ท่ามกลางสายฟ้าฟาดที่โหมกระหน่ำจนผืนป่าราวกับถูกฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ เพลิงพิรุณ นักดาบหนุ่มผู้มีแววตาคมปลาบราวกับประกายสายฟ้าในยามที่เขาปลดปล่อยพลัง กระชากมือของปิ่นปักเข้ามาแนบกายแน่นยิ่งกว่าเดิม เสียงลมที่หวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณชั่วร้ายพัดกระหน่ำ จนใบไม้ที่เปียกชื้นปลิวว่อนไปทั่วราวกับหิมะสีเขียว
“อย่ายอมแพ้ ปิ่นปัก! ยึดมั่นไว้!” เพลิงพิรุณตะโกน เสียงของเขากลบเสียงพายุไปได้เพียงเล็กน้อย แต่แฝงไปด้วยพลังที่ยากจะปฏิเสธ มืออีกข้างของเขากำแน่น กวัดแกว่งดาบยาวสีดำขลับที่ส่องประกายวูบวาบตามจังหวะสายฟ้า ทุกครั้งที่ดาบกระทบอากาศ เกิดเสียงฉับพลันราวกับคมมีดกรีดลงบนผืนฟ้า
“ท่าน… ท่านจะสู้กับสิ่งนั้นได้อย่างไร?” ปิ่นปักถาม เสียงสั่นเครือ ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังเบื้องหน้า เงาตะคุ่มขนาดมหึมากำลังคืบคลานเข้ามาจากส่วนลึกของป่า มันไม่ใช่สัตว์ร้ายที่คุ้นเคย ไม่ใช่เงาของต้นไม้ที่ไหวเอนตามแรงลม แต่เป็นรูปทรงที่ผิดแผก บิดเบี้ยว ราวกับรวบรวมเอาความหวาดกลัวทั้งหมดของราตรีนี้มาไว้ในร่างเดียว
“ข้าจะปกป้องเจ้า” เพลิงพิรุณตอบสั้นๆ เขาไม่เปิดโอกาสให้ปิ่นปักได้พูดต่อ ดึงเธอให้หลบอยู่เบื้องหลัง แขนแกร่งเป็นเกราะกำบัง “สิ่งนี้… อันตรายเกินไป”
สายฟ้าลูกหนึ่งฟาดเปรี้ยงลงมาใกล้ๆ พื้นดิน ปรากฏเป็นภาพเงาของสิ่งมีชีวิตที่เพลิงพิรุณเผชิญหน้า มันมีรูปร่างคล้ายสุนัขป่าขนาดมหึมา ผิวหนังเป็นสีดำสนิทราวกับถ่าน แต่ตามลำตัวกลับมีรอยแตกร้าวที่ส่องประกายสีแดงฉานราวกับลาวาที่กำลังจะปะทุออกมา ดวงตาสีเพลิงสองดวงจ้องมองมายังพวกเขาอย่างกระหายเลือด
“อสูรลาวา!” ปิ่นปักอุทานด้วยความตกตะลึง เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับมันจากตำนานโบราณ เป็นอสูรร้ายที่ถือกำเนิดจากแก่นแท้ของภูเขาไฟที่ดับสูญ หลับใหลอยู่ใต้พิภพมานานแสนนาน แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมันด้วยตาตนเอง
“ไม่ว่าจะชื่ออะไร มันก็คือศัตรู” เพลิงพิรุณกล่าว พลางเบี่ยงตัวหลบกิ่งไม้ใหญ่ที่หักโค่นลงมาอย่างแม่นยำ ราวกับเขาสามารถคาดเดาการเคลื่อนไหวของธรรมชาติได้ทุกอย่าง
อสูรลาวาคำรามลั่น เสียงแหบพร่าราวกับหินผาถล่ม มันยืดร่างขยายขนาดใหญ่ขึ้นอีก เปลวไฟสีแดงสาดกระจายออกมาจากปากของมัน ทำให้ใบไม้รอบข้างติดไฟลุกไหม้ไปอย่างรวดเร็ว
“ระวัง!” เพลิงพิรุณผลักปิ่นปักหลบไปด้านข้าง ขณะที่ไฟพุ่งเข้าใส่เขา เขาตวัดดาบสีดำรับไว้ เปลวไฟปะทะกับดาบ เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว และประกายไฟสีแดงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ
แต่แทนที่จะถอยกลับ เพลิงพิรุณกลับพุ่งเข้าใส่! ดาบสีดำของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มทันทีที่เขาปลดปล่อยพลัง แสงสีฟ้าสว่างจ้าจนกลบแสงไฟสีแดงของอสูรลาวา เปลวไฟสีครามพวยพุ่งออกจากปลายดาบราวกับสายฟ้าสีฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมา
“เปลวเพลิงสีคราม?” ปิ่นปักมองอย่างไม่อยากเชื่อตาตนเอง นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์ทั่วไป นี่คือพลังที่เหนือกว่า… พลังของเทพเจ้า!
เพลิงพิรุณเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ดุจเงา เขาหลบหลีกการโจมตีของอสูรลาวาได้อย่างคล่องแคล่ว ดาบสีครามในมือของเขาฟาดฟันลงบนร่างของอสูรลาวาแต่ละครั้ง เกิดประกายไฟสีฟ้าสลับกับประกายไฟสีแดงสาดกระจายไปทั่ว
“เจ้า… เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา” เสียงของอสูรลาวาแหบพร่า มันรู้สึกถึงพลังที่แตกต่างจากมนุษย์ที่เคยพบเจอ พลังที่เย็นยะเยือก แต่ก็รุนแรงราวกับจะแผดเผา
“ข้าไม่ใช่” เพลิงพิรุณตอบ ขณะที่เขากระโดดขึ้นไปบนหลังของอสูรลาวาอย่างไม่เกรงกลัว ดาบสีครามปักลงไปบนจุดที่เหมือนรอยแตกบนร่างของมัน
“ข้าคือ… เพลิงพิรุณ! นามที่ถูกจารึกไว้ในสายฟ้า!”
ทันทีที่เขาเอ่ยจบ แสงสีฟ้าจากดาบก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีครามลุกลามไปทั่วร่างของอสูรลาวา มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มละลาย กลายเป็นลาวาไหลย้อยลงสู่พื้นดิน
“เป็นไปไม่ได้! ข้า… ข้าจะกลับมา!” อสูรลาวาคำรามครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างจะสลายไป เหลือเพียงคราบลาวาที่ยังร้อนระอุ และกลิ่นกำมะถันที่คละคลุ้งไปทั่วผืนป่า
พายุเริ่มสงบลง สายฟ้ายังคงฟาดอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าเมื่อครู่ แสงสลัวของดวงจันทร์เริ่มส่องผ่านก้อนเมฆที่บางลง
เพลิงพิรุณกระโดดลงจากที่สูง ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าปิ่นปัก ดาบสีครามในมือของเขากลับกลายเป็นสีดำสนิทเหมือนเดิม ดวงตาที่เคยคมปลาบกลับอ่อนโยนลง แต่ก็ยังคงมีความลึกลับซ่อนอยู่
“ท่าน… ท่านคือใครกันแน่?” ปิ่นปักถามอีกครั้ง น้ำเสียงยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยและทึ่ง
เพลิงพิรุณมองไปยังเธอ นัยน์ตาของเขามีประกายอ่อนโยน “ข้า… คือผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องเจ้า”
“แต่… ท่านมีพลังมากมายถึงเพียงนี้ ทำไม… ทำไมท่านต้องปกปิดพลังของตนเอง?”
“ทุกสิ่งมีเวลาของมัน ปิ่นปัก” เพลิงพิรุณกล่าว “เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เจ้าจะเข้าใจ”
เขายื่นมือออกไป ดึงเธอเข้ามาใกล้ “ตอนนี้… เจ้าปลอดภัยแล้ว”
ปิ่นปักมองเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความจริงใจ แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงม่านหมอกที่ปกปิดตัวตนที่แท้จริงของเขาไว้
“แล้ว… เราจะไปที่ไหนต่อ?” เธอถาม
เพลิงพิรุณผ่อนลมหายใจเบาๆ “เราต้องรีบไปจากที่นี่ ก่อนที่สิ่งชั่วร้ายอื่นจะตามมา”
เขากวาดตามองไปรอบๆ ป่าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหายจากพายุและอสูรลาวา “ที่นี่… ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”
“ท่านแน่ใจหรือว่าท่านจะพาข้าไปได้?” ปิ่นปักถามอย่างกังวล
“ข้าแน่ใจ” เพลิงพิรุณตอบหนักแน่น “ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องตกอยู่ในอันตรายอีก”
เขาค่อยๆ ปลดผ้าคาดศีรษะสีดำที่เคยปกปิดไรผมออก เผยให้เห็นกลุ่มผมยาวสีดำขลับที่สลวยราวกับเส้นไหมยามต้องแสงจันทร์ที่ส่องผ่านก้อนเมฆ
“ข้า… คือเพลิงพิรุณ” เขากล่าวอีกครั้ง เสียงเบาลง แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “และข้าจะนำพาเจ้าไปสู่อ้อมกอดแห่งความปลอดภัย”
ก่อนที่ปิ่นปักจะได้ตอบรับอะไร เพลิงพิรุณก็โน้มตัวลง จุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ
“พักผ่อนเถิด” เขากล่าว “พรุ่งนี้… การเดินทางของเราจะเริ่มต้นขึ้น”
เขาสวมผ้าคาดศีรษะกลับเข้าที่ ใบหน้าของเขากลับมาสู่ท่าทีสงบนิ่งตามเดิม ดวงตาคมปลาบอีกครั้ง ราวกับพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
ปิ่นปักมองตามแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ ห่างออกไป เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนหน้าผาก แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
ใครคือเพลิงพิรุณกันแน่? พลังของเขามาจากไหน? และทำไมเขาถึงต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริง?
ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ เสียงคำรามอันแผ่วเบาแต่แฝงด้วยความน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากเบื้องลึกของป่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอสูรลาวา แต่มันเป็นเสียงที่แตกต่าง… และน่ากลัวยิ่งกว่า
เพลิงพิรุณหยุดชะงัก เขากระชับดาบในมือแน่น ดวงตาเบิกกว้างมองไปยังทิศทางของเสียงนั้น
“ดูเหมือนว่า… เราจะยังไม่ปลอดภัยเท่าที่คิด” เขากล่าว พลางหันกลับมามองปิ่นปัก
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ?” ปิ่นปักถามด้วยความตกใจ
“บางสิ่ง… กำลังมา” เพลิงพิรุณตอบ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียดขึ้น “บางสิ่งที่… อันตรายกว่าอสูรลาวา”
สายตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของปิ่นปัก “เจ้า… เตรียมพร้อมหรือยัง?”
ปิ่นปักพยักหน้าอย่างแน่วแน่ แม้จะหวาดกลัว แต่ความเชื่อมั่นในตัวเพลิงพิรุณก็ทำให้เธอไม่หวั่นไหว
“พร้อมเสมอค่ะ” เธอตอบ
เพลิงพิรุณยิ้มบางๆ ก่อนจะหันหน้ากลับไปเผชิญกับความมืดมิดของป่าที่กำลังปกคลุมพวกเขาอีกครั้ง
“เช่นนั้น… มาดูกันว่า… สิ่งใดจะสามารถหยุดยั้งเราได้”
เงาของเขาทอดทะแยงไปตามพื้นดินที่เปียกชื้น ราวกับนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิแห่งโชคชะตาอันไม่แน่นอน…

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก