จอมเทพบุตรทลายภพ

ตอนที่ 9 — พายุหิมะสีเลือด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,049 คำ

ลมหนาวที่กัดกินผิวหนังของเหมันต์นั้นมิใช่เพียงความเย็นกาย แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลัง เขาสูดกลิ่นอายของเมืองที่กำลังจะสิ้นสลายเข้าไปเต็มปอด กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวัง กลิ่นอายแห่งความตายที่คลุ้งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งกำลังจะดับสูญไปพร้อมกัน

“เจ้ายังคิดจะยืนทอดอาลัยอยู่เล่า เหมันต์!” เสียงแหลมเสียดแก้วหูดังขึ้นจากเบื้องหลัง ‌ชายชุดดำที่มีรอยสักรูปอสูรกายบนใบหน้า ทะลวงผ่านกลุ่มหมอกควันแห่งความมืดราวกับเงาปีศาจ ปรากฏตัวต่อหน้าเหมันต์ พร้อมกับใบมีดที่บิดเบี้ยวราวกับกรงเล็บของสัตว์ร้าย

เหมันต์หันกลับมา ดวงตาของเขาทอประกายเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่ถูกแช่แข็งมานับพันปี “ข้าไม่ได้ทอดอาลัย ข้าเพียงแต่กำลังซึมซับลมหายใจสุดท้ายของเมืองนี้”

“ลมหายใจสุดท้ายที่กำลังจะถูกกลืนกินไปกับความมืด!” ชายชุดดำตะโกน ​พุ่งเข้าใส่เหมันต์อย่างรวดเร็ว ใบมีดในมือของเขาสะท้อนแสงสีเทาของท้องฟ้าที่ไร้ดวงดาว ฟาดฟันเป็นเส้นสายแห่งความตาย

เหมันต์ไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่ขยับกายเล็กน้อย ราวกับจะหลีกเลี่ยงการปะทะ แต่ทว่า… ใบมีดนั้นกลับเฉียดผ่านลมไปอย่างหวุดหวิด เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ‍เหมันต์ก็พลิกตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียด ราวกับว่าเขาสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้ล่วงหน้า

“เร็วเกินไป! เจ้าเร็วจนข้าตามไม่ทัน!” ชายชุดดำอุทานด้วยความประหลาดใจ

“เจ้ายังช้าเกินไป” เหมันต์กล่าวเสียงเรียบ เขายกมือขึ้น พลังงานสีฟ้าบริสุทธิ์ก่อตัวขึ้นเป็นเกล็ดหิมะขนาดมหึมา ลอยคว้างอยู่เหนือฝ่ามือของเขา ‌“นี่คือลมหนาวที่แท้จริง”

ทันใดนั้นเอง เหมันต์สะบัดมือ เกล็ดหิมะมหึมานั้นพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำราวกับห่ากระสุน ชายชุดดำกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามใช้ใบมีดป้องกัน แต่เกล็ดหิมะกลับทะลวงผ่านการป้องกันของเขาได้อย่างง่ายดาย ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว

“ไม่! เป็นไปไม่ได้!” ‍เสียงของชายชุดดำค่อยๆ แผ่วเบาลง ก่อนที่จะกลายเป็นเพียงก้อนน้ำแข็งที่ไร้ชีวิต “เจ้า… เจ้าคือใครกันแน่!”

เหมันต์มองดูร่างที่กลายเป็นน้ำแข็งนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย “ข้าคือผู้ที่จะนำพายุนี้มาเยือน”

เมื่อกำจัดชายชุดดำที่เข้ามาขวางทางได้แล้ว เหมันต์ก็ก้าวเดินต่อไปท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองที่กำลังจะสิ้นสลาย เสียงกรีดร้อง ​เสียงร้องไห้ เสียงแห่งความหวาดกลัวยังคงดังสะท้อนไปทั่ว แต่ทว่า… เหมันต์กลับรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น

“นี่มัน… กลิ่นอายแห่งพญามาร” เหมันต์พึมพำกับตัวเอง เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังปราสาทโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนภูเขาสูงสุด ​ปราสาทแห่งนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำทมิฬ ราวกับเป็นปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ

“หากข้าต้องการที่จะทลายภพ ข้าก็ต้องเผชิญหน้ากับอำนาจสูงสุด” เหมันต์กล่าวอย่างมุ่งมั่น

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดครึ้มยิ่งกว่าเดิม พายุหิมะที่เคยพัดผ่านอย่างแผ่วเบา บัดนี้กลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว เกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมานั้นมิใช่สีขาวบริสุทธิ์อีกต่อไป ​แต่มันกลับกลายเป็นสีแดงฉาน ราวกับเลือดสดที่หลั่งรินจากฟากฟ้า

“พายุหิมะสีเลือด!” เหมันต์อุทานด้วยความประหลาดใจ

เกล็ดหิมะสีเลือดเหล่านั้นพัดกระหน่ำเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้เพียงแค่สร้างความหนาวเย็น แต่กลับกัดกินผิวหนังของเหมันต์ ราวกับมีดที่กรีดแทงเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง พลังชีวิตของเขากำลังถูกสูบออกไปอย่างช้าๆ

“นี่คือคำสาปแห่งดินแดนแห่งความมืด” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเบื้องหลังของเหมันต์ “ผู้ใดที่ก้าวเข้ามาในดินแดนนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนทานได้”

เหมันต์หันกลับไป เขาเห็นร่างของชายชราผู้หนึ่ง กำลังยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะสีเลือดนั้น เสื้อคลุมของเขากลายเป็นสีแดงฉานไปหมดราวกับถูกย้อมด้วยโลหิต ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาของเขากลับทอประกายแห่งอำนาจที่น่าเกรงขาม

“เจ้าคือใคร?” เหมันต์ถาม

“ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งดินแดนแห่งความมืด” ชายชราตอบ “ข้าคือผู้ที่จะทดสอบผู้ที่บังอาจย่างกรายเข้ามา”

“ข้ามิได้ต้องการทดสอบ ข้าเพียงต้องการเดินทางผ่าน” เหมันต์กล่าว

“การเดินทางของเจ้าจะสิ้นสุดลง ณ ที่นี้” ชายชรากล่าว เขายกมือขึ้น พายุหิมะสีเลือดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า เกล็ดหิมะเหล่านั้นเริ่มรวมตัวกัน ก่อเกิดเป็นรูปร่างของอสูรกายที่น่าสะพรึงกลัว

“อสูรหิมะโลหิต!” ชายชราตะโกน ร่างของอสูรกายที่ก่อตัวจากหิมะสีเลือดนั้นพุ่งเข้าใส่เหมันต์ด้วยความรวดเร็ว

เหมันต์ไม่แสดงความหวาดกลัว เขายกมือขึ้น ปล่อยพลังงานสีฟ้าบริสุทธิ์ที่แข็งแกร่งราวกับน้ำแข็งพันปีออกมา เกล็ดหิมะสีฟ้าบริสุทธิ์นั้นปะทะเข้ากับอสูรหิมะโลหิต เกิดเป็นเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว

“เจ้าคิดว่าพลังของเจ้าจะสามารถต้านทานคำสาปแห่งดินแดนนี้ได้งั้นรึ?” ชายชราหัวเราะเยาะ

“ข้ามิได้ต้องการต้านทาน ข้าเพียงต้องการทำลาย” เหมันต์ตอบ

เหมันต์หลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขากำลังรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี พลังที่มาจากความหนาวเย็นที่บริสุทธิ์ พลังที่มาจากความมุ่งมั่นที่ไม่เคยสั่นคลอน

“จงสลายไป!” เหมันต์ตะโกน พร้อมกับปล่อยพลังงานสีฟ้าบริสุทธิ์ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมออกมา

พลังงานสีฟ้าบริสุทธิ์นั้นแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้เพียงแค่ผลักดันอสูรหิมะโลหิตออกไป แต่มันยังกัดกิน รุกราน และทำลายล้างคำสาปแห่งพายุหิมะสีเลือด

ร่างของอสูรหิมะโลหิตค่อยๆ ละลายไป กลายเป็นเพียงสายน้ำสีแดงที่ไหลซึมลงสู่ผืนดิน ชายชราผู้พิทักษ์แห่งดินแดนแห่งความมืดมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง

“เป็นไปไม่ได้! พลังของเจ้า… เจ้าคือใครกันแน่!” ชายชราถามอีกครั้ง

“ข้าคือเหมันต์ ผู้ที่จะนำพาความหนาวเย็นอันบริสุทธิ์มาสู่โลกนี้” เหมันต์กล่าว

เมื่อพายุหิมะสีเลือดสงบลง เหมันต์ก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าของดินแดนต้องสาป ดินแดนที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์สีดำสนิท ต้นไม้ที่บิดเบี้ยว และมีหมอกพิษลอยอวลอยู่ตลอดเวลา

“การเดินทางของเจ้ายังคงดำเนินต่อไป” ชายชราผู้พิทักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง “แต่จงระวัง… ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายที่เจ้าคาดไม่ถึง”

เหมันต์พยักหน้า เขากล่าวขอบคุณชายชราผู้พิทักษ์ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนต้องสาป ทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสกับผืนดินในดินแดนแห่งนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็ถาโถมเข้ามา

“นี่มัน… พลังงานแห่งความเสื่อมโทรม” เหมันต์รู้สึกได้ถึงพลังงานที่กำลังกัดกินจิตใจของเขา ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะถูกทำลายลง

ขณะที่เขากำลังเดินสำรวจ สังเกตการณ์ความผิดปกติของสภาพแวดล้อมที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นมาจากรอบทิศทาง เสียงเหล่านั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความหวาดกลัว ราวกับจะเป็นเสียงของดวงวิญญาณที่ถูกกักขังอยู่ที่นี่

“ช่วยด้วย… ช่วยเราด้วย…”

“ที่นี่… มันมืดมิดเหลือเกิน…”

“เราไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป…”

เหมันต์หยุดเดิน เขามองไปรอบๆ แต่ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ เลย มีเพียงเถาวัลย์สีดำที่เลื้อยพันไปทั่ว และหมอกพิษที่ลอยคลุ้งอยู่

“ใครอยู่ที่นั่น?” เหมันต์ถาม

เสียงกระซิบกระซาบนั้นยิ่งดังขึ้น ราวกับจะโอบล้อมตัวเขาไว้

“เราอยู่ที่นี่… ตลอดไป…”

“พวกเราถูกทรมาน… ถูกบีบคั้น… ไม่มีทางออก…”

ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์สีดำสนิทเหล่านั้นก็เริ่มเคลื่อนไหว พวกมันยืดยาวออกไปราวกับหนวดของอสูรกาย พุ่งเข้าหาเหมันต์อย่างรวดเร็ว

“พลังงานแห่งความเสื่อมโทรม… มันกำลังพยายามกลืนกินข้า!” เหมันต์ตระหนักได้ถึงอันตราย

เขาไม่รอช้า รีบปล่อยพลังงานสีฟ้าบริสุทธิ์ออกมา พลังงานนั้นแผ่ขยายออกไปรอบตัวเขา เถาวัลย์สีดำเหล่านั้นเมื่อสัมผัสกับพลังงานของเหมันต์ ก็เกิดอาการไหม้เกรียม และสลายไปในอากาศ

“พวกเจ้า… จงอย่าสิ้นหวัง!” เหมันต์กล่าวเสียงดัง “ข้าจะนำพาทุกท่านออกจากที่นี่!”

เขาก้าวเดินต่อไปท่ามกลางเถาวัลย์ที่กำลังสลายไป เขารู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย แต่ทว่า… ในใจของเขากลับมีประกายแห่งความหวังที่สว่างไสวขึ้น

เมื่อเหมันต์เดินผ่านดินแดนต้องสาปมาได้สำเร็จ เขาก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าของปราสาทแห่งพญามาร ปราสาทแห่งนั้นตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีดำ ท้องฟ้าเหนือปราสาทแห่งนั้นมืดครึ้มราวกับจะแตกออก

“ในที่สุด… ข้าก็มาถึง” เหมันต์กล่าว

เขาก้าวเท้าเข้าไปในปราสาทแห่งพญามาร บรรยากาศภายในนั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่น่าสะพรึงกลัว เงาตะคุ่มเคลื่อนไหวไปมาตามมุมห้อง และเสียงคำรามที่ดังสะท้อนไปทั่ว

“เข้ามาเลย… ผู้กล้า” เสียงทุ้มต่ำของพญามารดังขึ้นจากเบื้องลึกของปราสาท “ข้าเฝ้ารอการมาของเจ้ามานานแสนนาน”

เหมันต์ไม่ตอบโต้ เขายกมือขึ้น พลังงานสีฟ้าบริสุทธิ์ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการประลองครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

การต่อสู้ระหว่างความดีและความมืด… การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของภพนี้… กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมเทพบุตรทลายภพ

จอมเทพบุตรทลายภพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!