ตอนที่ 26 — เหมันต์อัสนี พิโรธอสุนี

ตอนที่ 26 — เหมันต์อัสนี พิโรธอสุนี

จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน

ลมเย็นยะเยือกกรีดผ่านผิวหนังของเหมันต์ราวกับคมมีดน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บที่เคยเป็นเพียงสัมผัสภายนอก บัดนี้มันได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินไปทั่วสรรพางค์กาย แต่สิ่งเหล่า… นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความทรมานที่แท้จริง

เงาร่างของ 'อสุนี' ปีศาจแห่งสายฟ้าและพายุหมุนที่ถูกผนึกไว้ในกาลเวลา ‌กำลังคลายโซ่ตรวนแห่งพันธนาการทีละน้อย แสงสีฟ้าอมม่วงสว่างวาบออกมาจากร่างของมันเป็นระยะ ราวกับดวงตาของอสูรกายที่กำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน พลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมา ทำให้ผืนดินใต้ฝ่าเท้าของเหมันต์สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นสอง

"ในที่สุด... เวลาของข้าก็มาถึง! ความมืดมิดจะกลืนกินโลกใบนี้ แล้วมีเพียงข้า ​อสุนี ผู้ครอบครองสายฟ้าเท่านั้นที่จะยืนหยัดอยู่เหนือสรรพสิ่ง!" เสียงคำรามกึกก้องของอสุนีดังไปทั่วเขตแดนที่กำลังถูกความมืดปกคลุม มันเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและเจือไปด้วยความเย้ยหยัน

เหมันต์กัดฟันแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังร่างมหึมาของอสุนีที่ค่อยๆ ปรากฏตัวอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ลมหนาวที่โหมกระหน่ำรอบกายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มันไม่เพียงแต่กัดกินผิวหนัง ‍แต่ยังบั่นทอนกำลังวังชาของเหมันต์อีกด้วย ความรู้สึกอ่อนล้าเริ่มคืบคลานเข้ามา แม้แต่การหายใจก็ยังเป็นเรื่องยากลำบาก

"เจ้าคิดว่าจะทำลายโลกใบนี้ได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ อสุนี?" เหมันต์เปล่งเสียงตอบกลับ แม้จะฟังดูอ่อนแรง แต่ประกายแห่งความมุ่งมั่นยังคงลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา ‌"ข้าจะไม่ยอมให้ความมืดมิดของเจ้ามีชัย!"

ทันใดนั้น เหมันต์ก็รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี พลังแห่งความเย็นเยือกที่ไหลเวียนอยู่ในกายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มกำลัง สองมือของเขาถูกยกขึ้นช้าๆ เปล่งแสงสีขาวเงินยวงออกมา แสงนั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งรูปทรงประหลาด มีประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับพันเม็ด

"ธารน้ำแข็งแห่งชะตากรรม ‍จงสถิตอยู่กับข้า!" เหมันต์ตะโกนก้อง ร่างของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่หมุนวนรอบกายอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิรอบข้างลดต่ำลงไปอีกจนแทบจะกลายเป็นศูนย์องศา

อสุนีหัวเราะเสียงดังอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ! เจ้าคิดว่าความเย็นเยือกอันกระจอกงอกง่อยของเจ้าจะต่อกรกับสายฟ้าของข้าได้งั้นรึ! ช่างน่าสมเพชเสียจริง!"

พลัน อสุนีก็ยกแขนข้างหนึ่งขึ้น ​ฟ้าเบื้องบนพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม เปลวฟ้าสีขาวอมฟ้าฟาดผ่าลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟันเฟืองแห่งหายนะกำลังหมุนวน "สายฟ้าพิโรธ! จงเผาไหม้ทุกสิ่งให้มอดไหม้!"

สายฟ้าจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่เหมันต์อย่างรุนแรง แต่เกล็ดน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างของเหมันต์นั้นกลับทนทานอย่างน่าอัศจรรย์ เกล็ดแต่ละเกล็ดดูดซับพลังงานของสายฟ้าไว้ได้ราวกับฟองน้ำ แล้วค่อยๆ ​แตกออกเป็นละอองน้ำแข็งเล็กๆ ที่สลายไปในอากาศ

"นี่เป็นเพียงการตั้งรับของข้า อสุนี!" เหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "เมื่อข้าพร้อมแล้ว เจ้าจะได้สัมผัสกับพลังที่แท้จริงของ 'เหมันต์อัสนี'!"

ร่างของเหมันต์ค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้นดิน ​เกล็ดน้ำแข็งรอบกายยิ่งทอประกายเจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ละเกล็ดไม่ได้มีเพียงความเย็นเยือก แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอันมหาศาลราวกับอัสนีบาตที่ถูกผนึกไว้

"เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว!" อสุนีคำรามกลับ มันไม่รอช้า ปล่อยคลื่นพลังงานสายฟ้าลูกใหญ่พุ่งเข้าใส่เหมันต์อีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า

แต่เหมันต์ไม่ได้หลบเลี่ยง เขากระจายพลังแห่งความเย็นให้แผ่กว้างออกไปรอบกาย เกล็ดน้ำแข็งที่หมุนวนอยู่รอบตัวแปรสภาพเป็นใบมีดน้ำแข็งแหลมคมที่หมุนสวนทางกับคลื่นสายฟ้า

"คมมีดเยือกแข็งแห่งการพิพากษา!"

เมื่อคมมีดน้ำแข็งปะทะเข้ากับคลื่นสายฟ้า แสงสว่างเจิดจ้าก็สาดกระจายไปทั่วบริเวณ เกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย คลื่นสายฟ้าถูกคมมีดน้ำแข็งเฉือนเป็นชิ้นๆ จนกระจัดกระจายไปทั่ว แต่ก็มีบางส่วนที่เล็ดลอดผ่านเข้ามา ทิ่มแทงเข้าที่เกล็ดน้ำแข็งจนเกิดรอยร้าว

เหมันต์รู้สึกถึงแรงกระแทกที่รุนแรง แต่เขาก็ยังคงทรงตัวอยู่ได้ "พลังของเจ้ายังห่างชั้นกับข้า อสุนี!"

"อย่าได้หลงตัวเอง!" อสุนีกล่าว มันรู้ดีว่าการโจมตีแบบปกติคงทำอะไรเหมันต์ไม่ได้ จึงตัดสินใจใช้พลังที่อันตรายยิ่งกว่า "หากเจ้าอยากสัมผัสกับอัสนีที่แท้จริง จงรับไป! 'พายุอสุนีทลายภพ'!"

ร่างของอสุนีเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็ว พลังงานสายฟ้าสีม่วงอมฟ้าเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาที่พัดกระหน่ำทุกสิ่งรอบกาย เศษหิน เศษดิน ถูกดูดเข้าไปในพายุจนกลายเป็นฝุ่นผง พายุหมุนนั้นไม่ได้มีเพียงสายฟ้า แต่ยังแผ่พลังแห่งความร้อนที่แผดเผาจนผิวหนังของเหมันต์เริ่มรู้สึกแสบร้อน

เหมันต์รับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึง พลังของพายุอสุนีนี้สามารถทำลายล้างทุกสิ่งให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้ "นี่คือพลังที่แท้จริงของเจ้าสินะ..."

เขาหลับตาลงช้าๆ รวบรวมสมาธิทั้งหมด พลังแห่งความเย็นที่เคยเป็นจุดอ่อนของเขา บัดนี้มันกำลังแปรเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด "หากเจ้าใช้พายุอสุนี ข้าก็จะใช้ 'เหมันต์อัสนี' ของข้าเช่นกัน!"

เกล็ดน้ำแข็งรอบกายเหมันต์ค่อยๆ แปรเปลี่ยนรูปร่าง มันไม่ได้มีเพียงความเย็น แต่กลับแฝงไว้ด้วยประกายฟ้าแลบสีขาวเงินยวง ราวกับว่าเขาได้ผสานเอาสายฟ้าอันเยือกเย็นของตนเองเข้าไปในเกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้น

"ถึงเวลาแล้ว! 'เหมันต์อัสนี'!"

เหมันต์อ้าแขนออก ปล่อยพลังที่เขาได้รวบรวมไว้ พลังนั้นไม่ได้พุ่งออกไปเป็นเส้นตรง แต่กลับแผ่ขยายออกเป็นม่านหมอกเย็นเยียบที่เจือไปด้วยประกายไฟฟ้าสีขาวเงินยวง หมอกนั้นค่อยๆ กลืนกินพายุอสุนีของอสุนีเข้าไป

เมื่อหมอกเย็นเยียบปะทะเข้ากับพายุอสุนี ไม่ได้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเหมือนที่คาดคิด แต่กลับเป็นเสียง "ซ่าาาา" เบาๆ ราวกับว่าพลังงานทั้งสองกำลังค่อยๆ หักล้างกัน

พายุอสุนีของอสุนีเริ่มอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด กระแสสายฟ้าสีม่วงอมฟ้าเริ่มสลายตัวไป กลายเป็นเพียงแสงวาบเล็กๆ ที่ค่อยๆ มอดดับไป

"เป็นไปได้อย่างไร!" อสุนีตะโกนด้วยความตกใจ มันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าพลังของตนจะถูกหักล้างได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

"พลังของข้าคือความเย็นเยือกที่แฝงไว้ด้วยอัสนี!" เหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่กลับมาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอีกครั้ง "มันคือการผสานระหว่างความหนาวเหน็บที่กัดกินทุกสิ่ง และสายฟ้าที่สามารถชำระล้างทุกสิ่งให้บริสุทธิ์!"

ร่างของเหมันต์เริ่มเปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง เกล็ดน้ำแข็งรอบกายแปรสภาพเป็นสายฟ้าสีขาวเงินยวงที่หมุนวนเป็นวงจักรขนาดใหญ่ สายฟ้าเหล่านั้นไม่ได้มีความร้อนแรงเหมือนสายฟ้าของอสุนี แต่กลับแผ่ความเย็นเยือกที่สามารถแข็งตัวทุกสิ่งให้หยุดนิ่งได้

"ได้เวลาแล้วที่ข้าจะส่งเจ้ากลับคืนสู่ความมืดมิด! 'อัสนีธาราแห่งการผนึก'!"

เหมันต์ยกมือขึ้น รวบรวมสายฟ้าสีขาวเงินยวงทั้งหมดไว้ในมือ แล้วเหวี่ยงมันออกไปราวกับกำลังจะฟาดฟัน พลังนั้นพุ่งตรงไปยังร่างของอสุนีที่กำลังอ่อนแรง

อสุนีพยายามรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อป้องกันตนเอง แต่ก็สายเกินไป สายฟ้าสีขาวเงินยวงได้เข้าปะทะร่างของมันอย่างจัง

ทันใดนั้น ร่างของอสุนีก็ถูกห่อหุ้มด้วยประกายไฟฟ้าสีขาวเงินยวงที่ค่อยๆ แข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ มันถูกแช่แข็งราวกับถูกแช่แข็งไว้ในกาลเวลา

"ไม่! ข้าไม่ยอม! ข้าจะกลับมา!" เสียงคำรามของอสุนีค่อยๆ แผ่วเบาลง เมื่อร่างของมันถูกผนึกไว้ด้วยอัสนีธาราแห่งการผนึก

เหมันต์ยืนมองอสุนีที่ถูกผนึกไว้ด้วยความเหนื่อยอ่อน พลังที่ใช้ไปนั้นมหาศาลนัก แต่เขาก็สามารถทำภารกิจสำคัญนี้สำเร็จได้

แต่ขณะที่เขากำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ร่างของอสุนีที่ถูกผนึกไว้ก็พลันสั่นสะเทือน แสงสีม่วงเข้มสว่างวาบออกมาจากภายใน ก่อนที่ร่างที่ถูกผนึกจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ

"อ๊ากกกก!" เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของอสุนีดังขึ้น พร้อมกับพลังงานสายฟ้าสีม่วงอมฟ้าที่กระจายออกไปทั่วบริเวณ

เหมันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ พลังที่หลงเหลือของอสุนีนั้นรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด

"เจ้าคิดว่าจบแค่นี้งั้นรึ เหมันต์! ยังมีอีกหลายสิ่งที่เจ้าไม่รู้!" เสียงของอสุนีดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก

ก่อนที่เหมันต์จะทันได้ตั้งตัว ร่างของอสุนีที่กำลังสลายไปนั้นก็ได้ทิ้งบางสิ่งไว้เบื้องหลัง… เงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากพลังงานสายฟ้าที่กระจายออกไป เงาร่างนั้นไม่ได้มีรูปร่างที่ชัดเจน แต่กลับแผ่พลังแห่งความมืดมิดและคำสาปออกมาอย่างรุนแรง

เหมันต์รู้สึกได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ซ่านเข้ามา มันไม่ใช่พลังของอสุนี แต่เป็นพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า

"นี่มันอะไรกัน..." เหมันต์พึมพำด้วยความไม่เข้าใจ

เงาร่างนั้นค่อยๆ ยื่นมือที่ไร้รูปร่างออกมา ราวกับจะคว้าเอาบางสิ่งบางอย่างจากเหมันต์

"ถึงเวลาแล้ว... ที่บทเพลงแห่งความโศกนาฏกรรมจะเริ่มต้นขึ้น..." เสียงของเงาร่างนั้นดังขึ้นอย่างเย็นเยียบ

เหมันต์สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังจะถูกฉุดกระชากไปจากตัวเขา พลังนั้นคุ้นเคยแต่ก็อันตรายอย่างยิ่ง

ขณะที่เงาร่างกำลังจะบรรลุเป้าหมาย เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหลัง

"หยุดนะ! เจ้าปีศาจร้าย!"

เหมันต์หันกลับไปมองด้วยความหวัง...

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!