ตอนที่ 21 — เหมันต์รุกคืบ สู่ปราสาทเงาทมิฬ
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
ลมเย็นยะเยือกกรีดผ่านผิวหนังของเหมันต์ราวกับคมมีดน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บที่เคยเป็นเพียงสัมผัสภายนอก บัดนี้มันได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินไปทั่วสรรพางค์กาย แต่สิ่งเหล่า... ไม่สามารถหยุดยั้งการก้าวเดินของเขาได้เลย แม้ว่านครแห่งแสงที่เคยรุ่งเรืองจะกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังอันมืดมิด ท่ามกลางเงาของพญามารที่แผ่ปกคลุมจนสุดลูกหูลูกตา แต่ในดวงตาของเหมันต์นั้น กลับฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ราวกับเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังจะลุกโชนขึ้นมาท่ามกลางเถ้าถ่าน
"เจ้าคิดว่าความมืดนี้จะขวางข้าได้งั้นหรือ?" เหมันต์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอันน่าเกรงขาม เขาปาดเหงื่อที่เกาะอยู่บนหน้าผาก ซึ่งเย็นเยียบเสียจนแทบแข็งเป็นเกล็ดน้ำแข็ง พลังความมืดที่แผ่กระจายอยู่รอบตัวนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความเย็น แต่เป็นพลังงานที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง แม้แต่แสงสว่างก็ยังถูกบิดเบือนจนแทบมองไม่เห็น
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบน ที่ตอนนี้ถูกย้อมด้วยสีดำสนิท ราวกับผืนผ้ากำมะหยี่ที่ไร้ดวงดาว ไม่มีแสงจันทร์ ไม่มีแสงอาทิตย์ มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัว แต่ถึงกระนั้น เหมันต์ก็ไม่เคยรู้สึกสิ้นหวัง เขาจำคำพูดของอาจารย์ได้ดี "ความมืดที่แท้จริงนั้น อยู่ในจิตใจของมนุษย์ หากเราสามารถพิชิตความมืดในตนเองได้ โลกภายนอกก็ไม่อาจทำอันตรายเราได้"
ด้วยความคิดนั้น เหมันต์สูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิ เขาหลับตาลงชั่วขณะ สัมผัสได้ถึงกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย พลังแห่งน้ำแข็งอันบริสุทธิ์ ที่เป็นดั่งแก่นแท้ของเขา พลังที่สามารถสกัดกั้นความมืด และขับไล่ความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามา
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อน ราวกับแสงแห่งรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึง เหมันต์ยกมือซ้ายขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ แผ่รัศมีสีฟ้าอ่อนออกมา อากาศรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือน รังสีแห่งความเย็นที่เคยประหัตประหาร บัดนี้กลับถูกสลายไปอย่างเชื่องช้า
"นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า..." เขาเอ่ยเสียงดัง ความหนาวเหน็บที่เคยกัดกินร่างกาย บัดนี้กลับกลายเป็นพลังเสริม พลังที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามอันโหยหวนก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า จากใจกลางของนครแห่งแสงที่ถูกกลืนกิน เงาของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาเริ่มปรากฏขึ้น มันค่อยๆ คืบคลานออกมาจากเงามืด บิดเบี้ยว บิดเบือน จนไม่อาจระบุรูปร่างที่แท้จริงได้
"เจ้า... กล้าดียังไง... เข้ามาในอาณาเขตของข้า?" เสียงนั้นดังก้องไปทั่ว ราวกับเสียงของภูตผีปีศาจที่หลุดออกมาจากนรกภูมิ
เหมันต์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย "ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกพญามารช่วงชิงไป"
ร่างเงาขนาดยักษ์นั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว มันพุ่งเข้าใส่เหมันต์ด้วยความเร็วสูง ราวกับหอกที่ถูกปล่อยออกมาจากคันธนู เสียงลมหวีดหวิวจากการเคลื่อนไหวของมันดังสนั่นหวั่นไหว
แต่เหมันต์ไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัว เขากระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว เพียงพริบตาเดียว ร่างของเขาก็เคลื่อนที่ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง พลังน้ำแข็งที่แผ่ออกมาจากตัวเขา สร้างเกราะป้องกันที่มองไม่เห็นขึ้นมา
"เจ้าช่างประมาทเสียจริง..." เหมันต์กล่าวขณะที่ร่างเงาพุ่งผ่านไป "ความมืดของเจ้า... ไม่อาจทำอะไรข้าได้"
เขายกมือขึ้น ปลายนิ้วสัมผัสกับพื้นดินที่แตกร้าว พลังน้ำแข็งไหลหลั่งลงไปใต้ดิน เกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งสีฟ้าอ่อน สูงเสียดฟ้าขึ้นมา ป้องกันการโจมตีจากร่างเงา
"อ๊าาาา!" เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากร่างเงา เมื่อมันชนเข้ากับกำแพงน้ำแข็ง พลังแห่งความมืดของมันพยายามสลายกำแพงน้ำแข็ง แต่ก็ไม่อาจทำได้
เหมันต์ไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าใส่ร่างเงาด้วยความเร็วสูง ดาบน้ำแข็งในมือของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า "ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องชดใช้แล้ว!"
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ร่างเงาพยายามโจมตีเหมันต์ด้วยพลังความมืดอันหลากหลาย แต่มันกลับไม่สามารถทำอันตรายเขาได้เลย พลังน้ำแข็งของเหมันต์กลายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุด มันสลายพลังความมืดของร่างเงา และค่อยๆ บั่นทอนกำลังของมัน
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?" ร่างเงาถามเสียงสั่นเครือ "ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตใด... ที่ต้านทานพลังของข้าได้เช่นนี้!"
"ข้าคือเหมันต์... ผู้ที่จะนำพาแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้" เหมันต์ตอบ พร้อมกับฟาดฟันดาบน้ำแข็งเข้าใส่ร่างเงาอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งต่อสู้ เหมันต์ยิ่งรู้สึกว่าพลังของเขานั้นแข็งแกร่งขึ้น ความหนาวเย็นที่เคยรู้สึก บัดนี้กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขา มันไม่ใช่ความหนาวเหน็บที่ทรมาน แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์ ไร้ขีดจำกัด
ในที่สุด ร่างเงาขนาดยักษ์ก็ค่อยๆ สลายไป กลายเป็นละอองหมอกสีดำที่ลอยวนเวียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสลายหายไปกับอากาศ เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงัน
เหมันต์ยืนนิ่ง มองดูซากปรักหักพังรอบตัว เขาถอนหายใจเบาๆ การต่อสู้ครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
"ถึงเวลาเดินทางต่อแล้ว" เขาพึมพำ
เขาหันหน้ามองไปยังทิศทางที่ไกลออกไป ที่ซึ่งความมืดดูหนาทึบยิ่งกว่าเดิม เขารู้ดีว่าเบื้องหน้าคือดินแดนต้องสาป ที่เต็มไปด้วยอันตราย และสุดท้าย ปราสาทแห่งพญามารอันเป็นเป้าหมายสูงสุด
เหมันต์เริ่มก้าวเดินอีกครั้ง ท่ามกลางซากปรักหักพังของนครแห่งแสงที่ถูกกลืนกินด้วยความมืด การเดินทางอันยาวนานและยากลำบากกำลังรอเขาอยู่ แต่ในใจของเหมันต์นั้น กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะนำพาความสงบสุขกลับคืนมาสู่โลกใบนี้
เขาเดินลึกเข้าไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงเงาของบุรุษผู้หนึ่ง ที่กำลังเผชิญหน้ากับโชคชะตาอันยิ่งใหญ่
เมื่อเหมันต์ก้าวเท้าออกจากซากนครแห่งแสง ความรู้สึกหนาวเหน็บก็ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมหาศาล มันไม่ใช่เพียงแค่ความหนาวเย็นทางกายภาพ แต่เป็นความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาถึงจิตวิญญาณ ราวกับว่าทุกอณูของอากาศได้ถูกแช่แข็งไว้
เบื้องหน้าของเขาคือผืนดินอันแห้งแล้ง รกร้าง ต้นไม้ที่เคยมีชีวิตชีวา บัดนี้กลายเป็นเพียงกิ่งก้านแห้งเหี่ยวที่ชี้ไปยังท้องฟ้าสีดำสนิท แสงสว่างจากดวงดาวหรือดวงจันทร์นั้น แทบจะส่องมาไม่ถึง ราวกับว่าโลกใบนี้ถูกตัดขาดจากสวรรค์โดยสิ้นเชิง
"นี่คือดินแดนต้องสาป... สมชื่อจริงๆ" เหมันต์พึมพำ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานแห่งความสิ้นหวังที่แผ่กระจายอยู่รอบตัว มันบีบคั้นหัวใจ ทำให้รู้สึกหนักอึ้ง
เขาหยิบย่ามน้ำแข็งที่สะพายอยู่ขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ แต่ถึงแม้จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยคลายความหนาวเย็น เหมันต์ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความเยียบเย็นที่กัดกินจากภายใน
ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบอันแผ่วเบา ก็ดังลอดเข้ามาในโสตประสาทของเขา "กลับไปเสีย... ผู้มาจากโลกแห่งแสง... ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเจ้า..."
เหมันต์ชะงัก เขาพยายามเพ่งสมาธิเพื่อจับต้นเสียง แต่ก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากเสียงลมที่พัดหวีดหวิว
"ใคร?" เขาตะโกนถาม แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบที่น่าขนลุก
เขารู้ดีว่านี่คือการทดสอบครั้งสำคัญ พลังแห่งความมืดในดินแดนแห่งนี้ พยายามที่จะครอบงำจิตใจของผู้ที่ก้าวเข้ามา
เหมันต์หลับตาลงอีกครั้ง รวบรวมสมาธิ นึกถึงภาพของคนที่เขารัก นึกถึงโลกที่เขาต้องการปกป้อง พลังแห่งความอบอุ่นและความหวัง ค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากภายใน
"เจ้าไม่อาจทำลายข้าได้..." เขาเอ่ยเสียงหนักแน่น "เพราะข้ามีสิ่งที่แข็งแกร่งกว่าความมืดใดๆ..."
เมื่อลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนอีกครั้ง มันสว่างไสวพอที่จะขับไล่เงามืดรอบตัวออกไปเล็กน้อย
เขาเริ่มก้าวเดินต่อไปอย่างไม่หวั่นเกรง ท่ามกลางเสียงกระซิบที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ มันพยายามที่จะบั่นทอนกำลังใจของเขา ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว สิ้นหวัง
"เจ้าจะหลอกข้าไม่ได้..." เหมันต์กล่าวกับความว่างเปล่า "ความจริงที่ข้ารู้... มันแข็งแกร่งกว่าคำลวงของเจ้า!"
ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปในดินแดนต้องสาป ทิวทัศน์รอบตัวก็ยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเห็นซากศพของสิ่งมีชีวิตประหลาด ที่นอนกองอยู่กระจัดกระจาย ราวกับว่าที่นี่คือสมรภูมิที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ที่สิ้นหวัง
ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เหมันต์กระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พื้นดินจะแยกออก เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นมา
จากหลุมนั้น ปรากฏร่างของอสูรร้ายที่มีลักษณะคล้ายงูยักษ์ เกล็ดสีดำสนิทสะท้อนแสงอันริบหรี่ ราวกับทำมาจากหินภูเขาไฟ ดวงตาของมันแดงฉาน เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
"ในที่สุด... เหยื่อก็มาถึง..." เสียงของมันแหบพร่า แต่เต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัว
"ข้าไม่ได้มาเพื่อเป็นเหยื่อของเจ้า" เหมันต์กล่าว เขาชักดาบน้ำแข็งออกมา พร้อมที่จะเข้าต่อสู้
การต่อสู้กับอสูรงูยักษ์นั้นดุเดือดอย่างยิ่ง มันพ่นพิษสีดำออกมาจากปาก ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายล้างสูง เหมันต์ต้องใช้ทักษะอันสูงส่งในการหลบหลีก และใช้พลังน้ำแข็งของเขาในการสลายพิษ
"เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด..." อสูรงูยักษ์กล่าวขณะที่มันพยายามรัดร่างของเหมันต์ด้วยลำตัวอันใหญ่โต
"แต่นาย... ก็ไม่สามารถหยุดยั้งข้าได้!" เหมันต์ตะโกน พลังน้ำแข็งของเขาแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว มันกัดกินลำตัวของอสูรงูยักษ์ ทำให้มันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
เหมันต์ฉวยโอกาสนั้น พุ่งเข้าใส่ ดาบน้ำแข็งของเขาฟาดฟันเข้าใส่หัวของอสูรงูยักษ์อย่างแม่นยำ
"อ๊าาาา!" เสียงร้องโหยหวนของอสูรงูยักษ์ดังขึ้น ก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆ สลายไป กลายเป็นละอองหมอกสีดำ ที่ลอยไปรวมกับความมืดรอบตัว
เหมันต์ยืนหอบ หายใจอย่างหนัก แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
"ทุกอย่าง... กำลังจะจบลง..." เขาพึมพำ
เขาเดินต่อไป ทิ้งซากศพของอสูรงูยักษ์ไว้เบื้องหลัง ในขณะที่ความมืดรอบตัวก็ดูหนาทึบยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากเดินทางผ่านดินแดนต้องสาปมาได้ระยะหนึ่ง เหมันต์ก็เริ่มมองเห็นบางสิ่งอยู่ไกลๆ มันคือเงาของสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด ราวกับภูเขาที่ถูกสร้างขึ้นจากหินสีดำ
"ปราสาทแห่งพญามาร..." เหมันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
นี่คือเป้าหมายสุดท้ายของเขา คือสถานที่ที่พญามารใช้เป็นฐานทัพในการทำลายล้างโลก
เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มทวีคูณ
เมื่อเข้าใกล้ปราสาท เหมันต์ก็สัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมา มันเป็นพลังที่เย็นยะเยือก แต่แฝงไปด้วยความอำมหิต
ปราสาทแห่งนี้ดูน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง กำแพงสูงใหญ่ถูกสร้างขึ้นจากหินสีดำขลับ ประตูบานใหญ่ดูราวกับปากของสัตว์ร้ายที่อ้าออก รอคอยเหยื่อที่จะเข้ามา
เหมันต์ไม่ลังเล เขาเดินตรงเข้าไปยังประตูบานใหญ่นั้น
ทันใดนั้นเอง ประตูบานใหญ่ก็ค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นโถงทางเดินอันมืดมิด ทอดลึกลงไปภายใน
"ในที่สุด... เจ้าก็มาถึง..." เสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาจากภายในโถงทางเดิน
เหมันต์ก้าวเท้าเข้าไปในปราสาทแห่งพญามาร การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ภายในโถงทางเดินของปราสาทแห่งพญามารนั้น มืดมิดยิ่งกว่าที่เหมันต์เคยสัมผัสมา แสงสว่างจากภายนอกแทบจะส่องเข้ามาไม่ถึง มีเพียงแสงสีแดงอันสลัวที่ส่องมาจากบางสิ่งบางอย่างในความมืด
อากาศภายในนั้นเย็นยะเยือกจนผิดปกติ แม้แต่พลังน้ำแข็งของเหมันต์ก็ยังรู้สึกว่าถูกกดดัน
"เจ้ากล้าดียังไง... เข้ามาในที่ของข้า?" เสียงเย็นเยียบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดูใกล้เข้ามา
เหมันต์ชักดาบน้ำแข็งออกมา มือของเขากำด้ามดาบแน่น ดวงตาจับจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้า
"ข้ามาเพื่อเผชิญหน้ากับเจ้า... พญามาร!" เหมันต์ตะโกนก้อง
ทันใดนั้นเอง ร่างของพญามารก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา มันเป็นร่างที่ใหญ่โตมโหฬาร มีผิวสีดำสนิท ดวงตาแดงฉานส่องประกายด้วยความกระหายเลือด ปีกขนาดใหญ่กางออกราวกับเงาแห่งความตาย
"เจ้า... ช่างกล้าหาญ... หรือโง่เขลา?" พญามารกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "พลังของเจ้า... ไม่อาจเทียบกับข้าได้เลย"
"อย่าดูถูกข้า... พญามาร!" เหมันต์กล่าว "พลังของข้า... ไม่ใช่แค่ความเย็น..."
ทันใดนั้นเอง ร่างของเหมันต์ก็ส่องประกายสีฟ้าอ่อน เขากระโดดเข้าใส่พญามารด้วยความเร็วสูง ดาบน้ำแข็งของเขาฟาดฟันเข้าใส่ร่างของพญามาร
"อ๊าาาา!" พญามารส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงนัก
"เจ้า... ทำอะไรข้าไม่ได้!" พญามารตะคอก พร้อมกับพ่นลำแสงสีดำเข้าใส่เหมันต์
เหมันต์กระโดดหลบอย่างรวดเร็ว ลำแสงสีดำนั้นพุ่งผ่านไป ทำให้ผนังด้านหลังของปราสาทแตกเป็นเสี่ยงๆ
"ข้าจะทำให้เจ้า... รู้ซึ้งถึงความหนาวเหน็บที่แท้จริง!" เหมันต์กล่าว
เขาเริ่มรวบรวมพลังน้ำแข็งอย่างเต็มที่ ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนเจิดจ้า อากาศรอบตัวเริ่มแข็งตัว
"ขอเชิญ... พลังแห่งความหนาวเย็น... จงสถิตอยู่ในดาบของข้า!"
ดาบน้ำแข็งในมือของเหมันต์เริ่มเปลี่ยนสี มันเปล่งประกายสีขาวราวกับหิมะบริสุทธิ์ พลังแห่งความเย็นที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
"นี่คือ... ดาบแห่งเหมันต์!"
เหมันต์พุ่งเข้าใส่พญามารอีกครั้ง พร้อมกับฟาดฟันดาบแห่งเหมันต์เข้าใส่
"ตูมมมม!" เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วปราสาท
พลังแห่งความเย็นของดาบแห่งเหมันต์ ได้กัดกินร่างของพญามารอย่างรุนแรง พญามารส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้!" พญามารตะโกน "พลังของเจ้า... ไม่น่าจะมีมากขนาดนี้!"
"เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไป... พญามาร!" เหมันต์กล่าว "ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อสู้... แต่มาเพื่อยุติสงครามนี้!"
การต่อสู้ระหว่างเหมันต์และพญามาร ดำเนินไปอย่างดุเดือด พลังแห่งความเย็นอันบริสุทธิ์ ปะทะเข้ากับพลังแห่งความมืดอันโหดร้าย
เหมันต์ใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มี เพื่อต่อสู้กับพญามาร เขาต้องเอาชนะให้ได้ เพื่อนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้
(จบตอนที่ 21)
ทิ้งท้าย: การต่อสู้ ณ ปราสาทแห่งพญามารได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เหมันต์จะสามารถเอาชนะพญามาร และนำพาแสงสว่างกลับคืนสู่โลกได้หรือไม่? พลังแห่งเหมันต์ที่แท้จริงนั้น จะมีมากเพียงใด? การผจญภัยของเหมันต์กำลังจะเข้าสู่บทสรุปที่น่าตื่นเต้น!
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก