ตอนที่ 6 — เหมันต์ผู้ทลายม่านมายา
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
ลมหนาวที่กัดกินผิวหนังของเหมันต์นั้นมิใช่เพียงความเย็นกาย แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาหายใจเข้าลึกๆ สูดกลิ่นอายของเมืองที่กำลังจะสิ้นสลายเข้าไปเต็มปอด กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังและความมืดที่ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ เป็นเสมือนน้ำทิพย์ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของเขา เหมันต์ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของนครแห่งแสง ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเงามรณะของเหล่าปีศาจและมนต์ดำที่พญามารได้แผ่ขยายอาณาเขตเข้ามา
เมื่อสามบทสนทนาที่ผ่านมา เหมันต์ได้เผชิญหน้ากับภาพหลอนอันน่าสะพรึงกลัวที่ปีศาจผู้เฝ้ามองสร้างขึ้น ภาพของคนรักที่ถูกทรมาน ภาพของครอบครัวที่สิ้นลมหายใจ ภาพของโลกทั้งใบที่ถูกกลืนกินด้วยความมืด บัดนี้ ภาพเหล่านั้นเลือนรางไปสิ้น แต่ความรู้สึกอันโหดร้ายยังคงเกาะกุมในใจ หากแต่เหมันต์มิใช่บุรุษธรรมดาที่ถูกความกลัวครอบงำ พลังที่ซ่อนเร้นภายในตัวเขาได้ปลุกเร้าขึ้นมาตอบโต้
"ภาพลวงตา... จงสลายไปเสีย!" เสียงของเหมันต์กึกก้อง ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาจากฟากฟ้าอันมืดมิด พลังแห่งน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ได้แผ่กระจายออกมาจากกายของเขา ละอองน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ก่อตัวขึ้นรอบๆ กาย ปัดเป่าม่านแห่งมายาให้เลือนหายไป เหมันต์มองไปรอบตัวอย่างพินิจพิจารณา
โครงสร้างของเมืองที่เคยสง่างาม บัดนี้กลายเป็นเพียงเงาของอดีต อาคารสูงเสียดฟ้ากลายเป็นซากปรักหักพัง ท้องถนนที่เคยพลุกพล่าน บัดนี้มีแต่เถ้าถ่านและเศษซาก ความเงียบงันเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องว่างของสิ่งก่อสร้างที่พังทลาย
"นี่หรือ... นครแห่งแสงที่เล่าขาน?" เหมันต์พึมพำกับตนเอง ใบหน้าคมคายประดับด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย แววตาคู่คมวาววับด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นและความเสียใจ
ทันใดนั้น เสียงคำรามอันทรงพลังก็ดังขึ้นมาจากใจกลางเมือง ร่างกายของเหมันต์พลันกระชับกล้ามเนื้อ ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางของเสียง
"ในที่สุด... แกก็ปรากฏตัวออกมาสักที"
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นจากเงามืด มันคือปีศาจตนหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีขนาดใหญ่โตมหึมา ผิวหนังสีดำราวถ่าน เกล็ดแข็งแกร่งปกคลุมไปทั่วร่าง ดวงตาสีแดงฉานเรืองรองด้วยเปลวไฟแห่งความชั่วร้าย อาวุธในมือของมันคือดาบขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายสีดำทะมึน
"เจ้าคือผู้ที่กล้าเหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้าสินะ... มนุษย์?" เสียงของปีศาจดังก้อง ราวกับเสียงอัสนีบาต
"ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิงไป" เหมันต์ตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว
"หึ... ความโง่เขลาของมนุษย์ช่างน่าขันเสียจริง" ปีศาจหัวเราะเสียงดัง "โลกนี้กำลังจะตกอยู่ภายใต้อำนาจของพญามาร เจ้าคิดว่าเพียงผู้เดียวจะหยุดยั้งเราได้รึ?"
"ข้ามิใช่ผู้เดียว... ข้าคือเหมันต์ บุตรแห่งเทพบุตร ทายาทแห่งสายลมและน้ำแข็ง" เหมันต์ประกาศก้องพร้อมกับยกมือขึ้น พลังแห่งน้ำแข็งเริ่มก่อตัวขึ้นในฝ่ามือของเขา
ปีศาจตนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ เหมันต์มิได้แสดงท่าทีหวาดหวั่น เขาปลดปล่อยพลังแห่งน้ำแข็งเข้าใส่ แต่ปีศาจนั้นเพียงแค่ยกแขนขึ้นบัง พลังแห่งน้ำแข็งเหล่านั้นก็สลายไปราวกับปุยหิมะ
"พลังของเจ้า... ช่างอ่อนแอเสียจริง" ปีศาจกล่าวเย้ยหยัน
"นี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น" เหมันต์กล่าว พร้อมกับรวบรวมพลังที่มากขึ้น
การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ปีศาจโจมตีด้วยพละกำลังอันมหาศาล ดาบสีดำฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง เหมันต์หลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว เขาใช้พลังแห่งน้ำแข็งสร้างโล่ขึ้นมาป้องกัน และตอบโต้ด้วยการปล่อยกระสúngน้ำแข็งขนาดเล็กที่พุ่งเข้าใส่ปีศาจอย่างรวดเร็ว
ทว่า พลังของปีศาจตนนั้นช่างเหนือกว่า เกล็ดแข็งแกร่งของมันต้านทานการโจมตีของเหมันต์ได้แทบทั้งหมด เหมันต์เริ่มเสียเปรียบ เขาถูกพลังของปีศาจซัดกระเด็นไปหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่ล้มลง เขาก็จะลุกขึ้นมาใหม่ด้วยจิตใจที่แน่วแน่
"ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องรับมือกับความจริงแล้ว... มนุษย์!" ปีศาจตะโกน พร้อมกับรวบรวมพลังแห่งความมืดไว้ที่ดาบของมัน
แสงสีดำทะมึนแผ่กระจายออกมาจากดาบ ปรากฏเป็นลำแสงแห่งความตายที่พุ่งเข้าใส่เหมันต์ เหมันต์เห็นดังนั้น เขารีบสร้างกำแพงน้ำแข็งขนาดมหึมาขึ้นมาบัง แต่กำแพงน้ำแข็งนั้นก็แตกร้าวอย่างรวดเร็วเมื่อลำแสงแห่งความตายปะทะ
"นี่คือจุดจบของเจ้า!" ปีศาจกล่าวอย่างเหี้ยมโหด
แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อลำแสงแห่งความตายใกล้จะปะทะเข้ากับเหมันต์ เหมันต์กลับยิ้มมุมปาก เขาปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมา พร้อมกับเปล่งเสียงร้องที่ทรงพลัง
"สลายไปเสีย! ม่านแห่งมายา! สลายไปเสีย! ความมืด! ข้าคือเหมันต์... ผู้ทลายภพ!"
ทันใดนั้น ร่างกายของเหมันต์ก็เปล่งประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สว่างไสวเกินกว่าสิ่งใดๆ พลังแห่งน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ได้ปะทุออกมาจากภายในตัวเขาอย่างมหาศาล มันไม่ใช่เพียงความเย็นยะเยือก แต่เป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์และการทำลายล้างที่เหนือกว่าสิ่งใด
แสงสีขาวนั้นได้กลืนกินลำแสงแห่งความตายของปีศาจจนหมดสิ้น มันแผ่กระจายออกไปทั่วบริเวณ เปลี่ยนม่านแห่งมายาที่เคยปกคลุมเมืองให้สลายไปสิ้น โครงสร้างของเมืองที่เคยพังทลาย บัดนี้กลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น
ปีศาจตนนั้นยืนตะลึงงัน มันไม่เคยพบเจอพลังเช่นนี้มาก่อน พลังที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว
"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้!" ปีศาจตะโกนด้วยความตกใจ
เหมันต์เดินเข้าไปหาปีศาจอย่างเชื่องช้า ดวงตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยประกายแห่งพลังอันไร้ขอบเขต
"เจ้าคิดว่าม่านแห่งมายาของเจ้าจะสามารถกักขังข้าได้งั้นรึ? ข้าคือเหมันต์... ข้าคือผู้ที่มองทะลุทุกสิ่ง!"
เหมันต์ยกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ พลังแห่งน้ำแข็งที่แผ่ออกมานั้นมิใช่เพียงความเย็น แต่เป็นความร้อนแรงที่สามารถละลายได้ทุกสรรพสิ่ง
"ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องไปสู่จุดจบของเจ้าแล้ว... ปีศาจ!"
เหมันต์ปล่อยคลื่นพลังแห่งน้ำแข็งเข้าใส่ปีศาจอย่างเต็มกำลัง ปีศาจพยายามจะป้องกันตัวเอง แต่พลังของเหมันต์นั้นทรงพลังเกินกว่าจะต้านทานได้ มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างอันใหญ่โตของมันจะถูกแช่แข็งจนกลายเป็นน้ำแข็งสีดำ ก่อนจะแตกสลายไปในอากาศ
เมื่อปีศาจตนนั้นสลายไป นครแห่งแสงก็กลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ แสงสว่างที่กลับคืนมานั้น มิใช่แสงสว่างแห่งความหวังเพียงอย่างเดียว แต่เป็นแสงสว่างที่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งที่ผ่านการทดสอบ
เหมันต์มองไปรอบๆ เขาเห็นผู้คนเริ่มออกมาจากที่หลบซ่อนด้วยความหวาดกลัว แต่เมื่อพวกเขาเห็นเหมันต์ พวกเขาก็เริ่มมีความหวัง
"เจ้า... เจ้าคือผู้ใด?" ชายชราคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ข้าคือเหมันต์... ผู้ที่มาเพื่อปลดปล่อยพวกเจ้าจากความมืด" เหมันต์ตอบพลางยิ้มบางๆ
แต่แล้ว เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ลอยมาเข้าหูของเหมันต์
"แม้เจ้าจะสามารถทำลายม่านมายาได้... แต่เจ้ายังมิได้เผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่สุด... การเดินทางของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น... ณ ดินแดนต้องสาป..."
เหมันต์หันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่พบสิ่งใด เสียงกระซิบนั้นหายไปในอากาศ ราวกับเป็นเพียงเสียงเพ้อเจ้อ
"ดินแดนต้องสาป..." เหมันต์พึมพำ ใบหน้าของเขาเริ่มมีความกังวลปรากฏขึ้น
หากเขาได้เผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายที่สุดแล้ว... ความจริงนั้นคือสิ่งใดกันแน่? และดินแดนต้องสาปนั้น มีอันตรายอะไรซ่อนอยู่?
เหมันต์รู้ดีว่า การเดินทางของเขายังคงอีกยาวไกล.
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก