จอมเทพบุตรทลายภพ

ตอนที่ 18 — ท่วงทำนองแห่งความแค้น ณ ลานสังหาร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 814 คำ

เหมันต์ยืนนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อน ท่ามกลางซากปรักหักพังของนครแห่งแสงที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้ถูกกลืนกินด้วยความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด อากาศเย็นยะเยือกกรีดผ่านผิวหนัง ราวกับถูกคมมีดน้ำแข็งพันทับ แต่ความหนาวเหน็บนั้นมิอาจเทียบเท่าความเจ็บปวดที่กัดกินดวงใจ ดวงตาของเขาฉายแววกร้าว สะท้อนภาพอดีตอันงดงามที่แตกสลาย ‌เศษซากของสถาปัตยกรรมที่เคยสง่างาม บัดนี้มีเพียงเศษหินที่บิดเบี้ยวราวกับกำลังกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมาน

"นครแห่งแสง..." เสียงของเหมันต์แผ่วเบา ราวกับกระซิบกับสายลมที่พัดพาเอาความเศร้าโศกมาด้วย "พวกมันทำลายทุกสิ่ง... ทุกสิ่งจริงๆ"

ในตอนที่แล้ว เหมันต์ได้เผชิญหน้ากับอสูรกายที่ทรงพลังภายใต้การชี้นำของพญามาร อสูรกายตนนั้น ​มิใช่เพียงแค่ภูตผีปีศาจธรรมดา แต่เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากความเกลียดชังและความแค้นของเหล่านักรบที่ล้มตายในสงครามครั้งก่อน มันคือภาพสะท้อนของความพ่ายแพ้ ความสูญเสีย และความโกรธแค้นที่สะสมมาเนิ่นนาน เหมันต์ได้เห็นภาพของนครแห่งแสงที่เคยงดงาม บัดนี้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญของผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังหาร

"ข้าจะไม่ยอมให้ความสูญเสียนี้สูญเปล่า!" ‍เหมันต์กล่าว พลางกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดไหลซิบๆ "ข้าจะล้างแค้นให้แก่ผู้ที่จากไป! ข้าจะเผาไหม้พวกมันให้สิ้นซาก!"

ทันใดนั้น เสียงหัวเราะเย้ยหยันก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของซากปรักหักพัง เงาตะคุ่มเคลื่อนไหว ปรากฏร่างของจอมมารผู้ชั่วร้าย ‌เคียงข้างด้วยเหล่าบริวารที่น่าสะพรึงกลัว ใบหน้าของพญามารฉายแววแห่งความเหี้ยมโหด ดวงตาของมันวาวโรจน์ดุจถ่านเพลิง

"เจ้าคิดจะทำอันใด เหมันต์?" พญามารกล่าวเสียงแหบพร่า "เจ้าจะล้างแค้น? เจ้าจะเผาไหม้? ฮึ! ‍อย่าได้ฝันไปเลย! ที่นี่คืออาณาเขตของข้า! ที่นี่คือลานสังหารของเจ้า!"

ร่างของพญามารแผ่รัศมีแห่งความมืดออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ บรรยากาศยิ่งทวีความหนาวเย็นและกดดัน เหมันต์เงยหน้าขึ้นมองพญามาร ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายแห่งการท้าทาย

"ข้ามาที่นี่เพื่อสังหารเจ้า! เพื่อชำระล้างความชั่วร้ายที่เจ้าได้ก่อขึ้น!" เหมันต์ตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว

"ช่างกล้านัก!" ​พญามารหัวเราะ "แต่ก่อนที่เจ้าจะได้ทำเช่นนั้น เจ้าต้องผ่านบททดสอบอันแสนสนุกของข้าเสียก่อน!"

เมื่อสิ้นเสียง พญามารก็ตบมือเสียงดัง เหล่าบริวารของมันก็กรูกันเข้ามา ล้อมกรอบเหมันต์ไว้ ร่างของพวกมันบิดเบี้ยวผิดรูป มีทั้งรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีเขี้ยวเล็บแหลมคม ​มีปีกค้างคาวกว้างใหญ่ หรือแม้แต่มีหลายแขนหลายขา แต่ละตนล้วนส่งเสียงคำรามกึกก้อง

เหมันต์มิได้แสดงอาการตื่นตระหนก เขาค่อยๆ ปลดปล่อยพลังอันบริสุทธิ์ออกมาจากกายา พลังที่สว่างไสวราวกับดวงตะวันอันอบอุ่น ทอประกายขับไล่ความมืดที่คุกคาม บรรยากาศรอบตัวเขาพลันเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย

"พลังแห่งแสง..." ​พญามารกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย "ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะยังคงมีพลังนี้อยู่..."

"พลังแห่งแสงนี้ มิใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะเข้าใจได้!" เหมันต์กล่าว พลางชักดาบศักดิ์สิทธิ์ "ดาบแห่งเทวา!"

ดาบในมือของเหมันต์ส่องประกายสีทองอร่าม ปลายดาบปลดปล่อยลำแสงแห่งพลังที่สาดส่องเข้าไปในความมืด เหล่าบริวารของพญามารส่งเสียงร้องโหยหวนเมื่อลำแสงกระทบเข้ากับร่างของพวกมัน

การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น!

เหมันต์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายลม ดาบแห่งเทวาฟาดฟันไปมา สร้างแนวป้องกันอันแข็งแกร่ง เหล่าบริวารของพญามารพยายามเข้ามาโจมตี แต่ทุกครั้งที่พวกมันเข้ามาใกล้ ร่างของพวกมันก็จะถูกลำแสงจากดาบของเหมันต์เผาผลาบจนสลายไป

ร่างของเหมันต์ปรากฏขึ้นทุกที่ราวกับมีหลายร่าง แต่ละร่างล้วนเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เด็ดเดี่ยว เขาใช้พลังแห่งน้ำแข็งที่ตนเองถนัด ผสมผสานกับการโจมตีอันรุนแรงของดาบแห่งเทวา สร้างความเสียหายให้กับเหล่าอสูรได้อย่างต่อเนื่อง

"เจ้าเก่งกาจเกินคาด เหมันต์!" พญามารตะโกน "แต่เจ้าน่ะ... เปรียบดั่งเทียนไขที่ริบหรี่ท่ามกลางพายุ!"

พญามารยกมือขึ้นชี้ไปที่เหมันต์ ทันใดนั้น พื้นดินรอบตัวเหมันต์ก็พลันแยกออก เกิดเป็นหลุมลึกอันน่าสะพรึงกลัว ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากหลุมนั้น ราวกับปากนรกที่กำลังอ้าออก

"นี่คือพลังแห่งความสิ้นหวัง!" พญามารประกาศ "ข้าจะมอบบทเรียนสุดท้ายให้เจ้า!"

จากหลุมนั้น ปรากฏร่างของอสูรกายตนใหม่ที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม ร่างของมันถูกสร้างขึ้นจากเงาที่มืดมิด ดวงตาของมันสีแดงฉานราวกับดวงไฟที่กำลังลุกโชน มันไม่มีรูปร่างที่แน่นอน ร่างกายของมันบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปทรงไปมาตลอดเวลา

"นี่คือ 'วิญญาณแห่งอเวจี'!" พญามารกล่าว "มันถูกสร้างขึ้นจากความหวาดกลัวและความเจ็บปวดของมนุษย์นับล้าน! เจ้าจะไม่มีวันเอาชนะมันได้!"

เหมันต์มองดูอสูรกายตนนั้นด้วยสายตาที่ไม่หวั่นไหว แม้ว่าพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากมันจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใดก็ตาม

"ความหวาดกลัวและความเจ็บปวด..." เหมันต์กล่าว "นั่นคือสิ่งที่เจ้าใช้หล่อเลี้ยงตนเองสินะ... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือไร ว่าแม้ในความมืดมิดที่สุด ก็ยังมีแสงสว่างส่องถึง!"

เหมันต์ก้าวไปข้างหน้า ดวงตาของเขาส่งประกายแห่งความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว เขาโบกดาบแห่งเทวาขึ้น ปลายดาบส่องแสงเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ

"ข้าคือเหมันต์! ผู้ที่ยืนหยัดต่อต้านความมืด! ผู้ที่จะนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้!"

เขาตะโกนกึกก้อง พลังแห่งแสงที่รุนแรงพลันปะทุออกมาจากร่างของเขา แสงนั้นสว่างไสวจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันแผ่กระจายออกไป สาดส่องเข้าไปในความมืดที่ปกคลุมนครแห่งแสง

วิญญาณแห่งอเวจีส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อลำแสงแห่งเทวาปะทะเข้ากับร่างของมัน ร่างกายที่บิดเบี้ยวของมันเริ่มสลายไปทีละน้อย

"เป็นไปไม่ได้!" พญามารร้องอย่างไม่อยากเชื่อ "พลังของเจ้า... มันแข็งแกร่งเกินไป!"

เหมันต์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เดินหน้าต่อไป ดาบแห่งเทวาในมือของเขาเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม ราวกับกำลังจะระเบิดออก

"เจ้าไม่เข้าใจหรอก พญามาร!" เหมันต์กล่าว "พลังที่แท้จริง... มิได้มาจากความเกลียดชังและความแค้น! แต่มันมาจากความรัก ความหวัง และความกล้าหาญ!"

เขาพุ่งเข้าหาพญามารด้วยความเร็วสูง ดาบแห่งเทวาฟาดฟันเข้าใส่ ร่างของพญามารพยายามหลบหลีก แต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังที่เหนือกว่าได้

เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างอันเจิดจ้าสาดส่องไปทั่วบริเวณ ขับไล่ความมืดที่ปกคลุมนครแห่งแสงมานาน

เหมันต์ยืนอยู่ท่ามกลางเศษซากของอสูรกายที่สลายไป เขามองไปที่พญามารที่บาดเจ็บสาหัส ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

"ถึงเวลาแล้ว พญามาร... เวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้ในสิ่งที่เจ้าได้ทำ!"

พญามารมองมาที่เหมันต์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น แต่ก็มิอาจหนีพ้นชะตากรรม

"เจ้าจะเสียใจ เหมันต์! ข้าจะกลับมา! ข้าจะกลับมาเพื่อแก้แค้น!"

ก่อนที่เหมันต์จะได้ลงมือขั้นเด็ดขาด จู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านหลังของเขา

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ เหมันต์!"

เหมันต์หันกลับไปมองด้วยความตกใจ สิ่งที่เขาเห็นคือ...

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
จอมเทพบุตรทลายภพ

จอมเทพบุตรทลายภพ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!