โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,229 คำ
ผืนป่าสนธยาถูกฉีกขาดด้วยเสียงสายฟ้าที่ดังกึกก้องราวกับสวรรค์กำลังพิโรธ หยาดฝนที่เทกระหน่ำลงมาไม่หยุดยั้ง แทบจะกลืนกินทุกสรรพเสียง มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวโหยหวน และเสียงหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะฟ้าผ่า เป็นช่วงเวลาที่เพลิงพิรุณคว้ามือปิ่นปักเข้ามาแนบกายแน่นยิ่งกว่าเดิม ราวกับจะผนึกร่างของเธอไว้กับร่างของเขาเพื่อรับมือกับทุกสิ่งที่จะถาโถมเข้ามา
"อย่าปล่อยมือข้า" เสียงเพลิงพิรุณแหบพร่า ปนเปไปกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำใส่ใบหน้าของทั้งคู่ ดวงตาคมกริบของเขาสาดประกายบางอย่างที่ปิ่นปักไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่เพียงความมุ่งมั่น แต่เป็นประกายแห่งอำนาจที่ซ่อนเร้น ทรงพลัง และน่าเกรงขามราวกับพายุที่กำลังปะทุขึ้นภายในตัวเขา
ปิ่นปักพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน มือเรียวเล็กของเธอกำแน่นในมือแกร่งของเพลิงพิรุณ เธอรู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขา เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาด แต่ก็ปลุกเร้าความกล้าหาญในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้นมาเช่นกัน แม้จะหวาดกลัว แต่เธอก็ไม่คิดจะถอย
"ท่านจะพาข้าไปไหนคะ" เสียงของปิ่นปักลอดผ่านม่านน้ำฝนไปหาเพลิงพิรุณ
"ที่ที่ปลอดภัย" เพลิงพิรุณตอบสั้นๆ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์ และค้นหาหนทางที่จะฝ่าวงล้อมของอันตรายที่มองไม่เห็น
ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็พลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงกว่าเดิม เสียงคำรามที่ไม่ใช่เสียงฟ้าร้อง แต่เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำ กึกก้อง และเต็มไปด้วยอำนาจบางอย่าง ดังขึ้นจากเบื้องลึกของผืนป่าที่มืดมิด
"นั่นมันอะไรกันคะ" ปิ่นปักถามเสียงสั่น เธอรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่กระจายออกมา ราวกับโลกทั้งใบกำลังถูกบีบคั้น
"สิ่งที่พวกเรากำลังจะเผชิญหน้า" เพลิงพิรุณตอบ ดวงตาของเขามีแววฉายฉานขึ้นอีกครั้ง ราวกับกำลังต่อสู้กับศัตรูที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
"แต่ข้าไม่เห็นอะไรเลย" ปิ่นปักพยายามเพ่งมองเข้าไปในความมืด แต่ก็เห็นเพียงเงาสลัวของต้นไม้สูงใหญ่ที่กำลังเอนไหวไปตามแรงลม และสายฝนที่พร่ามัว
"เจ้าไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยตา" เพลิงพิรุณพูด พลางบีบมือปิ่นปักเบาๆ "ใช้ความรู้สึกของเจ้า สัมผัสถึงพลังที่กำลังคุกคามเรา"
ปิ่นปักหลับตาลงตามคำสั่งของเพลิงพิรุณ เธอพยายามเพ่งสมาธิ สัมผัสถึงกระแสพลังงานที่ผิดปกติรอบตัวเธอ พลันเธอก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เย็นเยียบ ลึกลับ และทรงพลัง มันกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ราวกับเงาสีดำที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง
"ข้า... ข้ารู้สึกได้" ปิ่นปักเอ่ยเสียงแผ่ว "มัน... มันกำลังเข้ามา"
เพลิงพิรุณไม่รอช้า เขากระชากแขนปิ่นปักให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายลม พวกเขาวิ่งฝ่าสายฝนที่บ้าคลั่ง ต้นไม้ใหญ่ยักษ์ที่ดูเหมือนจะขวางกั้นทุกเส้นทาง กลับกลายเป็นเหมือนมองไม่เห็นเมื่อเพลิงพิรุณพาร่างของทั้งคู่พุ่งผ่านไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
"ท่าน... ท่านเหาะได้หรือคะ" ปิ่นปักถามด้วยความตกตะลึง เมื่อเธอรู้สึกว่าฝ่าเท้าของเธอไม่สัมผัสกับพื้นดินอีกต่อไป แต่เธอกลับลอยขึ้นไปเหนือพื้นเล็กน้อย
"นี่คือส่วนหนึ่งของพลัง" เพลิงพิรุณตอบสั้นๆ ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้นเล็กน้อย ราวกับพลังงานบางอย่างกำลังไหลเวียนอยู่ภายในตัวเขา
พวกเขาเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วผ่านผืนป่าที่กำลังบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามยังคงดังไม่หยุด แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคำรามจากเบื้องลึกที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ ราวกับจะประกาศศักดาถึงอำนาจที่เหนือกว่า
เมื่อมาถึงริมลำธารที่บัดนี้กลายเป็นสายน้ำเชี่ยวกราก เพลิงพิรุณก็หยุดชะงัก เขาปล่อยมือปิ่นปักเล็กน้อย แต่ก็ยังคงจับมือเธอไว้แน่น
"เราต้องข้ามไป" เพลิงพิรุณบอก "แต่กระแสน้ำนี้อันตรายเกินไป"
ปิ่นปักมองดูสายน้ำที่บ้าคลั่งด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่เคยเห็นลำธารที่เล็กกว่านี้มาก่อน จะกลายเป็นสายน้ำที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้
"ถ้าเป็นเช่นนั้น... เราจะทำอย่างไรคะ" เธอถาม
เพลิงพิรุณมองไปยังลำธารเบื้องหน้า ดวงตาของเขาสะท้อนภาพสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างไม่ขาดสาย พลันประกายความคิดก็วาบขึ้นในแววตาของเขา
"ข้าจะสร้างทางให้" เขาพูด
ก่อนที่ปิ่นปักจะได้เอ่ยถามอะไร เพลิงพิรุณก็ยกมือข้างที่ว่างขึ้น เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึก แล้วก็พลันปลดปล่อยพลังงานที่มองไม่เห็นออกมา
ทันใดนั้นเอง สายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ก็พุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเพลิงพิรุณ มันไม่เหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากฟากฟ้า แต่เป็นสายฟ้าที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำ ราวกับเป็นลำแสงที่ถูกกำหนดทิศทาง
สายฟ้าเหล่านั้นพุ่งเข้าปะทะกับผิวน้ำ เกิดเสียงดังเปรี๊ยะราวกับมีเข็มทองนับพันเล่มทิ่มแทงลงไปในน้ำ พลังงานของสายฟ้าได้แผ่กระจายไปทั่วลำธาร ทำให้กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพลันสงบนิ่งลงอย่างน่าอัศจรรย์
"นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร" ปิ่นปักอุทานด้วยความตะลึงงัน เธอไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน
"พลังสายฟ้า... สามารถควบคุมธรรมชาติได้" เพลิงพิรุณกล่าว เขายังคงหลับตาอยู่ แต่ดูเหมือนว่ากำลังเพ่งสมาธิไปที่ลำธารเบื้องหน้า
เมื่อสายน้ำสงบนิ่งลงอย่างไม่น่าเชื่อ เพลิงพิรุณก็ลืมตาขึ้น เขาพยักเพยิดไปยังลำธารเบื้องหน้า
"ไปกันเถอะ"
ทั้งสองก้าวเท้าลงไปในลำธารที่บัดนี้ดูเหมือนจะราบเรียบ แต่เมื่อปิ่นปักมองลงไป เธอก็เห็นว่าผิวน้ำเบื้องล่างนั้นยังคงสั่นระริกด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น
พวกเขาเดินข้ามลำธารไปอย่างปลอดภัย แม้จะมีละอองน้ำที่เย็นเฉียบกระเซ็นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาเปียกชุ่มไปกว่านี้ได้
เมื่อข้ามมาถึงอีกฝั่งหนึ่งของลำธาร เพลิงพิรุณก็หันกลับมามองทางที่พวกเขาจากมา เขาเห็นเพียงความมืดและความสับสนของผืนป่า แต่เมื่อเขาเพ่งมองเข้าไป เขาเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้แววตาของเขาคมกริบขึ้น
"มีอะไรหรือคะ" ปิ่นปักถาม เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเพลิงพิรุณ
"เงา..." เพลิงพิรุณตอบเสียงต่ำ "เงาของบางสิ่ง กำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังต้นไม้"
ปิ่นปักพยายามเพ่งมองตามที่เพลิงพิรุณบอก แต่เธอก็ยังคงเห็นเพียงความมืดมัว
"ท่านแน่ใจหรือคะ"
"แน่ใจ" เพลิงพิรุณยืนยัน "มันกำลังตามเรามา"
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมก็ดังขึ้นจากเบื้องหลัง ยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ มันดังจนพื้นดินสั่นสะเทือน ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์กำลังกรีดร้องด้วยความโกรธแค้น
"มันมาแล้ว!" เพลิงพิรุณตะโกน เขาคว้ามือปิ่นปักอีกครั้ง "เราต้องไปจากที่นี่!"
ทั้งสองรีบวิ่งหนีไปตามเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ปิ่นปักได้แต่ภาวนาให้เพลิงพิรุณรู้ว่ากำลังจะไปที่ไหน เธอสัมผัสได้ถึงความเร่งรีบ และความอันตรายที่กำลังไล่ล่าพวกเขามาอย่างไม่ลดละ
เสียงคำรามดังไล่หลังมาเรื่อยๆ ใกล้เข้ามาทุกขณะ ปิ่นปักหันกลับไปมอง เธอเห็นลำแสงสีดำทะมึนกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความมืด ไล่ตามพวกเขามาเหมือนเงาปีศาจร้าย
"เร็วเข้า!" เพลิงพิรุณเร่งเร้า
พวกเขามาถึงลานกว้างเล็กๆ ในป่า ที่ซึ่งมีต้นไม้โบราณต้นหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางลานนั้นดูเหมือนจะเป็นที่หลบภัยที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียว
"หลบหลังต้นไม้นั่น!" เพลิงพิรุณบอก
ทั้งสองวิ่งเข้าไปหลบหลังต้นไม้โบราณทันที ปิ่นปักได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงเหมือนก้อนหินขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนที่
พลัน ร่างเงาขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นจากความมืด มันมีรูปร่างคล้ายก้อนหินขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้ มีดวงตาเรืองแสงสีแดงเพลิงสองดวงที่กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างอาฆาต
"นั่นมัน... ตัวอะไรกัน" ปิ่นปักถามด้วยเสียงสั่นเครือ
"อสูรกายแห่งพายุ" เพลิงพิรุณตอบ สายตาของเขามีประกายอำมหิต "มันถูกปลุกขึ้นมาด้วยพลังแห่งความมืด"
อสูรกายแห่งพายุส่งเสียงคำรามกึกก้อง มันเงื้อแขนหินขนาดมหึมาขึ้นเตรียมจะฟาดลงมา
"เตรียมตัว!" เพลิงพิรุณตะโกน แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
จากร่างของอสูรกายแห่งพายุ ได้มีแสงสีเขียวอ่อนๆ พวยพุ่งออกมา และส่องสว่างไปทั่วทั้งลาน มันไม่ใช่แสงที่น่ากลัว แต่มันกลับให้ความรู้สึกสงบและอ่อนโยน
แสงสีเขียวอ่อนๆ นั้นแผ่กระจายไปทั่วร่างของอสูรกายแห่งพายุ และทันใดนั้นเอง ร่างกายที่ดูน่าเกลียดน่ากลัวของมันก็พลันเปลี่ยนแปลงไป
ก้อนหินที่ดูแข็งกระด้างกลับกลายเป็นเหมือนถูกปั้นแต่งใหม่ กลายเป็นรูปร่างที่สง่างามราวกับรูปสลักโบราณ ดวงตาที่เคยเรืองแสงสีแดงฉาน บัดนี้กลับกลายเป็นสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าในยามเช้า
อสูรกายแห่งพายุที่เคยน่ากลัว บัดนี้กลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงาม และน่าทึ่ง
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น" ปิ่นปักถามด้วยความงุนงง
เพลิงพิรุณเองก็ดูเหมือนจะประหลาดใจไม่แพ้กัน เขาจ้องมองไปยังอสูรกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างพินิจพิเคราะห์
"พลังแห่งชีวิต..." เพลิงพิรุณเอ่ยเสียงแผ่ว "พลังแห่งชีวิตที่แท้จริง... ไม่ใช่พลังแห่งความมืด"
ขณะที่ปิ่นปักกำลังจะถามต่อ ทันใดนั้นเอง เธอก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง พลังงานที่มองไม่เห็นที่เธอเคยสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ มันกำลังถาโถมเข้ามาอีกครั้ง และครั้งนี้ มันไม่ได้มาจากอสูรกายที่เปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว
"นั่น... นั่นมันอะไรคะ" ปิ่นปักชี้ไปยังจุดหนึ่งในความมืด
จากเงาที่ลึกที่สุดของผืนป่า ปรากฏร่างของหญิงสาวนางหนึ่ง เธอยืนตระหง่านอยู่กลางสายฝน ราวกับเป็นเทพธิดาแห่งพายุ ร่างกายของเธอเปล่งประกายสีดำทะมึน ราวกับเธอกำลังสวมชุดที่ทอขึ้นจากความมืดมิด
ดวงตาของเธอเป็นสีม่วงเข้ม สาดประกายแห่งอำนาจที่น่าเกรงขาม ราวกับจะสะกดทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง
"เจ้า... คือผู้ที่ปลุกข้าขึ้นมาหรือ" เสียงของหญิงสาวนางนั้นดังก้องไปทั่วผืนป่า มันเป็นเสียงที่เย็นเยียบ แต่ก็ทรงพลังอย่างน่าประหลาด
เพลิงพิรุณก้าวออกมายืนขวางหน้าปิ่นปัก เขาจ้องมองไปยังหญิงสาวนางนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
"ผู้ที่ปลุกนางขึ้นมา... ไม่ใช่ข้า" เพลิงพิรุณตอบเสียงหนักแน่น "แต่หากนางคิดจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์... ข้าจะไม่ยอมให้ผ่านไปได้"
หญิงสาวนางนั้นหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กำลังจะกัดกินทุกสิ่ง
"เจ้า... มนุษย์ธรรมดา... คิดจะขวางข้าหรือ"
"ข้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา" เพลิงพิรุณกล่าว พลางยกมือขึ้น ปลายนิ้วของเขาสว่างวาบขึ้นด้วยประกายสายฟ้าสีขาวบริสุทธิ์ "และเจ้า... จะได้เห็นดี"
ท่ามกลางสายฟ้าฟาดที่ยังคงโหมกระหน่ำ และหยาดฝนที่เทกระหน่ำไม่หยุดยั้ง ชะตากรรมของพวกเขาจะดำเนินไปในทิศทางใด? ปริศนาของหญิงสาวในชุดดำทะมึนคืออะไร? และอสูรกายแห่งพายุที่เปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว จะมีบทบาทอะไรต่อไป? คำตอบเหล่านี้รอคอยอยู่ในบทต่อไป...

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก