”
“แต่ท่านล่ะครับ!” ภูผาร้องถาม
“ข้า…หมดเวลาแล้ว…” จอมขมังเวทพูดพลางไอเป็นเลือด “พลัง…แห่งความมืด…กำลัง…กลืนกิน…ทุกสิ่ง…”
สิ้นเสียงของจอมขมังเวท ร่างกายของเขาก็พลันสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ล่องลอยไปตามลมที่พัดพามาพร้อมกับฝุ่นละออง
ภูผามองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกตะลึง หัวใจของเขารู้สึกชาดิก ความสูญเสียครั้งนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เขาจะรับไหว
แต่สัญชาตญาณนักรบภายในตัวเขา ผลักดันให้เขาต้องตั้งสติ
เขามองไปยังเงาดำที่บัดนี้สูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของมันเริ่มมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ที่บิดเบี้ยว ผิดส่วน แขนขายาวผิดปกติ ดวงตาเป็นเพียงช่องว่างสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงสว่าง
“ข้า…จะไม่ยอมให้มันทำลายทุกอย่าง!” ภูผาคำราม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้จะรู้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับอะไร แต่เขาก็จะไม่ยอมแพ้
เขาหยิบดาบเหล็กอาถรรพ์ที่พกติดตัวขึ้นมา จับกุมมันอย่างมั่นคง ถึงแม้ดาบจะดูเล็กน้อยเมื่อเทียบกับร่างมหึมาของวิญญาณร้ายที่กำลังก่อตัวขึ้น
ทันใดนั้นเอง ร่างของวิญญาณร้ายก็พลันขยับ มันก้าวเท้าข้างหนึ่งออกมาจากจุดที่เคยเป็นใจกลางของวงเวท เสียงพื้นดินแตกร้าวราวกับถูกบดขยี้
และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือ…เมื่อร่างของมันก้าวออกมา แสงสีแดงฉานที่เคยแผ่ออกมานั้น ก็พลันพุ่งตรงเข้าใส่กำแพงสุสานที่อยู่ใกล้ที่สุด
กำแพงหินโบราณที่ตั้งตระหง่านมานับพันปี พลันลุกเป็นไฟ!
ไม่ใช่ไฟธรรมดา แต่มันคือเพลิงสีแดงฉานที่ลุกไหม้โดยไม่มีเชื้อเพลิง สั่นสะเทือนด้วยพลังงานอันน่ากลัว เปลวไฟนั้นไม่ได้เผาผลาญเนื้อไม้หรือวัตถุทั่วไป แต่ดูเหมือนมันกำลังเผาผลาญ ‘แก่นแท้’ ของวัตถุนั้น
กำแพงหินค่อยๆ กลายเป็นสีแดงฉาน ก่อนจะสลายตัวไปเป็นผงฝุ่นอย่างรวดเร็ว ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย
“เพลิงวิญญาณ…” ภูผาพึมพำชื่อนั้น ชื่อที่เขาเคยได้ยินจากตำนานโบราณ ชื่อที่บ่งบอกถึงพลังอำมหิตที่สามารถทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
เขาเหลือบมองไปยังร่างของวิญญาณร้ายอีกครั้ง บัดนี้มันได้ก้าวออกมาจากวงเวทจนเกือบหมดแล้ว และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็คือ…
เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากตัววิญญาณร้ายนั้น มันไม่ใช่ความร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นความร้อนที่มาจาก ‘พลัง’ ที่บิดเบี้ยว
“มันกำลังจะออกมา…จากที่นี่…” ภูผารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงใจกลางมหานครที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“ข้า…ต้องหยุดมัน…” เขาตัดสินใจแน่วแน่
แต่คำถามที่ดังอยู่ในหัวของเขาคือ…เขาจะหยุดมันได้อย่างไร? กับพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้?
ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
แสงจันทร์สีเงินอ่อนที่เคยสาดส่องลงมาอย่างสม่ำเสมอ บัดนี้พลันมีบางอย่างผิดปกติ
บางส่วนของแสงจันทร์…เริ่มมีสีแดงฉานแทรกซึมเข้ามา!
ราวกับว่าพลังของเพลิงวิญญาณที่หลุดรอดออกมา กำลังบิดเบือน แม้กระทั่งแสงสวรรค์!
ภูผาเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความตกใจ สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขารู้สึกเย็นสันหลังวาบ
นี่ไม่ใช่แค่การทำลายล้างในสุสานโบราณอีกต่อไป…
แต่มันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง…แม้กระทั่งท้องฟ้า…แม้กระทั่งมหานคร…
เขาจะต้องหาทางหยุดยั้งมันให้ได้…ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
แต่จะด้วยวิธีไหน?
บทสรุปของจอมขมังเวทที่น่าเศร้า และการปรากฏตัวของวิญญาณร้ายที่มาพร้อมกับเพลิงวิญญาณ ได้ก่อให้เกิดคำถามอันใหญ่หลวงในใจของภูผา
เขามองไปยังร่างของวิญญาณร้ายที่กำลังแผ่รัศมีแห่งความตายออกมา พร้อมกับแสงจันทร์ที่เริ่มมีสีแดงฉานแทรกซึมเข้ามา
นี่คือจุดเริ่มต้นของการทำลายล้างที่แท้จริง…
และภูผา…คือความหวังสุดท้าย…ที่จะหยุดยั้งมหันตภัยครั้งนี้…
แต่การต่อสู้ครั้งนี้…จะเข้มข้นและอันตรายเกินกว่าที่เขาเคยเผชิญมาหรือไม่?
เขาจะสามารถเอาชนะพลังแห่งความมืดนี้ได้หรือไม่?
หรือว่า…เขาจะเป็นอีกหนึ่งเหยื่อของเพลิงผลาญวิญญาณ?

เพลิงผลาญวิญญาณ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก