สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักให้แน่นขึ้นอีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นระส่ำด้วยความห่วงใยและความโกรธแค้นที่กำลังประทุขึ้น
"ไม่เป็นไรนะ ปิ่นปัก" เสียงทุ้มของเพลิงพิรุณสั่นเครือเล็กน้อย เขาพยายามปลอบโยนหญิงสาวที่ซบหน้าอยู่บนอกของเขา แต่ความรู้สึกหวาดระแวงที่เกาะกุมหัวใจกลับทำให้เขากลัวว่าคำพูดของเขาจะไร้ความหมาย
"เพลิง... ฉันกลัว" เสียงกระซิบแผ่วเบาของปิ่นปักดังลอดออกมาจากอ้อมแขนของเขา มันเป็นเสียงที่อ่อนล้าและหวาดหวั่น ยิ่งทำให้เพลิงพิรุณรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันหนักอึ้งที่แบกรับอยู่
"ไม่ต้องกลัวนะ ปิ่นปัก ข้าจะอยู่ตรงนี้เสมอ" เพลิงพิรุณกล่าว พร้อมกับประทับจูบแผ่วเบาลงบนเรือนผมสีดำขลับของนาง ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องที่ดังกระหึ่ม เขาเงยหน้าขึ้นมองรอบกาย แสงวาบของสายฟ้าแต่ละครั้งเผยให้เห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้สูงใหญ่ที่บิดเบี้ยวราวกับอสุรกายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ทันใดนั้นเอง ความรู้สึกเย็นยะเยือกก็แล่นไปทั่วร่างของเพลิงพิรุณ ไม่ใช่ความเย็นจากสายฝนที่โปรยปราย แต่เป็นความเย็นที่มาจากบางสิ่งบางอย่างที่กำลังแผ่รังสีอำมหิตออกมา มันไม่ใช่ความหนาวเหน็บตามธรรมชาติ แต่เป็นความหนาวที่กัดกินจิตวิญญาณ
"รู้สึกไหม ปิ่นปัก?" เพลิงพิรุณถามเสียงเบา นางพยักหน้าเบาๆ ความหวาดกลัวปรากฏชัดบนใบหน้าซีดเซียวของนาง
"มีบางอย่าง... กำลังเฝ้ามองเราอยู่"
เพลิงพิรุณค่อยๆ วางปิ่นปักลงบนพื้นหญ้าชุ่มน้ำอย่างนุ่มนวล เขากระชับดาบที่อยู่ในฝักแน่นขึ้น มืออีกข้างหนึ่งหยิบยันต์ป้องกันภัยออกจากย่ามออกมาวางไว้รอบตัวของนางเป็นวงกลม แสงสีทองจางๆ ส่องประกายออกมาจากยันต์เหล่านั้น ราวกับเป็นเกราะกำบังเล็กๆ ท่ามกลางความมืดมิด
"ปิ่นปัก อยู่ตรงนี้ อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" เพลิงพิรุณสั่งเสียงเฉียบขาด ก่อนที่เขาจะหันหน้าเผชิญหน้ากับความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
เงาสีดำทะมึนเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ มันไม่ได้เป็นเงาที่เกิดจากธรรมชาติ แต่เป็นเงาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ใหญ่โตกว่ามาก ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านที่กำลังคุ แผ่รังสีแห่งความชั่วร้ายที่สัมผัสได้ด้วยญาณทิพย์ของเพลิงพิรุณ
"แกคือใคร?" เพลิงพิรุณเอ่ยถาม เสียงของเขาดังกังวาน ท้าทายอำนาจมืดที่กำลังปรากฏ
เงาดำนั้นไม่ตอบ มันเพียงแต่ก้าวเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ ทุกย่างก้าวของมันส่งเสียงดังกรอบแกรบราวกับกิ่งไม้แห้งกำลังแตกหัก ท่ามกลางเสียงสายฟ้าที่ฟาดลงมาเป็นระยะๆ
"ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งความมืด... ผู้ที่ถูกส่งมาเพื่อสังหารผู้ที่ล่วงล้ำเข้ามา" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเงาดำ มันเป็นเสียงที่ฟังแล้วเย็นเยือกไปถึงไขสันหลัง
"สังหาร? แกคิดว่าแกทำได้งั้นหรือ?" เพลิงพิรุณแค่นหัวเราะอย่างเย้ยหยัน เขากระชับดาบในมือ ปลายดาบสะท้อนแสงวาบของสายฟ้า
"เจ้ากำลังเล่นกับไฟ... มหาเทพแห่งสายฟ้า" เงาดำกล่าว ดวงตาสีแดงฉานของมันจ้องเขม็งมาที่เพลิงพิรุณ "พลังของเจ้าถึงแม้มหาศาล... แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เทียมทาน"
"ปากดีนัก" เพลิงพิรุณกล่าวพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เงาดำอย่างรวดเร็ว ดาบในมือวาดเป็นประกายแสงสีฟ้าอ่อนๆ สะท้อนพลังแห่งสายฟ้าที่เขาควบคุม
เงาดำก็ไม่ได้นิ่งเฉย มันยกแขนขนาดมหึมาขึ้นปัดป้องการโจมตีของเพลิงพิรุณ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว สาดประกายไฟเป็นระยะๆ
"พลังของเจ้า... ช่างร้อนแรงเหลือเกิน" เงาดำกล่าว มันดูเหมือนจะเจ็บปวดจากการปะทะ แต่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ "แต่ความมืดของข้า... จะกลืนกินแสงสว่างของเจ้าให้สิ้นซาก"
เมื่อกล่าวจบ เงาดำก็แผ่ขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นกลุ่มหมอกสีดำทึบที่ค่อยๆ โอบล้อมเพลิงพิรุณไว้ กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"แย่แล้ว!" เพลิงพิรุณร้องอุทาน เขาพยายามรวบรวมพลังสายฟ้าเพื่อขับไล่กลุ่มหมอกดำนั้นออกไป แต่ดูเหมือนว่าพลังของมันจะดูดซับพลังของเขาไปเรื่อยๆ
"เจ้าหนีไม่พ้นหรอก... มหาเทพ" เสียงของเงาดำดังแผ่วเบาจากทุกทิศทางในกลุ่มหมอก ราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะเย้ย
ปิ่นปักที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รู้สึกถึงความอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัว นางพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงออกไป พลังงานบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในมือของนาง
"ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายท่าน!" นางกล่าวเสียงดัง ทั้งๆ ที่ตัวสั่นเทา
ทันใดนั้นเอง กลุ่มหมอกดำที่โอบล้อมเพลิงพิรุณก็พลันกระชับเข้ามา ราวกับจะบีบคั้นเขาให้แหลกสลาย เพลิงพิรุณกัดฟันแน่น เขารู้สึกถึงพลังที่กำลังจะหมดสิ้น
"เพลิงพิรุณ!" เสียงของปิ่นปักดังขึ้น นางยื่นมือที่เต็มไปด้วยพลังงานสีเขียวอ่อนๆ ออกไป หาใช่พลังแห่งการทำลายล้าง แต่เป็นพลังแห่งการเยียวยาและความเข้มแข็ง
พลังงานสีเขียวของปิ่นปักพุ่งเข้าใส่กลุ่มหมอกดำอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้โจมตีโดยตรง แต่เหมือนกับเป็นคลื่นพลังที่สาดกระหน่ำเข้าไป ทำให้กลุ่มหมอกดำเกิดการสั่นสะเทือน
"อะไรกัน?!" เงาดำร้องออกมาด้วยความตกใจ มันไม่เคยเจอพลังแบบนี้มาก่อน "พลังแห่ง... การเยียวยา? เป็นไปได้อย่างไร?"
กลุ่มหมอกดำพลันถอยร่นออกไปจากเพลิงพิรุณเล็กน้อย ทำให้เขามีโอกาสได้พักหายใจ
"ปิ่นปัก!" เพลิงพิรุณมองไปที่นางด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะคลายความกังวลลง
"ข้าบอกแล้วไง... ข้าจะอยู่ตรงนี้เสมอ" ปิ่นปักกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรง แต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เพลิงพิรุณไม่รอช้า เขารวบรวมพลังสายฟ้าที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้าไว้ในดาบเล่มเดียว พลังงานสีฟ้าเข้มข้นสว่างวาบขึ้นมาจนมองเห็นได้ชัดเจนแม้ในความมืดมิด
"ถึงเวลาจบเรื่องนี้เสียที!" เพลิงพิรุณตะโกนก้อง พร้อมกับพุ่งเข้าใส่เงาดำอีกครั้ง คราวนี้การโจมตีของเขาเต็มไปด้วยพลังที่เฉียบขาดและไม่ลังเล
เงาดำพยายามจะป้องกันตัวเอง แต่พลังของเพลิงพิรุณในครั้งนี้มันรุนแรงเกินกว่าที่มันจะต้านทานได้
"ไม่... เป็นไปไม่ได้!" เงาดำร้องอย่างสิ้นหวัง
ดาบของเพลิงพิรุณตัดผ่านกลุ่มหมอกดำอย่างง่ายดาย แสงสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วบริเวณราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงมาอย่างไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อแสงจางลง กลุ่มหมอกดำก็สลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและความเงียบสงบที่กลับคืนมา
แต่... ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังรัวเร็วก็ดังมาจากด้านหลังของเพลิงพิรุณ
"ระวัง!" ปิ่นปักตะโกนสุดเสียง
เพลิงพิรุณหันกลับไปอย่างรวดเร็ว เขาเห็นเงาร่างอีกร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเขาจากด้านหลัง มันไม่ใช่เงาของเงาดำเมื่อครู่ แต่เป็นเงาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วราวกับสายลม
"แก..." เพลิงพิรุณเอ่ยเสียงเบา เขาจำได้ถึงรูปร่างนั้น...
เงาร่างนั้นพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะทันตั้งตัว แขนของมันคว้าเอาบางสิ่งบางอย่างไปจากเอวของเพลิงพิรุณ
"ยันต์แห่งเทพเจ้า..." เสียงของเงาร่างนั้นดังขึ้น มันคือเสียงของผู้หญิงที่เย็นชาและโหดเหี้ยม
เพลิงพิรุณรู้สึกถึงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้น เขาถูกลวง! การปรากฏตัวของเงาดำเมื่อครู่เป็นเพียงแผนลวงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเขา!
"ไม่!" เพลิงพิรุณตะโกน เขาพยายามคว้ามือของเงาร่างนั้นไว้ แต่ก็สายเกินไป
เงาร่างนั้นถอยกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับยันต์ในมือ มันยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะหายลับไปในเงามืดของป่าที่ยังคงมีสายฟ้าฟาดเป็นฉากหลัง
เพลิงพิรุณยืนนิ่งอึ้ง เขารู้ดีว่ายันต์ที่ถูกขโมยไปนั้นมีความสำคัญเพียงใด มันคือยันต์ที่ใช้ผนึกพลังอันตรายบางอย่างไว้
"ข้า... พลาดไปแล้ว" เพลิงพิรุณพึมพำด้วยความรู้สึกผิด
ปิ่นปักรีบวิ่งเข้ามาหาเขา "เพลิง... เกิดอะไรขึ้น?"
เพลิงพิรุณหันไปมองปิ่นปัก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล "ยันต์... ถูกขโมยไป"
เมื่อกล่าวจบ สายฟ้าลูกหนึ่งก็ฟาดลงมาอย่างรุนแรงใกล้ๆ กับพวกเขา แสงวาบนั้นสาดส่องให้เห็นใบหน้าของเพลิงพิรุณที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
"ถึงเวลาที่ต้องตามล่าแล้ว" เพลิงพิรุณกล่าวเสียงเฉียบขาด หัวใจของเขาเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกถึงอันตรายที่กำลังจะมาเยือน
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก