ตอนที่ 7 — ประตูสู่นิรันดร์
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
ลมหนาวที่กัดกินผิวหนังของเหมันต์นั้นมิใช่เพียงความเย็นกาย แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาหายใจเข้าลึกๆ สูดกลิ่นอายของเมืองที่กำลังจะสิ้นสลายเข้าไปเต็มปอด กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังและความตายคละคลุ้งจนเกือบจะทำให้เวียนหัว แต่มันกลับปลุกพลังบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในกายของเขาให้ตื่นขึ้นมา
"พวกมันกำลังจะมา" เสียงของอัสนีดังขึ้นข้างหู แผดเสียงอย่างชัดเจนท่ามกลางเสียงกระซิบของสายลมที่พัดผ่านซากปรักหักพังของเมือง
เหมันต์หันไปมองเพื่อนร่วมทาง ร่างของอัสนีที่ยืนตระหง่านอยู่บนกองซากอิฐราวกับภูผาหิน แสงจันทร์สีซีดสาดส่องลงมาต้องใบหน้าของเขาที่ฉายแววเคร่งขรึม ดวงตาคู่คมฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น ราวกับพร้อมจะทะลวงทุกอุปสรรคที่ขวางหน้า
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานชั่วร้ายที่แผ่ขยายออกมาจากใจกลางเมือง" เหมันต์ตอบ สีหน้าของเขาดูไม่ต่างจากอัสนี "มันกำลังบ่มเพาะความมืดมิดให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ"
ทั้งสองก้าวเท้าเดินต่อไป ท่ามกลางซากเมืองที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงภาพอดีตอันเลือนรางที่ถูกกลืนกินด้วยความมืด สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่พังทลาย ผนังแตกร้าว บางหลังทรุดตัวจนเหลือแต่เสาหินสูงเสียดฟ้า เงาตะคุ่มของสิ่งมีชีวิตประหลาดเคลื่อนไหวไปมาในมุมมืด ร่างกายของพวกมันบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ บางตัวมีหางยาวแหลมคม บางตัวมีดวงตาเรืองรองสีแดงฉาน พวกมันเหล่านั้นคือสมุนของพญามารที่คอยลาดตระเวนอยู่ทั่วเมือง
"ดูเหมือนเราจะไม่ได้มาคนเดียว" อัสนีกล่าวพร้อมกับชักดาบเล่มใหญ่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา ดาบเล่มนั้นมีประกายแสงสีฟ้าอ่อนเรืองรองออกมา บ่งบอกถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายใน
ทันใดนั้นเอง เงาร่างสีดำทะมึนก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาทันที ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายหมาป่าขนาดมหึมา ขนสีดำสนิทราวกับกลางคืน ดวงตาเป็นประกายสีแดงก่ำ มันส่งเสียงคำรามก้องสะท้านไปทั่วบริเวณ
"อสูรกายรับใช้!" เหมันต์เอ่ยชื่อ สองมือของเขากำหมัดแน่น พลังงานสีขาวบริสุทธิ์เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา "พวกมันมาจากนรกเบื้องล่างสินะ"
"ไม่ต้องเสียเวลาพูดมาก จัดการมันเสีย" อัสนีตะโกน พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะกับอสูรกายตัวแรกอย่างรวดเร็ว ดาบสีฟ้าฟาดฟันลงไปอย่างแม่นยำ เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟกระเด็นออกจากปลายดาบ
เหมันต์ไม่รอช้า เขากระโจนเข้าใส่ฝูงอสูรกายที่กำลังมุ่งหน้าเข้ามา ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายลม รวดเร็วและทรงพลัง ฝ่ามือของเขาเต็มไปด้วยพลังงานสีขาวที่ร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์ เขาปล่อยพลังออกไปเป็นลำแสงสีขาวพุ่งตรงเข้าใส่พวกอสูรกาย เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้น เมื่อร่างของพวกมันถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เหมันต์และอัสนีผนึกกำลังกันอย่างยอดเยี่ยม เหมันต์ใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วในการหลบหลีกและโจมตีจากมุมต่างๆ ส่วนอัสนีใช้พละกำลังอันมหาศาลและดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขาในการสยบอสูรกายที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
"พวกมันมีไม่หมดสิ้นหรือไง" อัสนีบ่นอุบ เมื่อเห็นอสูรกายตัวใหม่ๆ พากันกรูกันเข้ามาไม่หยุดหย่อน
"นี่เป็นเพียงสมุนชั้นต่ำ" เหมันต์ตอบ ดวงตาของเขามองไปยังใจกลางเมืองที่มืดมิดกว่าเดิม "พลังอำนาจที่แท้จริงกำลังรอเราอยู่เบื้องหน้า"
พวกเขาต่อสู้ฝ่าฟันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงบริเวณใจกลางของเมือง ซากปรักหักพังที่นี่ดูหนาแน่นกว่าที่อื่นราวกับว่าเคยเป็นศูนย์กลางของความเจริญรุ่งเรืองมาก่อน ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ปรากฏประตูบานหนึ่งขึ้นมา มันเป็นประตูหินขนาดใหญ่แกะสลักลวดลายแปลกตา บนบานประตูนั้นมีสัญลักษณ์โบราณที่ส่องแสงสีม่วงเรืองรองชวนขนลุก
"นั่นมัน... ประตูสู่นิรันดร์" อัสนีอุทานด้วยความตกตะลึง "ข้าเคยได้ยินตำนานเล่าขานเกี่ยวกับมัน พลังของพญามารถูกกักขังอยู่เบื้องหลังประตูบานนั้น"
"และนั่นคือเป้าหมายของเรา" เหมันต์กล่าว น้ำเสียงของเขาหนักแน่น บ่งบอกถึงความเด็ดเดี่ยว "เราต้องเปิดประตูบานนี้ และเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่แท้จริง"
ทันใดนั้นเอง สองข้างทางของประตูบานนั้นก็ปรากฏร่างของอสูรกายยักษ์สองตนขึ้นมา ร่างกายของมันใหญ่โตราวกับภูเขา ผิวหนังสีดำทะมึนเต็มไปด้วยเกล็ดแข็งแกร่ง ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำ เปล่งประกายแห่งความอาฆาต
"ผู้พิทักษ์ประตู" เหมันต์กล่าว "ดูเหมือนพญามารจะรู้ว่าเราจะมา"
"พวกมันแข็งแกร่งมาก" อัสนีกล่าว มองไปยังอสูรกายยักษ์ด้วยความประเมิน "เราคงต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี"
เหมันต์พยักหน้า เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลังงานสีขาวบริสุทธิ์เริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขา มันไม่ใช่แค่พลังงานธรรมดา แต่มันคือพลังแห่งแสงสว่างที่สามารถขับไล่ความมืดมิดทั้งปวงได้
"ถึงเวลาแล้ว" เหมันต์ลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาส่องประกายเจิดจ้า ราวกับดวงดาวที่สุกสกาว "ที่จะแสดงให้เห็นว่าความสิ้นหวังนั้น... มิอาจเอาชนะความหวังได้"
เขาชูมือขึ้นเหนือศีรษะ พลังงานสีขาวบริสุทธิ์เริ่มก่อตัวขึ้น กลายเป็นลูกบอลแสงขนาดยักษ์ ส่องสว่างไสวไปทั่วบริเวณที่มืดมิดนั้น
"ข้าจะจัดการตัวหนึ่ง เจ้าจัดการอีกตัวหนึ่ง" เหมันต์บอกอัสนี "จำไว้ว่าเราต้องเปิดประตูบานนี้ให้ได้"
"เข้าใจแล้ว" อัสนีตอบ ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือเปล่งประกายสีฟ้าเข้มยิ่งขึ้น "อย่าให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ"
เหมันต์พุ่งตัวออกไปก่อน พุ่งตรงไปยังอสูรกายยักษ์ตนหนึ่งอย่างรวดเร็ว ลูกบอลแสงในมือของเขาถูกปล่อยออกไป มันพุ่งทะยานกลางอากาศราวกับอุกกาบาตแห่งแสง ปะทะเข้ากับร่างของอสูรกายยักษ์อย่างจัง
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างอันเจิดจ้าแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ขับไล่ความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ชั่วขณะ ร่างของอสูรกายยักษ์ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
ในขณะเดียวกัน อัสนีก็ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ผู้พิทักษ์อีกตนหนึ่ง ดาบศักดิ์สิทธิ์ฟาดฟันด้วยความเร็วสูง สร้างคลื่นพลังสีฟ้าที่พุ่งเข้าปะทะกับเกล็ดอันแข็งแกร่งของอสูรกายยักษ์ เสียงปะทะดังราวกับเหล็กกระทบเหล็ก
การต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างจากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง พลังของเหมันต์และอัสนีดูเหมือนจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น พวกเขาไม่ใช่แค่กำลังต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อเปิดประตูแห่งความหวัง
เหมันต์ใช้เทคนิคที่เขาไม่เคยใช้มาก่อน แสงสว่างที่เขาสร้างขึ้นนั้นมีพลังทำลายล้างสูงกว่าที่คิด มันไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับอสูรกายยักษ์ แต่ยังทำให้จิตใจของมันสั่นคลอนอีกด้วย
"เจ้า... เจ้าคือผู้ถูกเลือกจากสรวงสวรรค์!" อสูรกายยักษ์ตัวหนึ่งร้องเสียงดังอย่างหวาดหวั่น เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลังของเหมันต์
"ข้าคือผู้ที่จะนำพาแสงสว่างกลับคืนมา" เหมันต์ตอบ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "และความมืดของเจ้า... จะต้องถูกขับไล่ไป!"
เขาปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมา ลูกบอลแสงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะกลืนกินอสูรกายยักษ์ทั้งตัว แสงนั้นเจิดจ้าจนไม่สามารถลืมตาได้
ด้านอัสนีเองก็กำลังสู้กับอสูรกายยักษ์อีกตนอย่างดุเดือด ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขากำลังถูกต้านทานด้วยพลังอันมหาศาลของอสูรกาย แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาระลึกถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับผู้คนที่รอคอยความหวัง
"จงเปิดออก!" อัสนีตะโกนสุดเสียง พร้อมกับปล่อยพลังทั้งหมดที่มีเข้าไปในดาบ ดาบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นราวกับจะกลืนกินอสูรกายยักษ์ทั้งตัว
เมื่อแสงสว่างจากทั้งสองฝ่ายสว่างไสวที่สุด เหมันต์ก็รวบรวมสมาธิอีกครั้ง เขามองไปยังประตูหินบานใหญ่ตรงหน้า
"ประตู... จงเปิดออก!"
ด้วยคำพูดนั้น ประตูหินแกะสลักเริ่มสั่นสะเทือน สัญลักษณ์โบราณบนบานประตูเปล่งประกายสีม่วงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะดูดกลืนทุกสิ่งรอบกาย
อสูรกายยักษ์ทั้งสองที่กำลังต่อสู้กับเหมันต์และอัสนีก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากพลังงานของประตู พวกมันคำรามอย่างบ้าคลั่ง พยายามจะขัดขวาง แต่ก็ไร้ประโยชน์
ในที่สุด ด้วยเสียงกึกก้องอันทรงพลัง ประตูหินขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดเบื้องหลัง แสงสีม่วงอันอันตรายสาดส่องออกมาจากช่องว่างนั้น
เหมันต์และอัสนีมองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่าการผจญภัยที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก