ตอนที่ 3 — สู่ดินแดนต้องสาป
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
ลมหนาวที่กัดกินผิวหนังของเหมันต์นั้นมิใช่เพียงความเย็นกาย แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาหายใจเข้าลึกๆ สูดกลิ่นอายของเมืองที่กำลังจะสิ้นสลายเข้าไปเต็มปอด กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวัง ความหวาดกลัว และกลิ่นสนิมจางๆ ของเลือดที่เริ่มหลั่งริน
จากยอดตึกที่สูงที่สุดแห่งมหานครศิลาผา เหมันต์มองลงไปยังเบื้องล่าง ภาพที่ปรากฏคือความโกลาหลที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เงาดำทะมึนที่ปกคลุมเมืองนั้นไม่ใช่เพียงม่านหมอก แต่คือพลังแห่งพญามารที่เริ่มแผ่ขยายอาณาเขตอย่างชัดเจน อาคารสูงเสียดฟ้าหลายแห่งถูกกัดกร่อน ผนังคอนกรีตเริ่มร่วนเป็นผง ฝุ่นสีดำลอยคละคลุ้งราวกับหิมะพิษที่โปรยปราย ผู้คนวิ่งหนีตาย บ้างก็ร้องคร่ำครวญ บ้างก็สิ้นสติไปกับความหวาดผวา
"นี่คือจุดเริ่มต้นของหายนะ" เหมันต์พึมพำเสียงเบา ดวงตาของเขามีประกายสีฟ้าอมเข้มฉายชัด แสงจันทร์ที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับถูกบดบังจนเกือบสิ้น รัศมีอันอ่อนแรงที่ลอดผ่านม่านหมอกนั้น ส่งเพียงแสงสลัวๆ พอให้เห็นเค้าโครงของความพินาศ
เขาไม่รอช้า ไม่มีความลังเลใดๆ ในใจ การยืนอยู่ตรงนี้เป็นการเสียเวลาอันมีค่าเกินกว่าจะยอมรับได้ ร่างสูงสง่าของเหมันต์กระโจนออกจากยอดตึก ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนที่เห็นเหตุการณ์จากเบื้องล่าง
"บ้าน่า! เขาจะไปที่ไหน!?" "นั่นมัน... เหมันต์! เขาจะไปสู้กับอะไรกัน!"
เสียงร่ำร้องประปรายดังขึ้น แต่เหมันต์ไม่หันกลับไปมอง เขาโผบินลงไปราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังล่าเหยื่อ ท่ามกลางสายลมที่ปะทะเข้าใบหน้าอย่างรุนแรง เขากางแขนออกเล็กน้อย ราวกับกำลังโอบกอดเอาความสิ้นหวังของเมืองนี้ไว้
"ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าทำลายทุกสิ่งไปง่ายๆ"
พลังอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากร่างของเหมันต์เริ่มขับไล่ม่านหมอกสีดำที่อยู่ใกล้เคียงออกไปชั่วขณะ เกิดเป็นช่องว่างสีเงินอ่อนๆ ที่โอบล้อมร่างของเขาเอาไว้ แต่หมอกแห่งความมืดนั้นหนาแน่นเกินกว่าจะถูกขับไล่ได้โดยสมบูรณ์ มันยังคงพยายามคืบคลานเข้ามาพันธนาการ
เหมันต์มองไปยังทิศทางที่รู้สึกได้ถึงแกนกลางของพลังงานชั่วร้ายนั้น มันอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองนัก แต่หนทางนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เขาเห็นเงาดำทะมึนที่เคลื่อนไหวว่องไวราวกับพายุหมุน ก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาด สัตว์อสูรที่เกิดจากความมืดเริ่มปรากฏตัวขึ้นตามตรอกซอกซอย พวกมันกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทำลายล้างทุกสรรพสิ่ง
"ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้าแล้ว"
เขาปรับทิศทางลงสู่พื้นถนนที่กำลังปั่นป่วน เสียงร้องโหยหวน เสียงปะทะ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเหมันต์ลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวลโดยไม่สร้างความเสียหายให้กับสิ่งใด แม้แต่น้อย
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ เจ้าอสูร!" เสียงของเหมันต์ดังก้องไปทั่วบริเวณ ทรงพลังราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากเบื้องบน
สัตว์อสูรตนหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายหมาป่าขนาดมหึมา ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง หันมามองเหมันต์อย่างรวดเร็ว มันคำรามเสียงดัง กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
"มนุษย์กระจ้อยร่อย! แกกล้าดียังไงมาขวางทางข้า!" เสียงทุ้มต่ำน่าเกลียด ดังมาจากลำคอของมัน
เหมันต์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงยกมือขึ้น ปลายนิ้วเรียวยาวเริ่มเปล่งประกายสีฟ้าอมเข้ม แสงนั้นค่อยๆ หนาแน่นขึ้น ก่อตัวเป็นลูกพลังงานที่ส่องสว่าง
"เจ้าเป็นเพียงเครื่องมือของความมืด เจ้าไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่บนโลกนี้!"
สิ้นคำพูด เหมันต์ก็ปล่อยลูกพลังงานนั้นออกไป มันพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรด้วยความเร็วสูงราวกับจรวด ลูกพลังงานนั้นไม่เพียงแต่ส่องสว่าง แต่ยังแผ่ไอเย็นเยียบออกมา เมื่อสัมผัสกับร่างของสัตว์อสูร ผิวหนังของมันก็เริ่มแข็งตัว กลายเป็นน้ำแข็งในทันที
"อ๊ากกกก! นี่มันอะไรกัน!?" สัตว์อสูรพยายามดิ้นรน แต่มันก็ยิ่งถูกแช่แข็งมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุด ร่างทั้งร่างของมันก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งสีฟ้า ที่ส่องประกายราวกับเพชร
เหมันต์เดินเข้าไปใกล้ ดวงตาของเขายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปที่ก้อนน้ำแข็งนั้น แสงสีฟ้าก็แผ่กระจายออกไปอีกครั้ง ก้อนน้ำแข็งนั้นค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองน้ำที่บริสุทธิ์ และละอองน้ำนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปในอากาศ
"นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น" เหมันต์กล่าวอย่างหนักแน่น
การปรากฏตัวของเหมันต์ได้สร้างความหวังเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้คนที่ยังหลบซ่อนตัวอยู่ แต่ความหวังนั้นก็เจือปนไปด้วยความกลัวและไม่เข้าใจ พวกเขาไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน
"เขาคือใครกันแน่?" "เขาจะสามารถหยุดยั้งพญามารได้จริงหรือ?"
เหมันต์ไม่สนใจเสียงกระซิบกระซาบเหล่านั้น เขาต้องมุ่งหน้าต่อไป เขาต้องตามหาร่องรอยของพญามารให้พบ และหยุดยั้งแผนการอันชั่วร้ายนี้ให้ได้
เขาเดินฝ่าฝูงชนที่กำลังแตกตื่น มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่พลังงานแห่งความมืดเข้มข้นที่สุด หมอกสีดำเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิก็ยิ่งลดต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นเยือกแข็ง
"ถึงเวลาต้องก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งเงาแล้ว"
ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ม่านหมอกสีดำแปรสภาพเป็นวังวนขนาดใหญ่ ก่อตัวเป็นประตูมิติที่มืดมิดและน่าสะพรึงกลัว
"นี่คือทางเข้าสู่ดินแดนต้องสาป" เหมันต์รับรู้ได้ถึงพลังงานที่แผ่ออกมาจากประตูมิตินั้น มันเต็มไปด้วยความปวดร้าว ความทุกข์ทรมาน และความสิ้นหวัง
"ถึงเวลาที่ข้าจะต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่แท้จริงแล้ว"
เขาก้าวเท้าเข้าไปในประตูมิตินั้น ทันทีที่ร่างของเขาผ่านเข้าไป ม่านหมอกสีดำก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
โลกเบื้องหลังประตูมิตินั้นแตกต่างจากมหานครศิลาผาอย่างสิ้นเชิง ที่นี่คือดินแดนต้องสาป ที่ซึ่งความมืดและความสิ้นหวังได้ปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึนตลอดเวลา ไม่เคยมีแสงอาทิตย์ส่องลงมา พื้นดินแห้งแล้ง แตกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับถูกเผาไหม้มาเป็นเวลานาน พืชพันธุ์ต่างๆ เหี่ยวเฉาและตายไป เหลือเพียงโครงสร้างที่บิดเบี้ยวราวกับกระดูกของยักษ์
เสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดลอยมาตามลม ราวกับวิญญาณที่ถูกจองจำ ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความน่าสะพรึงกลัว
เหมันต์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบอันน่าขนลุก เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากใจกลางของดินแดนแห่งนี้ นั่นคือที่ตั้งของปราสาทแห่งพญามาร
"ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นเช่นไร ข้าก็จะไม่ยอมแพ้"
เขาเริ่มออกเดินทาง ลึกเข้าไปในดินแดนต้องสาป ทุกก้าวที่เขาเดินไป เสียงกระซิบเหล่านั้นก็ยิ่งดังขึ้น ราวกับจะพยายามกลืนกินจิตวิญญาณของเขา
"หนีไปซะ... มนุษย์..." "ที่นี่มีแต่ความตาย..." "อย่าเข้ามาเลย..."
เหมันต์ไม่หวั่นไหว เขารู้ดีว่านี่คือการทดสอบ แต่เขาก็มีบางสิ่งที่จะใช้สู้กับความมืดมิดนี้
ตลอดการเดินทาง เหมันต์ได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวมากมาย พวกมันเกิดจากความมืดและบิดเบี้ยวไปตามพลังงานชั่วร้าย บางตนมีรูปร่างคล้ายแมงมุมขนาดมหึมา มีใยสีดำที่แข็งแรงราวกับเหล็กกล้า บางตนมีรูปร่างคล้ายโครงกระดูกที่เคลื่อนไหวได้อย่างว่องไว และบางตนก็เป็นเพียงเงาดำที่ลอยไปมาอย่างไร้รูปร่าง
แต่ทุกครั้งที่เหมันต์ต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน เขาก็สามารถใช้พลังอันบริสุทธิ์ของตนเองขับไล่พวกมันออกไปได้เสมอ แสงสีฟ้าอมเข้มที่เปล่งประกายจากร่างของเขา สามารถทำลายล้างพวกมันให้สลายไปในพริบตา
"พวกเจ้าเป็นเพียงภาพสะท้อนของความกลัว อย่าคิดว่าจะหยุดข้าได้"
เขาเดินทางมาเป็นเวลานาน จนกระทั่งได้เห็นเงาตะคุ่มของปราสาทแห่งพญามารตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันคือสิ่งก่อสร้างที่ดำมืดและน่าเกรงขาม ผนังปราสาททำจากหินสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงทุกชนิด หอคอยสูงเสียดฟ้าดูราวกับกรงเล็บของอสูรกายที่กำลังจะตะปบทุกสรรพสิ่ง
"ในที่สุด..."
เหมันต์หยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าปราสาท ประตูนั้นใหญ่โตมโหฬาร ทำจากโลหะสีดำที่สลักเสลาเป็นรูปใบหน้าของพญามาร ดวงตาของมันดูราวกับกำลังจ้องมองมาที่เหมันต์อย่างเย้ยหยัน
"ข้าไม่เคยกลัวความมืด... เพราะข้าคือแสงสว่างที่จะกลืนกินพวกเจ้า!"
เมื่อเหมันต์ก้าวเท้าเข้าไปในปราสาทแห่งพญามาร สภาพภายในยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าภายนอกเสียอีก กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายที่เข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้ ลอยอบอวลไปทั่วโถงทางเดินที่มืดมิด
แต่เหมันต์ก็ยังคงมุ่งมั่น เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับการประลองครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
"ข้ามาแล้ว... พญามาร!"
เสียงก้องกังวานของเหมันต์สะท้อนไปทั่วปราสาท ราวกับเป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ
การประลองอันยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ปราสาทแห่งพญามาร อันเป็นจุดศูนย์รวมของความมืดมิดและอำนาจชั่วร้าย เหมันต์จะสามารถฝ่าฟันอันตรายและเผชิญหน้ากับพญามารได้หรือไม่? และชะตากรรมของมหานครศิลาผาจะเป็นอย่างไรต่อไป?
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก