เพลิงผลาญวิญญาณ

ตอนที่ 16 — การตื่นของทายาทอสูร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 736 คำ

แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก ความรู้สึกเหน็บหนาวประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไม่ใช่ความหนาวเย็นของอากาศ แต่เป็นความหนาวเย็นที่มาจากภายใน ราวกับว่าเลือดในกายกำลังจะแข็งตัว

ความเงียบงันรอบกายกลับยิ่งทวีความน่าขนลุกให้กับสุสานโบราณแห่งนี้ ‌ต้นไม้ที่บิดเบี้ยวรูปร่างคล้ายมือผีที่กำลังตะเกียกตะกาย ส่องเงาทะมึนทับลงบนพื้นดิน สุสานหินแกะสลักรูปทรงประหลาดตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว แต่ละหลุมศพมีอักษรโบราณสลักไว้แน่นขนัด ไม่มีความหมายใดจะสื่อสารได้อีกต่อไป นอกจากความลับที่ถูกฝังกลบไปพร้อมกับร่างไร้วิญญาณ

"ยังไม่พออีกหรือ..." ภูผากล่าวเสียงแผ่วเบา เสียงของเขาแหบพร่าเหมือนถูกกรวดทรายบาดคอ

หยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาปะปนกับเหงื่อและฝุ่นดินบนใบหน้า ​ทำให้ความรู้สึกแสบร้อนยิ่งทวีคูณ เขาจ้องมองไปยังแท่นหินขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า แท่นหินที่ถูกแกะสลักเป็นรูปทรงคล้ายอ่างศิลาโบราณ ภายในอ่างนั้นมีของเหลวสีดำเข้มข้นคล้ายเลือดที่แห้งกรัง แต่กลับยังคงมีความหนืดเหนียวราวกับน้ำผึ้ง

"นี่คือสิ่งสุดท้ายที่เจ้าต้องมอบให้ข้า" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเงามืดเบื้องหลัง ภูผาหันกลับไปมอง แต่ไม่เห็นผู้ใด ‍มีเพียงเงาของต้นไม้ที่สั่นไหวไปตามแรงลม

"ข้า... ข้าไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว" ภูผากล่าว เสียงสั่นเครือ

"ไม่! เจ้ายังมี... เลือดของทายาทอสูร!" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

ภูผาหลับตาลง ‌สูดหายใจเข้าลึกๆ ความทรงจำบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาในหัว ภาพใบหน้าของคนรัก ภาพรอยยิ้มของครอบครัว ภาพฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน ภาพเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขาอย่างไม่มีวันจบสิ้น

"ถ้าการมอบเลือดนี้จะช่วยปกป้องพวกเขาได้..." เขาพึมพำกับตัวเอง

ด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าวถึงขีดสุด ภูผายกมือที่สั่นเทาขึ้นมา ‍เขาจำได้ว่าเคยถูกสั่งสอนให้รู้จักวิธีดึงเอาเลือดบริสุทธิ์ออกมาใช้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาใช้มันในสถานการณ์เช่นนี้

เขาใช้ปลายนิ้วกรีดลงบนฝ่ามือของตนเอง เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา แต่มันกลับไม่ใช่เลือดธรรมดา มันมีประกายสีเข้มคล้ายสีนิลสะท้อนแสงจันทร์อ่อนๆ และเมื่อหยดลงไปในอ่างศิลา ของเหลวสีดำก็เริ่มสั่นไหวราวกับมีชีวิต

ทันใดนั้นเอง!

เสียงร้องโหยหวนที่ดังมาจากใต้ผืนดินก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ​สุสานหินที่เคยตั้งนิ่งสงบก็เริ่มแตกร้าว เศษหินกระเด็นกระจายไปทั่ว

"สำเร็จแล้ว!" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งอย่างดีใจ

ภูผามองไปยังอ่างศิลาด้วยความตกตะลึง ของเหลวสีดำเริ่มเดือดปุดๆ ควันสีดำลอยฟุ้งขึ้นมาปกคลุมไปทั่วบริเวณ ราวกับจะกลืนกินแสงจันทร์ให้มอดไหม้

"นี่มันเกิดอะไรขึ้น!" ภูผาตะโกนถาม

"เจ้าได้ปลุกข้าขึ้นมาแล้ว! ข้าคือผู้ที่จะนำพาความมืดมาสู่มหานครแห่งนี้!" ​เสียงนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

ร่างเงาสีดำทะมึนเริ่มปรากฏขึ้นจากอ่างศิลา มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่กลับดูบิดเบี้ยวและน่าเกลียดชัง ดวงตาของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน เปลวเพลิงที่ไม่ใช่ความร้อน แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่ว

"นี่คือเพลิงผลาญวิญญาณ... พลังอำมหิตที่ข้าได้รอคอยมานานแสนนาน" ร่างนั้นกล่าว

ภูผาถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ​เขารู้สึกได้ถึงพลังงานชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้น มันไม่ใช่แค่พลังงานทางกายภาพ แต่เป็นพลังงานที่สามารถกัดกินจิตวิญญาณได้

"เจ้า... เจ้าคือใครกันแน่!" ภูผาถามเสียงสั่น

"ข้าคือ... ทายาทอสูร! ผู้ที่จะทวงคืนความยิ่งใหญ่ของความมืด!" ร่างนั้นตอบ

ร่างทายาทอสูรยื่นมือที่ยาวเรียวขึ้นมา มันมีเล็บแหลมคมราวกับกรงเล็บของเหยี่ยว ปลายนิ้วของมันเปล่งประกายสีดำอำมหิต

"และเจ้า... ภูผา... คือผู้ที่ปลุกข้าให้ตื่นขึ้นมา! เจ้าสมควรได้รับรางวัล... รางวัลแห่งความทรมาน!"

พลันนั้นเอง ร่างทายาทอสูรก็พุ่งเข้าใส่ภูผาด้วยความเร็วสูง ภูผารับมือไม่ทัน เขากลิ้งตัวหลบไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ก็สัมผัสได้ถึงแรงลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้า

"เจ้าจะหนีข้าไม่พ้น!" เสียงของทายาทอสูรดังไล่หลัง

ภูผาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขาต้องหาทางต่อสู้ แต่พลังของทายาทอสูรนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ เขาเห็นเงาของทายาทอสูรที่กำลังไล่ล่าเขาไปทั่วบริเวณสุสาน

ขณะเดียวกัน ในใจกลางมหานครอันศิวิไลซ์ ตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าส่องประกายระยิบระยับด้วยแสงไฟนับล้าน ดวงไฟเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นเชื้อเพลิงให้กับเพลิงวิญญาณที่กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมา

บนยอดตึกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่ง 'อัครพล' นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กำลังยืนมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนด้วยแววตาเย็นชา

"ใกล้เข้ามาแล้ว... เวลาที่สมการรอคอย" เขาพึมพำกับตัวเอง

เบื้องหลังเขา 'อรุณี' หญิงสาวผู้ลึกลับในชุดสีดำสนิท ยืนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล

"ท่านแน่ใจหรือคะ ว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด" อรุณีถาม

"แน่นอน! ความมืดกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง! และเราคือผู้ที่จะควบคุมมัน" อัครพลตอบ

"แต่... พลังนั้นมันอันตรายเกินไป"

"อันตราย? พลังที่แท้จริงย่อมมาพร้อมกับความอันตรายเสมอ" อัครพลกล่าว เขายกมือขึ้นมามอง แหวนสีดำประดับด้วยอัญมณีสีแดงเข้มบนนิ้วของเขาส่องประกาย "อำนาจที่แท้จริง... กำลังจะกลับคืนสู่ผู้ที่คู่ควร"

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือมหานครก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างรวดเร็ว แสงไฟจากตึกระฟ้าค่อยๆ ดับลงทีละดวง ราวกับถูกสูบกลืนหายไป

"เกิดอะไรขึ้น!?" อรุณีอุทาน

"มันเริ่มต้นแล้ว..." อัครพลยิ้มอย่างชั่วร้าย

ในขณะที่ภูผากำลังต่อสู้กับทายาทอสูรอย่างเอาเป็นเอาตายในสุสานโบราณ มหานครทั้งเมืองก็กำลังจะถูกกลืนกินด้วยเพลิงวิญญาณอันอำมหิต

ภูผารู้ดีว่าเขาไม่สามารถพ่ายแพ้ได้อีกต่อไป ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อผู้คนนับล้านในมหานครแห่งนี้ เขาต้องหาทางหยุดยั้งทายาทอสูรให้ได้ แม้ว่านั่นอาจหมายถึงการต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างก็ตาม

แต่หนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอุปสรรคเพียงใด? และพลังที่แท้จริงของทายาทอสูรนั้นร้ายกาจแค่ไหน? ภูผาจะสามารถต่อกรกับพลังแห่งความมืดที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งได้หรือไม่?

คำตอบทั้งหมดจะถูกเปิดเผยในบทต่อไป...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงผลาญวิญญาณ

เพลิงผลาญวิญญาณ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!