แสงจันทร์สีเงินอ่อนยังคงสาดส่องลงมาอย่างไม่ลดละ ราวกับเป็นประจักษ์พยานอันเงียบงันต่อชะตากรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้น ภูผายังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินเย็นชื้น สัมผัสได้ถึงความชื้นที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไปถึงกระดูก ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่ แต่จิตใจกลับแข็งแกร่งราวหินผา ภาพนิมิตอันบิดเบี้ยวของเพลิงวิญญาณที่กำลังลุกลามกลืนกินใจกลางมหานครยังคงฉายซ้ำในม่านตา จิตสัมผัสที่ตื่นขึ้นอย่างฉับพลันทำให้เขารู้สึกถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากใจกลางสุสานโบราณแห่งนี้ พลังงานที่ปั่นป่วน ดิบเถื่อน และกระหาย
"ใกล้เข้ามาแล้ว..." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของภูผา มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่มาจากห้วงลึกของกาลเวลา เสียงของสิ่งที่หลับใหลมานานนับศตวรรษ บัดนี้กำลังจะตื่นขึ้น
ภูผาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ กายแกร่งของเขากระชับเข้ากับความมืดมิดที่โอบล้อม ดวงตาคมกริบสาดมองไปรอบกาย ท่ามกลางแท่งหินสลักโบราณที่ตั้งตระหง่านราวกับยักษ์หลับ สุสานแห่งนี้เต็มไปด้วยมนต์ขลังอันน่าหวาดหวั่น กลิ่นอายของความตายและความเก่าแก่ปะปนกันจนสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้าไปในทุกอณู
ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของภูผาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แท่งหินโบราณบางส่วนที่เคยตั้งตรงเริ่มเอียงกระเท่เร่ เสียงครืนครั่นดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตก สิ่งมีชีวิตในพงหญ้ารอบข้างแตกตื่นวิ่งหนีกันอลหม่าน
"มันตื่นแล้ว!" ภูผาตะโกนบอกตัวเอง เสียงของเขาทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความตื่นตัว สุสานโบราณแห่งนี้กำลังปลดปล่อยพลังงานที่เข้มข้นยิ่งกว่าที่เคยสัมผัสมา พลังงานที่ดูดกลืนแสงจันทร์รอบข้างจนทำให้บริเวณนั้นดูมืดมิดลงไปอีก
จากใจกลางของสุสาน รัศมีสีดำทะมึนค่อยๆ แผ่ออกมาอย่างช้าๆ แต่ทรงพลัง มันไม่ใช่ความมืดปกติ แต่เป็นความมืดที่เหมือนมีชีวิต มีความหนืดเหนียว และปลุกเร้าความหวาดกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
ภูผารู้ดีว่านี่คือจุดที่เขาต้องเผชิญหน้า เขาไม่สามารถปล่อยให้พลังอำมหิตนี้แผ่ขยายออกไปได้อีก มันจะนำมาซึ่งหายนะที่ไม่อาจประเมินได้
"ข้าไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกสิ่ง!" ภูผาประกาศก้อง เขาชักดาบประจำกายออกมา ดาบที่เคยผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้มันส่องประกายเรืองรองด้วยพลังงานที่ภูผาสั่งสมมานาน
ทันทีที่ดาบถูกชักออกมา แสงสีแดงเพลิงก็ปะทุขึ้นจากคมดาบ มันเป็นแสงเพลิงที่ดูบริสุทธิ์ แต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนแรงที่สามารถแผดเผาทุกสิ่งให้มลายสิ้น
"อาวุธแห่งผู้พิทักษ์..." เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูราวกับกำลังชื่นชม
"พลังนี้... มันมาจากไหนกันแน่?" ภูผาถามขณะที่พุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางสุสาน รัศมีสีดำยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะบดขยี้เขา
เบื้องหน้าของภูผา ปรากฏร่างเงาขนาดมหึมาที่ก่อตัวขึ้นจากความมืดมิด ร่างเงาที่ไร้รูปทรงแน่ชัด แต่สัมผัสได้ถึงพลังอำมหิตที่แผ่ออกมาอย่างชัดเจน มันมีดวงตาสีแดงฉานสองดวงที่จ้องมองมาที่ภูผา ราวกับจะดูดกลืนวิญญาณ
"แก... คือผู้รุกราน" เสียงก้องกังวานนั้นดังมาจากร่างเงา มันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและความหยิ่งยโส
"ข้าคือภูผา ผู้ที่จะหยุดยั้งเจ้า!" ภูผาตอบโต้ด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวเท่านี้มาก่อน แต่ความรับผิดชอบที่แบกรับอยู่ทำให้เขากล้าหาญยิ่งกว่าเดิม
การต่อสู้ที่ดุเดือดก็เริ่มขึ้น ร่างเงาแห่งความมืดพุ่งเข้าใส่ภูผาอย่างรวดเร็ว พลังงานอันบิดเบี้ยวของมันโจมตีเข้าใส่เขา แต่ภูผาก็ใช้ดาบแห่งเพลิงปัดป้องได้ทันท่วงที แสงสีแดงเพลิงปะทะกับความมืดมิด เกิดเป็นประกายไฟสีดำและสีแดงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
"เจ้าไม่เข้าใจ... พลังที่แท้จริง..." ร่างเงาหัวเราะเยาะ "แกกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของข้า"
มันยื่นมืออันบิดเบี้ยวออกมา ปลายมือมีเปลวเพลิงสีดำทะมึนกำลังก่อตัวขึ้น มันพุ่งเข้าใส่ภูผาด้วยความเร็วสูง ภูผาไม่ทันตั้งตัว เขาพยายามหมุนตัวหลบ แต่ก็โดนเปลวเพลิงนั้นปะทะเข้าที่สีข้าง
"อ๊าก!" ภูผาร้องด้วยความเจ็บปวด ความเย็นเยียบที่มาพร้อมกับเปลวเพลิงสีดำนั้นกัดกินเข้าไปในเนื้อหนัง ไม่ใช่ความเย็นธรรมดา แต่มันคือความเย็นที่ดูดกลืนพลังชีวิต
ร่างเงารีบฉวยโอกาสนั้น พุ่งเข้ามาประชิดตัวภูผา หมายจะจับกุมเขาให้ได้
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" เสียงใสคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง
ภูผาหันไปมอง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัว "ฟ้า!"
ฟ้าปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เธอสวมชุดรบสีขาวบริสุทธิ์ แต่บัดนี้มีรอยเปื้อนของฝุ่นและคราบเลือดเล็กน้อย ใบหน้าของเธอซีดเผือด แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ภูผา! ปล่อยข้าเอง!" ฟ้าตะโกน พร้อมกับยกมือขึ้นไปด้านหน้า
ทันใดนั้น แสงสีทองสว่างวาบก็แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเธอ แสงทองที่บริสุทธิ์และอบอุ่น มันพุ่งตรงเข้าปะทะกับร่างเงาแห่งความมืด
"อะไรกัน! แสงสว่างอันบริสุทธิ์..." ร่างเงาตะโกนด้วยความตกใจ มันถอยร่นกลับไปอย่างรวดเร็ว
"แกจะไม่มีวันทำร้ายใครได้อีก!" ฟ้าประกาศกร้าว
ภูผาเห็นโอกาส เขาใช้พลังทั้งหมดที่มี รวบรวมแสงเพลิงจากดาบให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
"ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องดับสูญ!" ภูผากล่าวพร้อมกับฟันดาบเข้าใส่ร่างเงา
แสงเพลิงสีแดงฉานผสานเข้ากับแสงสีทองอันบริสุทธิ์ของฟ้า กลายเป็นลำแสงอันทรงพลังที่พุ่งตรงเข้าใส่ร่างเงาแห่งความมืด
"ไม่!!!!" เสียงกรีดร้องของร่างเงาแผดดังไปทั่วสุสาน ก่อนที่มันจะค่อยๆ สลายไป กลายเป็นละอองสีดำที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วก็สลายไปในอากาศ
สุสานโบราณกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง เหลือเพียงแต่เสียงหอบหายใจของภูผาและฟ้า
ภูผาหันไปมองฟ้าด้วยความเป็นห่วง "ฟ้า... เจ้าเป็นอะไรมากไหม?"
ฟ้าเดินเข้ามาหาภูผา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน "ข้าไม่เป็นอะไรมาก... ขอบคุณนะภูผา"
"เจ้านี่... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" ภูผาถามด้วยความประหลาดใจ
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติ... และข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่" ฟ้าตอบ "ข้าเป็นห่วงเจ้า"
ทั้งสองมองหน้ากัน ความผูกพันระหว่างพวกเขาดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
แต่แล้ว... เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังสนั่นมาจากใจกลางเมืองหลวง เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ บ่งบอกถึงอันตรายที่กำลังคุกคาม
"เพลิงวิญญาณ..." ภูผาพึมพำด้วยความกังวล "มันกำลังจะลุกลาม..."
เขารีบหันกลับไปมองทางทิศของเมืองหลวง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาเห็นแสงสีแดงฉานที่ลอยขึ้นมาจากใจกลางเมืองหลวง มันคือเพลิงวิญญาณที่กำลังแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว
"เราต้องรีบไปแล้ว!" ภูผาตะโกน
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกไป ร่างเงาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมาจากมุมมืดของสุสาน มันไม่ใช่ร่างเงาที่เขาเพิ่งจะต่อสู้ด้วย แต่มันมีลักษณะที่น่ากลัวยิ่งกว่า
"ยังไม่จบหรอก..." เสียงเย้ยหยันดังขึ้นมาจากเงา
ภูผาและฟ้าหันไปมองด้วยความตกตะลึง...
โปรดติดตามตอนต่อไป...

เพลิงผลาญวิญญาณ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก