เหมันต์ยืนนิ่งดุจรูปสลักหินอ่อน กลางซากปรักหักพังของนครแห่งแสงที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้ถูกกลืนกินด้วยความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด อากาศเย็นยะเยือกกรีดผ่านผิวหนัง ราวกับถูกคมมีดน้ำแข็งพันทับ แต่ความหนาวเหน็บนั้นไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกเย็นเยียบที่แล่นไปทั่วกระดูกสันหลัง เมื่อเขาเพ่งมองไปยังใจกลางซากปรักหักพังนั้น ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้โลหิตในกายราวกับจะแข็งตัว
ตรงเบื้องหน้า แทนที่จะเป็นมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคยเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธา บัดนี้กลับเป็นหลุมลึกอันดำมืดที่ปลายสุดของมันเปล่งแสงสีม่วงทมิฬเรืองรองออกมา แสงนั้นบิดเบี้ยว แสบตา และดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบกาย ไม่ใช่แสงแห่งความหวัง แต่เป็นแสงแห่งความสิ้นหวัง เป็นปากอเวจีที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกชีวิตให้มลายหายไป
"เป็นไปไม่ได้..." เสียงของเหมันต์แหบพร่า ราวกับถูกกรวดทรายบาดลำคอ เขาเคยจินตนาการถึงความพินาศของนครแห่งแสงมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ภาพตรงหน้ากลับเกินกว่าที่จินตนาการใดๆ จะเข้าถึง ความศักดิ์สิทธิ์ที่เคยปกคลุมนครแห่งนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายอันชั่วร้าย กลิ่นอายที่ทำให้ทุกเซลล์ในร่างกายกรีดร้องเตือนภัย
"ท่านคือผู้มาเยือน... ใช่หรือไม่" เสียงแหบแห้งดังขึ้นจากเงามืดด้านข้าง เหมันต์หันขวับไปตามเสียง ร่างสูงโปร่งปรากฏกายขึ้นจากความมืดนั้น เป็นบุรุษในชุดคลุมสีดำทะมึน ใบหน้าซ่อนอยู่ภายใต้หมวกฮู้ดจนมองไม่เห็น แต่ดวงตาที่ทอประกายสีเขียวเรืองรองนั้นบ่งบอกถึงความชั่วร้ายอันล้ำลึก
"ข้าคือเหมันต์ ผู้มาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม" เหมันต์ตอบเสียงกร้าว พลางชักกระบี่น้ำแข็งคู่ใจออกมาจากฝัก กระบี่ส่องประกายเย็นเยียบสะท้อนแสงสีม่วงทมิฬจากหลุมอเวจี
"ความยุติธรรม?" ชายในชุดคลุมหัวเราะเสียงแห้ง "ความยุติธรรมได้ตายไปพร้อมกับแสงสว่างของนครแห่งนี้แล้วบัดนี้ มีเพียงความมืดและความปวดร้าวเท่านั้นที่ดำรงอยู่"
"ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น" เหมันต์กล่าว พลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง "จงบอกข้ามา พญามารตนใดที่กล้าแตะต้องนครแห่งแสงแห่งนี้"
"พญามาร... เจ้าคิดว่านี่เป็นฝีมือของพญามารเพียงตนเดียวหรือ?" ชายในชุดคลุมเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีเขียวจ้องมองเหมันต์อย่างเยาะหยัน "นครแห่งแสงแห่งนี้ได้ล่มสลายลงเพราะความเน่าเฟะภายในของมันเอง แสงสว่างที่เคยส่องสว่างได้ถูกความโลภและความอิจฉาริษยาบดบัง จนเปิดช่องให้ความมืดแทรกซึมเข้ามา"
คำพูดนั้นราวกับมีดที่กรีดแทงหัวใจของเหมันต์ เขาไม่เคยคิดว่านครแห่งแสงที่เขาเคยศรัทธา จะมีจุดจบเช่นนี้ "เป็นคำกล่าวอ้างที่ไร้สาระ" เหมันต์สวนกลับ "ความมืดที่เจ้าพูดถึง คือความชั่วร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมา และข้าจะกำจัดมันเสีย"
"เจ้าโง่เขลาเสียจริง" ชายในชุดคลุมกล่าว "ความมืดนี้มิใช่สิ่งที่เจ้าจะกำจัดได้ง่ายๆ มันหยั่งรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของผู้คน มันคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ"
ทันใดนั้น เงาที่เคยซ่อนเร้นอยู่รอบกายชายในชุดคลุมก็เริ่มปรากฏเป็นรูปร่าง พวกมันคือเหล่าอสูรกายที่บิดเบี้ยว น่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเหมันต์ด้วยความกระหายเลือด
"อสูรรับใช้ของข้า ยินดีต้อนรับเจ้า สู่ดินแดนแห่งความมืด" ชายในชุดคลุมกล่าว มือข้างหนึ่งยกขึ้นชี้ไปที่เหมันต์
"พวกแกจะมาหยุดข้าไม่ได้" เหมันต์ตะโกนก้อง พลางสะบัดกระบี่น้ำแข็งออกไป พลังน้ำแข็งอันบริสุทธิ์พุ่งแหวกอากาศเข้าใส่เหล่าอสูรกายทันที
การต่อสู้ปะทุขึ้นกลางซากปรักหักพังแห่งนครแห่งแสง เหมันต์อาศัยความรวดเร็วและพลังน้ำแข็งที่เหนือชั้นเข้าต่อกรกับเหล่าอสูรกาย เขาเคลื่อนไหวราวกับสายลม ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมที่พุ่งเข้าปะทะร่างอสูร เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าอสูรดังระงมไปทั่วบริเวณ
แต่ยิ่งสู้ เหมันต์ก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ แม้เขาจะสามารถสังหารอสูรกายได้นับไม่ถ้วน แต่จำนวนของพวกมันกลับไม่ลดลงเลย ราวกับว่าเมื่ออสูรกายตนหนึ่งตายไป ก็จะมีอีกตนหนึ่งปรากฏขึ้นมาแทนที่อย่างไม่หยุดหย่อน
"นี่มัน... ม่านหมอกวิปลาส" เหมันต์พึมพำ เมื่อนึกถึงตำนานโบราณที่กล่าวถึงหมอกลึกลับที่สามารถสร้างภาพลวงตาและเสริมพลังให้กับเหล่าอสูรร้าย
"เจ้าเริ่มเข้าใจแล้วสินะ" ชายในชุดคลุมหัวเราะ "ม่านหมอกนี้มิใช่เพียงภาพลวงตา มันคือการบิดเบือนความเป็นจริง เมื่อเจ้าหลงเข้ามาในอาณาเขตแห่งนี้ สติสัมปชัญญะของเจ้าจะถูกกัดกร่อน ความกลัวและความสิ้นหวังจะถูกขยายใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นพลังหล่อเลี้ยงพวกข้า"
เหมันต์รู้สึกถึงความสับสนที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน ซากปรักหักพังรอบกายดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ เสียงกระซิบกระซาบที่น่าขนลุกดังขึ้นจากทุกทิศทาง
"ข้า... ไม่แพ้!" เหมันต์กัดฟันกรอด เขาตระหนักดีว่าหากปล่อยให้ความรู้สึกเหล่านี้ครอบงำ เขาจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
เขาหลับตาลงชั่วขณะ พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มี กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ พลังแห่งความเยือกเย็นอันบริสุทธิ์ที่อยู่ภายในตัวเขาเริ่มแผ่ซ่านออกมา ปัดเป่าม่านหมอกแห่งความวิปลาส
เมื่อลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าก็กลับมาชัดเจนอีกครั้ง แต่เหล่าอสูรกายกลับดูแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีม่วงทมิฬอันน่าสะพรึงกลัว
"เจ้ากำลังดิ้นรนอย่างน่าสมเพช" ชายในชุดคลุมกล่าว "แต่สุดท้าย เจ้าก็ต้องยอมจำนน"
"ไม่มีวัน" เหมันต์ตอบเสียงหนักแน่น "ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น ว่าแม้ในความมืดมิดที่สุด แสงสว่างก็ยังคงอยู่"
ด้วยพลังอันมหาศาล เหมันต์ทะยานเข้าใส่เหล่าอสูรกายอีกครั้ง กระบี่น้ำแข็งของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีฟ้าสว่างไสว โจมตีเข้าใส่เหล่าอสูรด้วยความรุนแรงที่มากขึ้นกว่าเดิม
แต่การต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างออกไป เหมันต์ไม่ได้เพียงแค่สังหารอสูรกาย เขากำลังใช้พลังของตนเองในการต่อต้านม่านหมอกวิปลาส พลังน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ของเขาแผ่กระจายออกไปรอบกาย กลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งจากการบิดเบือนของหมอก
เหล่าอสูรกายที่สัมผัสกับพลังน้ำแข็งของเหมันต์ ต่างกรีดร้องโหยหวน ร่างของพวกมันเริ่มสลายไป กลายเป็นละอองหมอกสีดำที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
"เป็นไปไม่ได้!" ชายในชุดคลุมอุทานด้วยความตกใจ "พลังของเจ้า... มันแข็งแกร่งเกินไป!"
"ข้าไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง" เหมันต์กล่าวขณะที่ดาบน้ำแข็งของเขากวาดฟันไปทั่ว "ข้ามีพลังแห่งความหวัง และความศรัทธาของผู้คน เป็นเกราะป้องกัน"
เมื่อเหมันต์ก้าวเท้าต่อไปยังใจกลางซากปรักหักพัง แสงสีม่วงทมิฬจากหลุมอเวจีก็สว่างวาบขึ้น สร้างความปั่นป่วนให้กับม่านหมอกยิ่งกว่าเดิม
"เจ้ากำลังทำให้ข้าโกรธ" ชายในชุดคลุมกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาล "เจ้าจะได้รับชะตากรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่าใครๆ ที่เคยเข้ามาในที่แห่งนี้!"
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของเหมันต์ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลุมอเวจีตรงเบื้องหน้าก็พลันขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวที่ดังออกมาจากภายใน
"เตรียมตัวให้พร้อม... เหมันต์" ชายในชุดคลุมเอ่ย "เพราะเจ้ากำลังจะได้พบกับนายเหนือหัวที่แท้จริงของข้า!"
เหมันต์ตั้งท่าเตรียมพร้อม กระบี่น้ำแข็งในมือส่องประกายเยือกเย็นราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังจะปลดปล่อยออกมาจากหลุมอเวจีนั้น พลังที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง
นี่คือการเผชิญหน้าครั้งแรกกับการปลุกพลังอันชั่วร้ายที่แท้จริง และเหมันต์รู้ดีว่า การต่อสู้นี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา
...แต่ก่อนที่พลังจากหลุมอเวจีจะระเบิดออกมา ชายในชุดคลุมก็หายตัวไปในเงามืด ทิ้งไว้เพียงเหมันต์ที่ต้องเผชิญหน้ากับความดำมืดอันไร้ที่สิ้นสุดเพียงลำพัง...

จอมเทพบุตรทลายภพ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก