ตอนที่ 11 — พายุหิมะแห่งเจ็ดปราการ
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
เหมันต์ยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ท่ามกลางซากปรักหักพังของนครแห่งแสงที่เคยเจิดจ้า บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเงามืดอันน่าสะพรึงกลัว ลมหนาวที่พัดผ่านกรีดผ่านเนื้อกายคล้ายคมมีดน้ำแข็ง ทว่าความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกสันหลังของเขานั้น มิใช่ความเย็นจากธรรมชาติ หากแต่เป็นคลื่นพลังงานแห่งความสิ้นหวังที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางของหายนะ กลิ่นอายแห่งความสูญเสีย ความเจ็บปวด และความตาย คลุ้งคลุ้งอยู่ทุกอณูอากาศ เขาหลับตาลง ปล่อยให้จิตสัมผัสของตนแผ่ขยายออกไป รับรู้ถึงชีพจรสุดท้ายของเมืองที่กำลังจะดับสูญ
"มัน… รุนแรงกว่าที่คิด" เสียงแหบพร่าของเหมันต์ดังขึ้น แฝงไว้ด้วยความกังวลที่ไม่อาจปกปิด กลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยสัมผัสมาก่อน แม้แต่ในสมรภูมิที่โหดร้ายที่สุด ความสิ้นหวังของเผ่าพันธุ์ที่ถูกกวาดล้าง หรือความหวาดกลัวของผู้ที่กำลังจะตาย ก็ยังมิได้บีบคั้นหัวใจได้เท่ากับอารมณ์ดิบๆ อันดำมืดที่ไหลบ่าเข้ามาจากทั่วทุกทิศทาง
“เพราะที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ แต่คือการสลายสิ้น” เสียงเยือกเย็นดังมาจากด้านหลัง เหมันต์ไม่จำเป็นต้องหันกลับไปมอง เขารู้ดีว่าผู้ใดคือเจ้าของเสียงนั้น “เจ้ากำลังยืนอยู่บนจุดที่กาลเวลาและศรัทธากำลังจะแตกสลาย”
เหมันต์หันกลับมา เผชิญหน้ากับ “อัคนี” บุรุษผู้สวมชุดคลุมสีเพลิง ใบหน้าคมคายฉายแววเย้ยหยัน ดวงตาสีอำพันวาวโรจน์ดุจถ่านไฟ เปลวเพลิงเล็กๆ ลุกโชนอยู่รอบกายเขา ราวกับจะขับไล่ความหนาวเหน็บที่กำลังกัดกินทุกสิ่ง
“อัคนี… เจ้ามาทำไมที่นี่” เหมันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระแวง “นครแห่งแสงกำลังจะดับสูญ นี่ไม่ใช่สมรภูมิของเจ้า”
“สมรภูมิของข้า… คือที่ใดก็ตามที่ความมืดมีอำนาจ” อัคนีหัวเราะเบาๆ “และบัดนี้ ความมืดกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง แม้แต่นครแห่งแสงอันสูงส่งนี้ก็ไม่อาจต้านทานได้” เขาโบกมือไปรอบๆ “ดูเอาเถิด… เมืองที่เคยเต็มไปด้วยความหวัง บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเศร้าโศก”
เหมันต์หลับตาลงอีกครั้ง สูดกลิ่นอายแห่งความสิ้นหวังเข้าไปเต็มปอด เขาพยายามค้นหาต้นตอของพลังงานมืดนี้ แต่ยิ่งค้นหาเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกกระแสธารที่เชี่ยวกรากพัดพาไป สัญญาณของพลังงานโบราณที่หลับใหลอยู่ใต้ผืนดินกำลังค่อยๆ ตื่นขึ้น ยิ่งกว่านั้น เขาสัมผัสได้ถึง “บางสิ่ง” ที่กำลังจะอุบัติขึ้น เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะประเมินได้
“ข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่กำลังตื่นขึ้น” เหมันต์กล่าว “มันแข็งแกร่ง… และอันตรายอย่างยิ่ง”
“แน่นอน” อัคนีตอบ “มันคือ “มารพิลาส” พญามารโบราณผู้ถูกจองจำมานานนับหมื่นปี บัดนี้โซ่ตรวนแห่งกาลเวลาได้ผุพังไปแล้ว และเขา… กำลังจะกลับมา”
“มารพิลาส…” ชื่อนี้ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเหมันต์ เขาเคยได้ยินตำนานเล่าขานถึงพญามารตนนี้ในฐานะผู้ทำลายล้างผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่สามารถสั่นคลอนรากฐานแห่งจักรวาลได้
“ใช่” อัคนีพยักหน้า “และนครแห่งแสงแห่งนี้ คือสมรภูมิแรกของเขาในการทวงคืนอำนาจ”
ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องดังมาจากใต้พื้นดิน สาดกระแสคลื่นพลังงานอันมหาศาลแผ่กระจายออกไปทั่วทั้งเมือง เศษหินเศษปูนปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า เกิดเป็นพายุฝุ่นและเศษซากที่ปกคลุมเมืองจนมืดมิดยิ่งกว่าเดิม
“มัน… กำลังจะมาแล้ว!” อัคนีอุทาน ใบหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
เหมันต์ไม่รอช้า เขาพลิกตัวหมุนคว้าง ดาบ “นิลกาฬ” ปรากฏขึ้นในมือ ปลายดาบส่องประกายสีดำสนิทราวกับจะดูดกลืนแสงสว่างทั้งหมด
“ข้าจะหยุดมัน!” เหมันต์ประกาศเสียงกร้าว
“เจ้าจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร” อัคนีหัวเราะเยาะ “มารพิลาสไม่ใช่ศัตรูที่เจ้าจะรับมือได้เพียงลำพัง”
“ข้าอาจจะรับมือมันไม่ได้… แต่ข้าจะขัดขวางมัน!” เหมันต์ตอบ ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว
“ถ้าอย่างนั้น… ข้าก็ขอร่วมวงด้วย” อัคนีกล่าวพร้อมกับปลายนิ้วที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีเพลิง “ข้าเองก็ไม่ต้องการให้โลกนี้ตกอยู่ภายใต้อำนาจของมารร้าย”
ทันใดนั้น ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีดำมืดก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับเลือด มีเมฆหมอกสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วพลันก็ปลดปล่อย “พายุหิมะ” ลงมา แต่ทว่าหิมะที่โปรยปรายลงมานั้น มิใช่เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธิ์ แต่เป็นเกล็ดสีดำสนิท ดุจเข็มน้ำแข็งที่คมกริบ ราวกับจะกรีดกินทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลาย
“นี่คือ… พายุหิมะแห่งเจ็ดปราการ!” อัคนีตะโกน “เป็นพลังที่มารพิลาสใช้ในการทำลายล้างดวงดาว!”
เหมันต์ยกดาบขึ้นป้องป้องดวงตา หิมะสีดำทะลวงผ่านทุกสิ่ง กัดกินเนื้อไม้ที่ผุพังให้กลายเป็นผงธุลี กัดกินก้อนหินให้แตกเป็นเสี่ยงๆ แม้แต่พลังที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเองก็ยังถูกหิมะสีดำนี้กัดกร่อนจนอ่อนแรงลง
“ความหนาวเย็น… ที่แท้จริง!” เหมันต์อุทาน เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ของความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากหิมะสีดำนี้ มันมิใช่แค่ความเย็นทางกาย แต่เป็นความเย็นแห่งความตาย ความว่างเปล่า ที่สามารถดับสูญทุกสิ่งทุกอย่างได้
“เจ้าคิดว่าเจ้าจะรับมือกับสิ่งนี้ได้หรือ!” อัคนีตะโกนกลับ ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อย แม้จะเป็นผู้ใช้ไฟ แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงอันตรายจากความเย็นบริสุทธิ์นี้
“ข้า… จะต้องหาทาง!” เหมันต์กัดฟัน เขาเพ่งสมาธิไปที่ดาบนิลกาฬ พลังแห่งความเย็นของดาบเริ่มตอบสนองต่อพายุหิมะสีดำนี้ เกิดเป็นม่านพลังงานสีดำที่ส่องประกายเย็นยะเยือก ล้อมรอบตัวเขาและอัคนี
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายทุกสิ่ง!” เหมันต์ตะโกน เขาหลับตาลงอีกครั้ง สูดเอาพลังจากจิตวิญญาณของเขาเอง ผสมผสานกับพลังแห่งความเย็นของดาบนิลกาฬ พยายามสร้างเกราะป้องกันจากพายุหิมะแห่งความตายนี้
“ถ้าเจ้าคิดว่าพลังของเจ้าจะหยุดยั้งข้าได้… เจ้าคิดผิด!” เสียงกึกก้องของมารพิลาส ดังขึ้นจากเบื้องล่างของพื้นดิน พลังงานสีดำทะมึนทะลวงผ่านชั้นหินขึ้นมา ก่อตัวเป็นลำแสงสีดำที่สาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้า
“มัน… กำลังจะปรากฏตัว!” อัคนีร้องเตือน
เหมันต์ไม่ตอบ เขาเพียงแต่มุ่งมั่นเพ่งสมาธิไปที่ดาบนิลกาฬ ปลายดาบเรืองแสงสีดำเข้มขึ้นเรื่อยๆ พลังแห่งความเย็นอันบริสุทธิ์ที่เขาควบคุมได้ กำลังถูกบิดเบือนและผสานเข้ากับพลังแห่งความสิ้นหวังของเมืองที่กำลังจะตาย
“โลกนี้… จะต้องถูกชำระล้าง!” เสียงของมารพิลาส ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการสั่นสะเทือนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของเหมันต์ก็ปริแยกออกเป็นรอยยิ้มขนาดมหึมา เปลวไฟสีดำอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมา พร้อมกับร่างอันใหญ่โตมโหฬารของ “มารพิลาส”
มารพิลาส… ร่างกายของเขาใหญ่โตราวกับภูเขา ดวงตาสีแดงก่ำราวกับดาวนับพันดวง สวมเกราะดำขลับที่ทำจากกระดูกของดวงดาว ปลายเล็บแหลมคมยาวราวกับดาบ อาวุธในมือของเขาคือ “หอกแห่งกาลอวสาน” ซึ่งปลายหอกนั้นกำลังหมุนวนด้วยพลังงานแห่งความมืดอันไร้ขีดจำกัด
“เจ้า… ตัวเล็กนิดเดียว” มารพิลาสเอ่ยเสียงก้องกังวาน “จะมาขวางทางข้าได้อย่างไร”
เหมันต์เงยหน้าขึ้นมองมารพิลาสด้วยความมุ่งมั่น ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏในดวงตาของเขา มีเพียงเปลวไฟแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชน
“ข้า… จะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกนี้!” เหมันต์ประกาศเสียงดัง
“หึ… น่าสนใจ” มารพิลาสหัวเราะ “ข้าจะใช้เจ้านี่แหละ… เป็นเครื่องสังเวยแรกของข้า!”
มารพิลาสเงื้อหอกแห่งกาลอวสานขึ้นเตรียมจะโจมตี เหมันต์เองก็ชักดาบนิลกาฬ เตรียมพร้อมรับการโจมตีอันร้ายกาจที่สุด อัคนีเองก็เตรียมพร้อมที่จะยิงลูกไฟสีเพลิงออกไป
การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ใจกลางของนครแห่งแสงที่กำลังจะดับสูญ… ท่ามกลางพายุหิมะสีดำที่ยังคงโหมกระหน่ำ!
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก