โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,052 คำ
สายฟ้าฟาดเปรี้ยง! แหวกม่านราตรีดำมืด แสงสีขาวสว่างวาบราวกับดวงตาของเทพเจ้าพิโรธ สาดส่องไปทั่วผืนป่าที่กำลังสั่นสะเทือนด้วยแรงลมอันบ้าคลั่ง หยาดฝนโปรยปรายราวกับน้ำตาของฟ้า กลิ้งเกลือกไปตามใบไม้ที่โบกสะบัดอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ หญิงสาวร่างเล็กนามว่า ปิ่นปัก ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
มือเรียวของเธอถูกคว้าไว้อย่างแน่นหนา ราวกับมันจะเป็นสมอเรือเดียวที่จะยึดเหนี่ยวเธอไว้กับโลกใบนี้ มือที่คว้าเธอไว้เป็นของ เพลิงพิรุณ ชายหนุ่มผู้มีดวงตาคมกริบราวกับหิ่งห้อยยามรัตติกาล ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเปื้อนด้วยละอองฝน แต่แววตาที่ฉายประกายออกมานั้นมั่นคงราวกับหินผา
"อย่ากลัว" เสียงทุ้มต่ำของเขาดังลอดผ่านเสียงลมพายุ เขากระชับมือที่กุมปิ่นปักไว้แน่นขึ้น "อยู่ข้างข้าให้ดี"
ปิ่นปักพยักหน้ารับ พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่ตีบตันอยู่ในลำคอ เธอไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ พายุที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหยุดหย่อนนี้จึงก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้ ราวกับธรรมชาติกำลังโกรธแค้นใครบางคน
"ท่าน...ท่านแน่ใจหรือว่าเราจะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้" เสียงของเธอสั่นเครือ
เพลิงพิรุณหันมามองดวงตาของเธอ ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของสายฟ้าที่กำลังฟาดลงมาไม่หยุดหย่อน "ข้าจะทำให้แน่ใจ" คำตอบของเขาสั้นกระชับ แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้ปิ่นปักรู้สึกอุ่นใจขึ้นเล็กน้อย
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามดังสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังจะถล่มลงมา ก้อนเมฆสีดำทมิฬเบื้องบนเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง และแล้ว...มันก็ปรากฏขึ้น
ร่างเงาสีดำทะมึนขนาดมหึมา ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิง ผิวหนังของมันราวกับถูกปกคลุมด้วยเกล็ดหนาของอสูรกาย ปลายหางของมันยาวเหยียด และมีหนามแหลมคมประดับอยู่เป็นระยะ
"อสูรกายแห่งพายุ!" ปิ่นปักอุทานเสียงหลง เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าของพวกมันจากย่าของเธอ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอด้วยตาตัวเอง
เพลิงพิรุณเบิกตากว้างเล็กน้อย แววตาของเขาฉายประกายแห่งความประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็น "ข้าไม่เคยคิดว่ามันจะปรากฏตัวในยามนี้" เขาพึมพำกับตัวเอง
"ท่านรู้เรื่องของมันหรือ" ปิ่นปักถามอย่างร้อนรน
"เคยได้ยินมาบ้าง" เพลิงพิรุณตอบพลางค่อยๆ ดึงปิ่นปักมาอยู่ด้านหลังเขา "พวกมันคือผู้รับใช้แห่งความมืด เป็นผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อสร้างความปั่นป่วนและทำลายล้าง"
อสูรกายแห่งพายุค่อยๆ ลดระดับลงมาสู่พื้นดิน เสียงลมพายุยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นราวกับมันกำลังพยายามกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบกาย
"เจ้ามาผิดที่แล้ว!" เสียงของเพลิงพิรุณดังขึ้นอย่างกึกก้อง มันเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ปิ่นปักมองเขาด้วยความอึ้งงัน
อสูรกายแห่งพายุส่งเสียงคำรามตอบ มันกางกรงเล็บอันแหลมคมออก ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาที่เพลิงพิรุณราวกับจะฉีกร่างเขาเป็นชิ้นๆ
"เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร! กล้าดีอย่างไรมาขวางทางข้า!" เสียงของอสูรกายดังแหบพร่า ราวกับใบมีดกรีดลงบนแผ่นดิน
"ข้าคือผู้ที่จะหยุดยั้งเจ้า!" เพลิงพิรุณประกาศก้อง เขาปลดปล่อยมือข้างหนึ่งออก แล้วยกขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีฟ้าอ่อนๆ ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในฝ่ามือของเขา
ปิ่นปักเบิกตากว้างเมื่อเห็นแสงนั้น มันเปล่งประกายราวกับดวงดาวที่อยู่ห่างไกล แต่กลับอบอุ่นและทรงพลังอย่างน่าประหลาด
"นี่มัน...พลังอะไรกัน" เธอพึมพำ
"พลังแห่งสายฟ้า" เพลิงพิรุณตอบโดยไม่ละสายตาจากอสูรกาย "พลังที่ข้าได้รับมอบหมายมาให้ปกป้อง"
อสูรกายแห่งพายุหัวเราะเยาะ "พลังแห่งสายฟ้า? ฮ่าๆๆ! แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะเทียบกับพลังแห่งความมืดของข้าได้อย่างไร!"
ว่าแล้ว อสูรกายก็ยกอุ้งเท้าหน้าขึ้น ฟาดลงมาที่พื้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดคลื่นพลังงานสีดำทะมึนแผ่กระจายออกมา พลังงานนั้นพัดพาเอาต้นไม้ใบหญ้าให้กระเด็นกระดอนราวกับกระดาษ
เพลิงพิรุณไม่รอช้า เขาปล่อยคลื่นพลังงานสีฟ้าออกจากฝ่ามือ พุ่งเข้าปะทะกับคลื่นพลังงานสีดำของอสูรกาย
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พลังงานทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ ทำให้เกิดแสงสว่างเจิดจ้าจนปิ่นปักต้องยกมือขึ้นมาบังตา
เมื่อแสงสว่างจางลง เธอมองเห็นสภาพของป่าที่เปลี่ยนไป ต้นไม้บางส่วนถูกพลังงานทำลายจนราบคาบ พื้นดินแตกระแหงเป็นทางยาว
"นี่หรือ...พลังของมหาเทพ" ปิ่นปักครุ่นคิดถึงคำเล่าขานของย่า
เพลิงพิรุณยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้จะดูเหนื่อยอ่อนลงเล็กน้อย แต่แววตาของเขายังคงมุ่งมั่น
"เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ" เพลิงพิรุณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรำคาญเล็กน้อย "พลังแห่งความมืดของเจ้าไม่อาจเทียบได้กับแสงสว่างที่แท้จริง"
อสูรกายแห่งพายุคำรามด้วยความโกรธแค้น มันไม่เคยถูกท้าทายเยี่ยงนี้มาก่อน
"เจ้าบังอาจดูถูกข้า! ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆ!"
อสูรกายเงื้อกรงเล็บขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันรวบรวมพลังงานสีดำไว้ที่ปลายเล็บ พลังงานนั้นหมุนวนอย่างรุนแรงราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
เพลิงพิรุณเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาหลับตาลงชั่วครู่ จากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม
"ถึงเวลาแล้ว..." เขาพึมพำ
ทันใดนั้นเอง แสงสีทองก็สว่างวาบออกมาจากร่างของเพลิงพิรุณ แสงนั้นมีพลังอำนาจมหาศาล ราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นใหม่
ปิ่นปักตกตะลึงกับภาพที่เห็น ร่างของเพลิงพิรุณเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ผิวหนังของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนๆ เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็กลายเป็นชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ประดับด้วยลวดลายสีทองอันวิจิตร
"นี่มัน...ไม่จริง!" ปิ่นปักอุทานเสียงแผ่วเบา
ร่างของเพลิงพิรุณที่บัดนี้สูงสง่าราวกับเทพเจ้าในตำนาน โบกมือขึ้น คราวนี้พลังงานที่ปรากฏออกมานั้นไม่ใช่แสงสีฟ้าอีกต่อไป แต่เป็นสายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายเจิดจ้า
"สายฟ้าที่แท้จริง! ปรากฏกาย!"
สายฟ้าสีทองคำพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของอสูรกายแห่งพายุอย่างรวดเร็วและรุนแรง อสูรกายพยายามปัดป้องด้วยกรงเล็บ แต่พลังของสายฟ้าสีทองนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทานได้
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนของอสูรกายดังขึ้นไปทั่วผืนป่า ก่อนที่ร่างของมันจะสลายไปกับสายฟ้าสีทองคำ เหลือเพียงกลุ่มควันสีดำที่ลอยละล่องไปกับสายลม
เมื่อสายฟ้าสีทองคำจางหายไป ร่างของเพลิงพิรุณก็ค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม เขาดูอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด แต่แววตาของเขายังคงฉายประกายแห่งความชัยชนะ
ปิ่นปักรีบวิ่งเข้าไปหาเขา "ท่าน...ท่านเป็นอะไรหรือไม่"
เพลิงพิรุณหันมายิ้มให้เธอ "ข้าสบายดี" เขาพยายามยืนตัวตรง "แต่ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของมันจะทำให้ข้าต้องใช้พลังไปไม่น้อย"
"ท่าน...ท่านคือใครกันแน่" ปิ่นปักถามด้วยความสงสัยระคนทึ่ง "ท่านไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน"
เพลิงพิรุณมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสงบลงแล้ว แต่เมฆฝนยังคงปกคลุมอยู่ "ข้า...คือผู้ที่ถูกส่งมา"
"ถูกส่งมา? มาทำอะไรหรือ"
"มาเพื่อปกป้อง...และมาเพื่อทวงคืน" น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความลับบางอย่างที่ปิ่นปักไม่อาจหยั่งถึง
ทันใดนั้นเอง เสียงระฆังโบราณดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ มันดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับเป็นสัญญาณเรียก
"นั่นมันเสียงระฆังแห่งสวรรค์!" เพลิงพิรุณอุทานด้วยความตกใจ "ทำไมถึงดังขึ้นในเวลานี้"
"เสียงระฆังนั้น...บอกถึงอะไรหรือ" ปิ่นปักถาม
"บอกถึงการมาเยือนของ...ผู้ที่ข้าต้องพบ" เพลิงพิรุณกล่าวพลางหันไปมองทิศทางที่เสียงระฆังดังมา "แต่ตอนนี้...ข้าต้องพาเจ้าไปให้พ้นจากที่นี่ก่อน"
เขารีบคว้ามือปิ่นปักอีกครั้ง "เราต้องไปเดี๋ยวนี้!"
ปิ่นปักมองไปยังทิศทางที่เสียงระฆังดังขึ้นด้วยความสงสัย แต่เมื่อเห็นความเร่งรีบของเพลิงพิรุณ เธอก็ยอมให้เขาจูงมือไป
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวออกไป ร่างเงาอีกร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดของต้นไม้ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าจนมิดชิด
"เจ้าคิดว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ รึ มหาเทพ?" เสียงแหบพร่าดังมาจากในเงามืด
เพลิงพิรุณหยุดชะงัก หันกลับไปมองด้วยความระแวดระวัง
"ใคร!" เขากล่าวถาม
เงาปริศนาหัวเราะเบาๆ "ข้า...คือผู้ที่จะมาทวงคืนสิ่งที่เจ้าพรากไป"
ปิ่นปักสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างเงา มันไม่ใช่พลังงานแห่งความมืดอย่างที่เคยเจอ แต่เป็นพลังงานที่เย็นเยียบและน่าขนลุก
"เจ้า...เจ้าคือใครกันแน่" เพลิงพิรุณถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจ
"เจ้าจะได้รู้...ในเวลาอันควร" เงาปริศนาตอบ แล้วค่อยๆ จางหายไปในความมืด ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
เพลิงพิรุณยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาหาปิ่นปัก "เราต้องไปจริงๆ แล้ว"
เขาจูงมือปิ่นปักวิ่งเข้าไปในป่าที่กำลังเริ่มสว่างขึ้นทีละน้อย ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดของคืนที่เพิ่งผ่านพ้นไป และปริศนาของชายผู้มาเยือน
คืนนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ การเผชิญหน้ากับอสูรกาย การเปิดเผยพลังอำนาจเหนือธรรมชาติ และการก้าวเข้าสู่เส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจอันยิ่งใหญ่
สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้าคืออะไร? ชายลึกลับผู้นั้นเป็นใคร? และชะตากรรมของเพลิงพิรุณกับปิ่นปักจะเป็นเช่นไรต่อไป?

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก