ตอนที่ 29 — เหมันต์ สู่สมรภูมิสุดท้าย
จอมเทพบุตรทลายภพ · 30 ตอน
ลมเย็นยะเยือกกรีดผ่านผิวหนังของเหมันต์ราวกับคมมีดน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บที่เคยเป็นเพียงสัมผัสภายนอก บัดนี้มันได้แทรกซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่กัดกินไปทั่วสรรพางค์กาย แต่สิ่งเหล่า… ไม่ได้ทำให้กำลังใจของเขาแผ่วลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ประกายตาคมกริบของเหมันต์กลับลุกโชนขึ้นด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่นที่แรงกล้ากว่าเดิม
เบื้องหน้าเขาคือปราสาทแห่งพญามาร ปราการแห่งความชั่วร้ายที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนดินอันแห้งแล้ง ม่านหมอกสีดำทะมึนปกคลุมทุกสิ่ง บดบังแสงตะวันจนแทบมองไม่เห็น ทว่าภายในม่านหมอกนั้น ซ่อนเร้นอำนาจอันดำมืดที่พร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต
"ยังคงไม่ยอมแพ้งั้นหรือ เจ้ามนุษย์ผู้ไร้เดียงสา" เสียงทุ้มต่ำ เย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งหลุดรอดออกมาจากภายในปราสาท มันดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับจะเย้ยหยันความกล้าหาญอันน้อยนิดของเหมันต์
เหมันต์ไม่ตอบคำ สิ่งที่เขาทำคือการก้าวเดินต่อไป เท้าของเขาก้าวเหยียบลงบนพื้นดินที่แห้งผาก ราวกับว่ามันกำลังจะแตกสลายทุกก้าวที่เขาเดินผ่าน แรงลมพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง พัดเอาฝุ่นละอองสีดำคลุ้งขึ้นมาบดบังทัศนวิสัย ทำให้การมองเห็นยิ่งยากลำบากขึ้นไปอีก
"เจ้าคิดว่าการมาเยือนที่นี่เพียงลำพัง จะสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้หรือ" เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มีน้ำเสียงของความเย้ยหยันเจือปนอยู่ชัดเจน
"ข้ามาเพื่อปลดแอกทุกชีวิตที่ถูกพันธนาการด้วยความมืดมิดของเจ้า" เหมันต์เอ่ยตอบ เสียงของเขาหนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว "และเจ้า… คืออุปสรรคสุดท้ายที่ข้าต้องก้าวข้าม"
ทันใดนั้น ผืนดินเบื้องหน้าเขาก็พลันสั่นสะเทือน แผ่นหินขนาดใหญ่หลายแผ่นค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ก่อตัวเป็นรูปร่างคล้ายกับกรงเล็บอันแหลมคมที่พุ่งตรงเข้าหาเขา เหมันต์ไม่แสดงอาการตกใจ เขากระชับดาบในมือให้แน่นขึ้น ก่อนจะใช้ท่วงท่าที่ว่องไวดุจสายลม หลบหลีกการโจมตีเหล่านั้นได้อย่างหวุดหวิด
"น่าสนใจ… เจ้ามีความสามารถในการเอาตัวรอดที่ดีกว่าที่ข้าคาดไว้" พญามารเอ่ยขึ้น "แต่การเอาตัวรอดเพียงอย่างเดียว… จะไม่สามารถชนะศึกนี้ได้"
เงาดำทะมึนก่อตัวขึ้นรอบกายของเหมันต์ มันคือเหล่าอสูรกายรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาของพวกมันลุกโชนไปด้วยไฟสีแดงฉาน พวกมันคำรามก้อง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เหมันต์อย่างบ้าคลั่ง
ดาบในมือของเหมันต์พลันเรืองแสงสีขาวบริสุทธิ์ เมื่อมันสัมผัสกับลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่าน ตัวดาบเปล่งประกายราวกับน้ำแข็งที่ถูกแสงจันทร์สาดส่อง เหมันต์เหวี่ยงดาบออกไปเป็นวงกว้าง พลังแห่งความเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกไปราวกับคลื่นมหาสมุทร เหล่าอสูรกายที่ถูกคลื่นนี้สัมผัส ต่างก็แข็งทื่อไปในพริบตา ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผงธุลีสีดำ
"พลังของเจ้า… ไม่ใช่สิ่งที่ข้าเคยเผชิญมาก่อน" เสียงของพญามารเริ่มมีน้ำเสียงของความประหลาดใจเจือปน "แต่พลังที่มาจากความเย็น… มันก็มีขีดจำกัด"
ทันใดนั้น เหมันต์ก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาล แรงดึงดูดนั้นมาจากใจกลางปราสาท พลังงานอันดำมืดที่เข้มข้นยิ่งกว่าที่เคยสัมผัสมาทั้งหมด กำลังดึงดูดเขาเข้าไป
"เจ้ากำลังถูกดึงดูด… เข้าสู่กับดักของข้า" พญามารหัวเราะเยาะ "ก้าวเข้ามาสิ… เจ้าจะพบกับจุดจบที่แท้จริงของเจ้า"
เหมันต์ต้านทานแรงดึงดูดนั้นไว้สุดกำลัง ทว่ามันกลับแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะต้านทานได้อีกต่อไป ร่างกายของเขาค่อยๆ ถูกชักลากเข้าไปในม่านหมอกสีดำ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของพญามาร
เมื่อเข้ามาในปราสาท บรรยากาศยิ่งเย็นยะเยือกกว่าภายนอกหลายเท่า กำแพงหินสีดำสนิทดูดซับแสงสว่างไปจนหมดสิ้น มีเพียงแสงสีม่วงเรืองรองที่ลอดออกมาจากรอยแตกบนเพดาน เป็นแสงเดียวที่พอจะมองเห็นทาง
"เจ้ามาถึงแล้ว… สู่ห้องโถงแห่งการตัดสิน" เสียงของพญามารดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนว่ามันจะอยู่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เบื้องหน้าเหมันต์คือห้องโถงขนาดมหึมา กลางห้องมีแท่นบูชาขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ บนแท่นนั้น มีบางสิ่งบางอย่างที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าสีดำสนิท ทว่าจากสัมผัสของพลังงานที่แผ่ออกมา เหมันต์ก็พอจะเดาได้ว่ามันคือสิ่งใด
"เจ้าคงอยากรู้… ว่าอะไรคือพลังที่แท้จริงของข้า" พญามารปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด มันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ ทว่าสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า ผิวหนังของมันเป็นสีดำสนิท มีเกล็ดเล็กๆ ปกคลุมทั่วร่างกาย ดวงตาของมันลุกโชนไปด้วยไฟสีแดงฉาน และเหนือศีรษะของมัน มีเขาขนาดมหึมางอกออกมา
"พลังที่แท้จริง… คือสิ่งที่เจ้าพยายามจะทำลาย" พญามารกล่าว "คือความมืดมิด… คือความสิ้นหวัง… คือความตาย"
มันค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเหมันต์ มือข้างหนึ่งของมันถูกยกขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะค่อยๆ ดึงผ้าสีดำบนแท่นบูชาลงมา สิ่งที่ปรากฏอยู่บนแท่นบูชานั้น… ทำให้เหมันต์ถึงกับผงะ
มันคือศิลาสีดำขนาดใหญ่ ที่มีลวดลายประหลาดสลักอยู่ทั่วก้อน ศิลาชิ้นนี้แผ่พลังงานอันดำมืดที่เข้มข้นออกมาอย่างมหาศาล ราวกับว่ามันคือแหล่งกำเนิดแห่งความชั่วร้ายทั้งปวง
"นี่คือ… ศิลาแห่งอนธการ" พญามารเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ "พลังของมัน… สามารถกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างได้ แม้กระทั่งแสงสว่าง"
เหมันต์มองไปยังศิลาแห่งอนธการด้วยความระแวง พลังงานที่แผ่ออกมานั้นช่างน่าสะพรึงกลัว ยิ่งกว่าสิ่งใดที่เขาเคยพบเจอมา
"เจ้าคิดว่า… พลังแห่งความเย็นของเจ้า… จะสามารถต่อกรกับพลังแห่งความมืดมิดนี้ได้หรือ" พญามารหัวเราะเยาะ "เจ้าคิดผิดแล้ว… มนุษย์น้อย"
ทันใดนั้น พญามารก็ยกมือขึ้นอีกข้างหนึ่ง มือของมันพลันเปล่งแสงสีดำทะมึน ก่อนจะพุ่งตรงเข้าใส่เหมันต์ เหมันต์ตั้งรับด้วยดาบในมือ แต่พลังที่มาจากมือของพญามารนั้นรุนแรงยิ่งนัก มันทำให้ดาบของเหมันต์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
"พลังแห่งความเย็นของข้า… ไม่ใช่เพียงแค่ความเย็น" เหมันต์กัดฟันพูด "มันคือการหยุดยั้ง… การแช่แข็ง… และการทำลายล้าง"
ทันใดนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์จากดาบของเหมันต์ก็พลันสว่างวาบขึ้นมา พลังแห่งความเย็นที่แผ่ออกมานั้น มิได้เพียงแค่แช่แข็ง แต่ยังปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันบริสุทธิ์ออกมา มันพุ่งเข้าปะทะกับพลังแห่งความมืดของพญามาร เกิดเป็นระเบิดแห่งพลังงานสีดำและสีขาวที่สาดกระเซ็นไปทั่วห้องโถง
แรงระเบิดนั้นรุนแรงยิ่งนัก เหมันต์กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ทว่าเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้
"น่าประทับใจ… แต่เจ้ายังไม่เข้าใจ" พญามารกล่าว "พลังแห่งความมืด… มิได้มีเพียงแค่การโจมตี… แต่มันคือการบิดเบือน… การกัดกิน… การครอบงำ"
ทันใดนั้น ผนังห้องโถงก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เงาดำทะมึนเริ่มก่อตัวขึ้นจากผนัง ราวกับว่ามันกำลังจะมีชีวิตขึ้นมา เงาเหล่านั้นเริ่มคืบคลานเข้ามาหาเหมันต์ ราวกับงูร้ายที่พร้อมจะรัดคอเหยื่อ
"เจ้าจะพบว่า… แม้แต่ความเย็น… ก็ยังคงมีขีดจำกัด" พญามารกล่าว "และขีดจำกัดนั้น… จะถูกบดขยี้… โดยพลังแห่งความมืดมิดของข้า"
เหมันต์มองดูเงาดำที่คืบคลานเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขารู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของเขา แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะยอมแพ้
"ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็น… ว่าความเย็น… สามารถแช่แข็ง… แม้กระทั่งความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด" เหมันต์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขามั่นคงราวกับภูผา
เขาเงื้อดาบขึ้นสูง พร้อมจะรับมือกับการโจมตีที่กำลังจะมาถึง ทว่าขณะที่เขาเตรียมพร้อมอยู่นั้นเอง จู่ๆ สัญญาณเตือนอันตรายก็ดังขึ้นในหัวของเขา
"ระวัง!" เสียงของใครบางคนดังขึ้นในความคิดของเขา เป็นเสียงของ… มิรา!
เหมันต์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เข้าใจว่ามิรามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร และเหตุใดเธอจึงส่งเสียงเตือนเขา
"เบื้องหลังเจ้า!" เสียงของมิราดังขึ้นอีกครั้ง
เหมันต์หันกลับไปมองด้วยความรวดเร็ว สิ่งที่เขาเห็นทำเอาเลือดในกายของเข็นเย็นเยียบ
เบื้องหลังเขา… ปรากฏร่างของพญามารอีกตนหนึ่ง ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายกับพญามารที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ทว่ากลับมีสีสันที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย และที่น่ากลัวที่สุด… ร่างนั้นกำลังถือ ดาบสีดำสนิท ที่เปล่งประกายไปด้วยพลังงานแห่งความมืดอันชั่วร้าย
"นี่คือ… ร่างเงาของข้า" พญามารที่ยืนอยู่ตรงหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสะใจ "มันจะใช้ดาบแห่งความมืด… ตัดผ่านทุกสิ่ง… รวมไปถึง… วิญญาณของเจ้า"
ดาบสีดำสนิทของร่างเงากำลังถูกยกขึ้นสูง พร้อมจะฟาดฟันลงมาใส่เหมันต์อย่างรวดเร็ว เหมันต์ไม่อาจจะหลบเลี่ยงได้ทัน เขาถูกตรึงอยู่กับที่ด้วยพลังงานอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างเงา
"ถึงคราวจบแล้ว… เจ้าเทพบุตรผู้เย่อหยิ่ง" พญามารหัวเราะเสียงดัง
เหมันต์หลับตาลง เขาเตรียมพร้อมรับการโจมตีที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ ทว่าในห้วงความคิดของเขา… ภาพของมิรา… ภาพของผู้คนที่เขารัก… ภาพของโลกที่เขากำลังปกป้อง… กลับปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน
"ข้า… ยังไม่ยอมแพ้!" เหมันต์ตะโกนก้อง
ทันใดนั้นเอง… ร่างกายของเหมันต์พลันสว่างวาบขึ้นมา แสงสีขาวบริสุทธิ์แผ่ออกมาอย่างรุนแรง จนบดบังแสงสีดำที่เปล่งประกายจากดาบของร่างเงา
พลังงานที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน… กำลังถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวของเหมันต์… พลังที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งภพ…
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก