แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก ความเหนื่อยล้าและความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง กลิ่นอายของความตายและพลังอำมหิตที่ปะทุขึ้นมาจากสุสานโบราณแห่งนี้ยิ่งทวีความกดดันให้หัวใจของเขารู้สึกราวกับจะแตกสลาย
เบื้องหน้าเขา ภาพของ ‘เมกุ’ ที่บัดนี้บิดเบี้ยวไปจากเดิมอย่างน่าสะพรึงกลัว ร่างกายของเธอถูกพันธนาการด้วยเถาวัลย์สีดำสนิทที่เรืองแสงสีม่วงจางๆ ดวงตาของเธอที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งชีวิต บัดนี้กลายเป็นสีแดงก่ำ สะท้อนภาพความเจ็บปวดและความแค้นที่ถูกกดทับมานานนับร้อยปี เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากตัวเธอ ราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหลุมศพ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบกายเย็นเยือกจนสัมผัสได้
“เจ้า…ยังไม่เข้าใจสินะ ภูผา…” เสียงของเมกุแหบพร่า แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจที่น่ากลัว “นี่คือการปลดปล่อย… นี่คือการกลับคืนสู่ความสมดุล…”
ภูผาพยายามลุกขึ้นยืน แต่ขาของเขากลับไม่ยอมขยับ ราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น เขากัดฟันแน่น พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย “เมกุ… นี่ไม่ใช่การปลดปล่อย… นี่คือการทำลายล้าง!”
“การทำลายล้างคือส่วนหนึ่งของวัฏจักร…” เมกุหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอเสียดแทงโสตประสาท “เจ้าจะเข้าใจ… เมื่อทุกสิ่งมอดไหม้ไปกับข้า…”
ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์สีดำที่พันธนาการเมกุอยู่ก็พลันบิดเกลียวรุนแรงขึ้น แสงสีม่วงที่เรืองรองยิ่งทวีความสว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ อากาศรอบกายเริ่มร้อนผ่าวผิดปกติ ลมหายใจของภูผาก็ติดขัด ราวกับมีบางสิ่งกำลังบีบคั้นปอดของเขา
“ข้า…ไม่ยอมให้เจ้าทำแบบนี้!” ภูผารวบรวมกำลังทั้งหมด ชักมีดอาคมที่ยังคงเปื้อนเลือดของตนเองออกมา ด้ามมีดที่สลักลวดลายโบราณเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ตอบสนองต่อเจตจำนงของเขา
“อย่าได้ต่อต้าน… มันไร้ประโยชน์…” เมกุกล่าวพลางยกมือขึ้นช้าๆ ราวกับจะร่ายมนตร์อันทรงพลัง
ขณะที่เมกุกำลังจะร่ายมนตร์ เสียงกึกก้องก็ดังขึ้นจากเบื้องบน เป็นเสียงที่ทรงพลังและกึกกังวาน จนแผ่นดินสั่นสะเทือน
“พอได้แล้ว!”
ภูผาเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นร่างของ ‘อรุณ’ ปรากฏขึ้นบนฟ้า ร่างของอรุณบัดนี้สวมชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ แต่รอบกายกลับมีออร่าสีทองอร่ามเปล่งประกาย พลังของเขาดูยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
“อรุณ…” ภูผาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
“เมกุ… เจ้าถูกความแค้นครอบงำจนเกินไปแล้ว…” อรุณกล่าวเสียงหนักแน่น “สิ่งที่เจ้าทำอยู่ ไม่ใช่การปลดปล่อย แต่คือการจมดิ่งสู่ความมืดมิด…”
“ท่าน… มาขวางทางข้าอย่างนั้นหรือ?” เมกุหรี่ตาลง มองไปยังอรุณด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ข้ามิได้มาขวางทางเจ้า แต่ข้ามาเตือนสติเจ้า” อรุณกล่าว “พลังที่เจ้าปลุกขึ้นมานั้น มีทั้งส่วนของแสงสว่างและความมืด… หากเจ้าปล่อยให้ความแค้นนำพา เจ้าก็จะกลายเป็นเพียงเครื่องมือของความมืดไป…”
“เครื่องมืออย่างนั้นหรือ?” เมกุหัวเราะเยาะ “ข้าคือผู้ถูกกระทำ! ข้าคือผู้ที่ต้องทวงคืนความยุติธรรม!”
“ความยุติธรรมที่มาพร้อมกับการทำลายล้าง? ความยุติธรรมที่แลกมาด้วยเลือดและน้ำตาของผู้บริสุทธิ์?” อรุณถามกลับ เสียงของเขายิ่งทวีความทรงพลังขึ้น
“ชีวิตของข้า… สิ้นสลายไปเพราะพวกเขา!” เมกุตะโกนก้อง “ข้าจะทำให้ทุกคนได้ลิ้มรสความเจ็บปวดเช่นเดียวกับข้า!”
ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์สีดำก็พลันพุ่งเข้าใส่ร่างของอรุณอย่างรวดเร็ว แสงสีม่วงที่เรืองรองยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
อรุณยกแขนขึ้น ปล่อยออร่าสีทองอร่ามออกมาสกัดกั้น เถาวัลย์สีดำเหล่านั้นเมื่อสัมผัสกับออร่าสีทองก็พลันมอดไหม้เป็นจุล กลายเป็นควันสีดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
“เจ้า… แข็งแกร่งขึ้น…” เมกุกล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา
“ข้ามิได้แข็งแกร่งขึ้น… แต่ข้าได้เข้าใจในพลังที่แท้จริง…” อรุณกล่าว “พลังที่มิได้มาจากความแค้น… แต่มาจากความรักและการปกป้อง…”
การต่อสู้ระหว่างเมกุและอรุณเริ่มขึ้นอย่างดุเดือด เถาวัลย์สีดำที่ควบคุมโดยเมกุพุ่งเข้าใส่อรุณไม่หยุดหย่อน ราวกับงูพิษที่พร้อมจะฉกกัด ในขณะที่อรุณก็ใช้พลังแห่งแสงสว่างที่เปล่งประกายจากร่างของเขาในการสกัดกั้นและทำลายล้างเถาวัลย์เหล่านั้น
ภูผามองดูภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เขาพยายามขยับร่างให้ได้ แต่ก็ยังคงถูกตรึงอยู่กับที่ เขาทำได้เพียงเฝ้ามองการต่อสู้ที่กำลังดำเนินอยู่
“เจ้า… พลังของเจ้า… มันมาจากไหนกันแน่?” ภูผาตะโกนถามอรุณ
อรุณหันมามองภูผาเพียงแวบหนึ่ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “พลังนี้… มาจากความหวัง… จากความปรารถนาที่จะปกป้อง… ผู้คน… จากหายนะ…”
“หายนะ… อย่างนั้นหรือ?” เมกุหัวเราะเยาะ “เจ้ายังมองไม่เห็นอีกหรือ? เมืองใหญ่แห่งนั้น… กำลังจะถูกกลืนกิน… โดยเพลิงวิญญาณที่ข้าจะปลดปล่อย…”
คำพูดของเมกุทำให้ภูผาใจหายวาบ เขาหันไปมองทางเมืองใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก จากจุดที่เขายืนอยู่ เขาเห็นแสงสีแดงฉานเริ่มลุกโชนขึ้นจากใจกลางมหานคร ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะอุบัติขึ้น
“ไม่นะ!” ภูผาร้องออกมาเสียงหลง
“เมืองใหญ่… กำลังจะถูกเพลิงวิญญาณกลืนกิน… อย่างนั้นหรือ?” อรุณกล่าว เสียงของเขาแฝงไปด้วยความตกตะลึง
“ใช่! ข้าจะเผาทุกสิ่ง… เผาทำลาย… ความสุข… ความหวัง… ความฝัน… ของพวกเขา… ให้มอดไหม้ไป… เหมือนกับที่ข้าเคยเป็น…” เมกุกล่าวเสียงเย็นชา
“หากเจ้าทำเช่นนั้น… เจ้าก็จะกลายเป็นปีศาจ… อย่างแท้จริง…” อรุณกล่าว
“ปีศาจ… หรือไม่… ก็ขึ้นอยู่กับว่า… ใครเป็นคนตัดสิน…!” เมกุตะโกนกลับ “และบัดนี้… ข้าคือผู้พิพากษา…!”
ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์สีดำก็พลันระเบิดออกเป็นประกายสีม่วงเข้ม แสงนั้นสาดส่องไปทั่วบริเวณ พลังอันอำมหิตที่ปะทุขึ้นจากสุสานโบราณแห่งนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ภูผารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผา แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยืนอยู่ใกล้กับเมกุเลยก็ตาม
“ภูผา! หนีไป!” อรุณตะโกนบอก “ข้าจะถ่วงเวลาให้เจ้า!”
“ไม่! ข้าจะไมหนีไปไหน!” ภูผารวบรวมกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด พลันดึงมีดอาคมออกมา ชี้ไปที่เมกุ “ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้!”
“เจ้า… ยังจะดื้ออีกหรือ?” เมกุหัวเราะ “เจ้าจะตาย… ไปพร้อมกับความโง่เขลาของเจ้า!”
เมกุรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้วของเธอ แสงสีม่วงเข้มพลันรวมตัวกันกลายเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของภูผาอย่างรวดเร็ว
ภูผาหลับตาลง เตรียมรับแรงปะทะ แต่แล้ว…
“ฉัวะ!”
เสียงดังราวกับกระจกแตกดังขึ้น ภูผาไม่รู้สึกถึงแรงปะทะที่ควรจะเป็น เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาเห็นว่ามีร่างหนึ่งเข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าเขา ร่างนั้นคืออรุณ!
“อรุณ!” ภูผาตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
ออร่าสีทองของอรุณสั่นคลอน พลังของเขาดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายของเขาถูกเถาวัลย์สีดำพันธนาการไว้แน่นยิ่งกว่าเดิม
“ข้า… บอกเจ้าแล้ว… ภูผา…” อรุณกล่าวพลางไอเป็นเลือด “อย่า… ต่อต้าน…”
“ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้!” ภูผาตะโกนถามด้วยความเจ็บปวด
“เพราะ… ข้า… เชื่อในตัวเจ้า…” อรุณกล่าว “เจ้า… คือความหวัง… ของทุกสิ่ง…”
เมกุหัวเราะเสียงดัง “หวังอย่างนั้นหรือ? ข้าจะทำลายความหวังของเจ้า… ให้แหลกลาญ!”
ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์สีดำก็พลันบีบรัดร่างของอรุณมากขึ้น แสงสีม่วงที่เรืองรองยิ่งทวีความสว่างวาบขึ้น ร่างของอรุณค่อยๆ ถูกกลืนกินเข้าไปในเถาวัลย์นั้น…
ภูผามองดูภาพตรงหน้าด้วยความสิ้นหวัง เขาเห็นร่างของอรุณที่กำลังจะมอดไหม้ไปต่อหน้าต่อตา แต่อีกด้านหนึ่ง เขาก็เห็นเพลิงวิญญาณกำลังลุกโชนขึ้นในใจกลางมหานคร…
ชะตากรรมของมหานคร… ชะตากรรมของอรุณ… และชะตากรรมของตัวเขาเอง… กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายบางๆ…

เพลิงผลาญวิญญาณ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก