ตอนที่ 19 — ปราการมายา ปริศนาแห่งเงา
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
ลมเย็นยะเยือกกรีดผ่านผิวหนังของเหมันต์ราวกับคมมีดน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บที่เคยเป็นเพียงสัมผัสภายนอก บัดนี้มันได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินไปทั่วสรรพางค์กาย แต่สิ่งเหล่านั้นมิอาจทำให้ความมุ่งมั่นในดวงตาของบุรุษหนุ่มสั่นคลอนได้เลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนหยัดอย่างสงบนิ่งท่ามกลางซากปรักหักพังของนครแห่งแสง ที่ครั้งหนึ่งเคยสว่างไสว บัดนี้กลับถูกกลืนกินด้วยความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด แสงจันทร์ที่เคยสาดส่อง ก็ถูกบดบังด้วยเมฆหมอกสีดำทะมึน ปกคลุมทุกสิ่งราวกับผืนผ้าห่อศพ
"นครแห่งนี้...ถูกสาปอย่างแท้จริง" เสียงของเหมันต์ที่ลอดผ่านลมหนาว ฟังดูทุ้มต่ำและแฝงไว้ด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้ง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ซากอาคารที่เคยโอ่อ่า บัดนี้เหลือเพียงโครงกระดูกที่บิดเบี้ยว ผนังที่เคยประดับประดาด้วยลวดลายวิจิตร บัดนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวลึก ราวกับถูกกรงเล็บอสูรกายตะปบจนแหลกสลาย เงาของมันทอดตัวยาวเหยียด สั่นไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน สร้างภาพหลอนอันน่าหวาดผวา
"แต่ความมืดมิด...มิได้หมายถึงจุดจบ" เหมันต์พึมพำกับตัวเอง เขาหยิบดาบศักดิ์สิทธิ์คู่ใจขึ้นมา ตัวดาบเปล่งประกายสีเงินอ่อนๆ ท่ามกลางความมืด ราวกับแสงดาวที่ยังคงดิ้นรนจะส่องสว่าง เขาจำได้ถึงคำบอกเล่าของผู้นำเผ่าแห่งแสงที่พยายามต่อต้านความมืดมานับพันปี แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับพลังอันมหาศาลของพญามาร
"ข้าจะสืบทอดเจตนารมณ์นั้นเอง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ พร้อมกับก้าวเท้าเดินลุยเข้าไปในใจกลางของซากนคร
เมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไปลึกขึ้น บรรยากาศก็ยิ่งทวีความอึมครึม ความหนาวเหน็บแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่ราวกับจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งรอบกาย เสียงกระซิบแผ่วเบา คล้ายเสียงกระดูกเสียดสีกัน เริ่มดังขึ้นจากทั่วทุกสารทิศ ไม่ทราบที่มาที่ไป ราวกับเป็นเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกกักขัง
"ผู้ใด...บังอาจย่างกรายเข้ามา..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเบื้องหน้า เหมันต์หยุดชะงัก เขามองไปยังต้นเสียงที่มาจากกลุ่มเงาที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว เงาดำทะมึนนั้นค่อยๆ แปรเปลี่ยนรูปเป็นร่างสูงใหญ่ ใบหน้าถูกบดบังด้วยหมวกคลุมที่ทอดเงาลงมา เผยให้เห็นเพียงดวงตาที่แดงก่ำราวกับถ่านไฟ
"ข้าคือเหมันต์ ผู้มาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม" เหมันต์ตอบกลับด้วยเสียงที่หนักแน่น ไม่แสดงความหวาดหวั่นใดๆ
"ความยุติธรรม...คำนี้...ช่างน่าขัน" เงาร่างนั้นหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะนั้นแหบพร่า ราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหลุมศพ "ในดินแดนแห่งนี้...มีเพียงความมืด...และอำนาจของข้า...เท่านั้น"
"เจ้าคือใคร?" เหมันต์ถาม
"ข้า...คือผู้พิทักษ์...แห่งปราการมายา" เงาร่างนั้นกล่าว "และเจ้า...คือผู้บุกรุก...ที่ต้องถูกกำจัด!"
ทันใดนั้น กลุ่มเงารอบตัวเหมันต์ก็พลันพุ่งเข้าใส่ราวกับฝูงหมาป่ากระหายเลือด เหมันต์สะบัดดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือ แสงสีเงินสว่างวาบตัดผ่านความมืด ร่างเงาเหล่านั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะสลายไปในอากาศ
"เพียงแค่นี้...แค่นี้เองหรือ?" เหมันต์กล่าวอย่างผิดหวัง
"อย่า...ประมาท..." เสียงแหบพร่าของเงาร่างนั้นดังขึ้นอีกครั้ง "นี่...เป็นเพียง...บททดสอบเบื้องต้น..."
ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของเหมันต์ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ซากปรักหักพังรอบตัวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นกำแพงสูงเสียดฟ้า ราวกับปราการขนาดยักษ์ที่ถูกสร้างขึ้นจากเงามืด กำแพงนั้นดูไร้ซึ่งรูปทรงที่แน่นอน มันบิดเบี้ยวและหมุนวนไปมา สร้างความสับสนให้กับผู้ที่มองเห็น
"นี่คือ...ปราการมายา" เสียงของเงาร่างนั้นดังขึ้นอีกครั้ง "เจ้า...จะหาทางผ่านมันไป...ไม่ได้ง่ายๆ..."
เหมันต์มองไปยังกำแพงมายาด้วยความประหลาดใจ แต่เขามิได้หวาดกลัว เขากลับรู้สึกท้าทาย เขารู้ดีว่านี่คือเส้นทางเดียวที่จะนำไปสู่ปราสาทแห่งพญามาร
"ถ้าเจ้าคิดว่ามันจะหยุดข้าได้...เจ้าคิดผิดแล้ว" เหมันต์กล่าว เขาก้าวเท้าเดินตรงไปยังกำแพงมายา
เมื่อเหมันต์เข้าใกล้กำแพงมายา เงามืดก็ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น ภาพมายาต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ภาพของนครแห่งแสงที่เคยรุ่งเรือง ภาพของครอบครัวที่จากไป ภาพของความทรงจำอันเจ็บปวด ทุกอย่างปรากฏขึ้น ราวกับจะฉุดรั้งเขาไว้
"จงกลับไปเสีย...เจ้าไม่อาจสู้กับความมืดนี้ได้..." เสียงกระซิบอันเยือกเย็นดังขึ้นจากทุกทิศทาง
เหมันต์หลับตาลง เขาพยายามรวบรวมสมาธิ ตัดขาดจากภาพมายาที่หลอกหลอน เขารู้ดีว่านี่คือการทดสอบจิตใจ ถ้าเขายอมจำนนต่อความกลัวและความเศร้า เขาก็จะถูกกลืนกินไปกับความมืดนี้
"ข้า...ไม่เคย...ยอมแพ้" เขากล่าวด้วยเสียงอันหนักแน่น เขาเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายไปด้วยความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอน
"ดาบแห่งความยุติธรรม...จงเปิดทาง!" เหมันต์ชูมือขึ้น ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือเปล่งประกายสีเงินเจิดจ้า แสงสว่างนั้นค่อยๆ แผ่ขยายออกไป กวาดล้างภาพมายาที่รบกวนจิตใจจนมลายหายไป
เมื่อแสงสว่างจากดาบศักดิ์สิทธิ์กระทบกับกำแพงมายา กำแพงนั้นก็เริ่มสั่นไหว มันค่อยๆ ปรากฏรอยร้าว และค่อยๆ แยกออกจากกัน เผยให้เห็นเส้นทางที่ทอดยาวเข้าไปในความมืด
"เจ้า...ผ่านมันมาได้..." เสียงของเงาร่างนั้นแฝงไว้ด้วยความประหลาดใจ "แต่...นี่...เป็นเพียง...จุดเริ่มต้น..."
เหมันต์ก้าวเท้าเดินผ่านช่องว่างของกำแพงมายา ที่บัดนี้กำลังค่อยๆ ปิดลงอีกครั้ง เขาเข้าสู่ดินแดนที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม อากาศหนาวเย็นยะเยือกจนแทบจะแข็งตัว เสียงลมหวีดหวิวคล้ายเสียงคร่ำครวญของวิญญาณยังคงดังกึกก้องไปทั่ว
"ยินดีต้อนรับ...สู่ดินแดนต้องสาป..." เสียงของเงาร่างนั้นดังแผ่วเบา ราวกับกำลังจะหายไป
ทันใดนั้น เหมันต์ก็พบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนเส้นทางที่คดเคี้ยว ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ที่บิดเบี้ยว ราวกับเป็นอวัยวะของอสูรกายที่กำลังจะโอบล้อมทุกสิ่ง ใบไม้ของมันมีสีดำสนิท และมีของเหลวเหนียวเหนอะหนะไหลซึมออกมาจากกิ่งก้าน
"ที่นี่...คือส่วนหนึ่งของดินแดนต้องสาป..." เหมันต์กล่าวกับตัวเอง เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินต่อไป ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของเขาก็พลันแยกออก ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่ง พื้นดินนั้นมีลักษณะเป็นหนองน้ำสีดำสนิท ฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นระยะๆ และส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
"ระวัง...เหมันต์..." เสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่ง
เหมันต์หันไปมอง แต่ไม่พบใคร เขาตระหนักได้ว่าเสียงนั้นอาจเป็นเสียงเตือนจากใครบางคน หรืออาจเป็นเพียงเสียงหลอกหลอนที่เกิดจากดินแดนแห่งนี้
"ใคร...อยู่ที่นั่น?" เหมันต์ถาม
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา มีเพียงเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านต้นไม้ต้องสาป
เหมันต์ตัดสินใจไม่สนใจเสียงปริศนานั้น เขาตั้งสมาธิ มองไปยังเส้นทางที่อยู่เบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง เขาค่อยๆ ก้าวเท้าลงบนพื้นดินที่ดูมั่นคงกว่าบริเวณหนองน้ำ
ทันใดนั้น!
เงาตะคุ่มที่ซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบของต้นไม้ต้องสาปก็พลันปรากฏตัวขึ้น พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีแขนขายาวผิดปกติ และดวงตาที่เรืองแสงสีแดงก่ำ พวกมันพุ่งเข้าใส่เหมันต์อย่างรวดเร็ว
"พวกมันคือ...ภูตพรายแห่งเงา..." เหมันต์จำได้จากตำนานเก่าแก่ "พวกมันจะคอยทำร้ายผู้ที่หลงเข้ามาในดินแดนต้องสาป..."
เหมันต์ไม่รีรอ เขาสะบัดดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือ แสงสีเงินสว่างวาบ ปะทะเข้ากับร่างของภูตพรายแห่งเงา พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะสลายไปในอากาศ
แต่ภูตพรายแห่งเงาก็ยังคงปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆ พวกมันมากันเป็นกลุ่มใหญ่ เหมันต์ต้องต่อสู้กับพวกมันอย่างไม่หยุดหย่อน
"พวกเจ้า...คิดจะขัดขวางข้า...งั้นหรือ?" เหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงกร้าว "พวกเจ้า...ยังอ่อนหัดเกินไป!"
เขาส่งพลังงานศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในดาบของเขา แสงสีเงินสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงนั้นแผ่กระจายออกไปราวกับระเบิดแสง กวาดล้างภูตพรายแห่งเงาทั้งหมดที่อยู่รอบตัวจนสิ้นซาก
เมื่อการต่อสู้สงบลง เหมันต์ก็พบว่าเขาได้เดินทางมาถึงสุดปลายของดินแดนต้องสาป เบื้องหน้าของเขาคือกำแพงหินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่าน กำแพงนั้นมีลักษณะขรุขระ เต็มไปด้วยรอยสลักโบราณที่ไม่อาจอ่านออกได้ และมีประตูเหล็กขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง
"นี่คือ...ปราสาทแห่งพญามาร...อย่างนั้นหรือ?" เหมันต์ถามกับตัวเอง
เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากภายในปราสาท พลังงานนั้นทั้งมืดมิดและน่าเกรงขาม มันบ่งบอกถึงอำนาจของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด
เหมันต์เดินเข้าไปใกล้ประตูเหล็ก เขาเห็นว่ามันปิดสนิท และดูเหมือนจะไม่มีช่องว่างใดๆ เลย
"เปิดออกเสีย...พญามาร..." เหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงท้าทาย "ข้า...มาเพื่อเผชิญหน้ากับเจ้าแล้ว..."
ทันใดนั้น ประตูเหล็กขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ ขยับเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปในความมืด เบื้องลึกภายในปราสาทนั้น สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่รุนแรงกว่าที่เคยสัมผัสมา
เหมันต์สูดลมหายใจลึก เขายกดาบศักดิ์สิทธิ์ขึ้น ชี้ตรงไปยังเบื้องหน้า เขารู้ดีว่าการประลองที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"ข้า...พร้อมแล้ว..."
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก