ท่ามกลางพายุฝนที่กระหน่ำไม่หยุดหย่อน เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุรกายกำลังคำราม เพลิงพิรุณยังคงคว้ามือของปิ่นปักไว้แน่น ราวกับเป็นสมอที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้กับโลกแห่งความเป็นจริง แสงวาบจากฟ้าแลบสาดส่องให้เห็นภาพความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูราวกับมีชีวิต ยิ่งทำให้บรรยากาศกดดันและน่าสะพรึงกลัวกว่าที่เคย ดวงตาคมกริบของเขาสำรวจสภาพแวดล้อมอย่างระแวดระวัง แต่สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยกลับไม่เคยละไปจากใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาว
“ปิ่นปัก เจ้ายังไหวอยู่หรือไม่” เสียงทุ้มห้าวของเขาดังลอดผ่านเสียงลมและฝนที่พัดกระหน่ำ “เราต้องหาที่หลบภัยโดยเร็ว”
ปิ่นปักพยักหน้ารับอย่างอ่อนแรง มือเล็กที่ถูกกุมอยู่นั้นเย็นเฉียบด้วยพิษไข้และความเหนื่อยล้า แต่ประกายแห่งความไว้วางใจในแววตาของเพลิงพิรุณกลับเป็นแรงผลักดันให้เธอพยายามยืนหยัด “ข้า…ข้าพอไหว ท่านเพลิงพิรุณ” เสียงของเธอสั่นเครือ เผยให้เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่
“อย่าฝืน” เพลิงพิรุณกล่าวขณะประคองร่างของเธอให้พิงกับต้นไม้ใหญ่ที่โอบอุ้มได้ “เจ้าบาดเจ็บ ข้าสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่อ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว”
เขาไม่เพียงแต่สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงผิดปกติของเธอ แต่ยังรับรู้ถึงกระแสพลังงานที่เริ่มพร่าเลือน ราวกับแสงเทียนที่ใกล้จะดับ เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวธรรมดาเช่นปิ่นปักจึงมีพลังชีวิตที่เปราะบางถึงเพียงนี้ ทั้งที่เธอเพิ่งจะผ่านพ้นเรื่องราวเหนือธรรมชาติมาอย่างโชกโชน
“มัน…มันอาจจะเป็นผลจาก…จากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่” ปิ่นปักพยายามอธิบายอย่างยากลำบาก “เหมือนมีอะไรบางอย่าง…บางอย่างที่ไหลเข้ามาในตัวข้า…แล้วก็…ก็ทำลายความแข็งแกร่งของข้า”
เพลิงพิรุณขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ “สิ่ง” บางอย่างที่สามารถกัดกินพลังชีวิตของมนุษย์ได้ แต่ไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอด้วยตาตนเอง “สิ่งนั้นคืออะไร” เขาถามอย่างเร่งรีบ
“ข้า…ข้าไม่แน่ใจ…มันเหมือน…เหมือนเงา…ที่เลื้อยเข้ามา…แล้วก็…ก็กัดกิน…” คำพูดของปิ่นปักขาดห้วงไป เธอไอโขลกๆ สองสามครั้ง ลมหายใจติดขัด
“หยุดพูดก่อน” เพลิงพิรุณกล่าวเสียงเข้ม เขาพยายามมองหาอัญมณีที่เคยส่องแสงเจิดจ้าบนหน้าผากของเธอ แต่ตอนนี้มันกลับหมองมัวจนแทบมองไม่เห็นถึงแสงสะท้อนใดๆ “ข้าจะรักษาเจ้าเอง”
เขาตัดสินใจทันที โดยไม่ลังเล ร่างสูงโปร่งของเขาก้มลง สัมผัสที่หน้าผากของปิ่นปักอย่างแผ่วเบา กระแสพลังงานสีทองอร่ามเริ่มไหลออกมาจากปลายนิ้วของเขา ค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างของหญิงสาว
ทันทีที่พลังของเขาปะทะกับ “สิ่ง” ที่กำลังกัดกินปิ่นปัก ลมพายุรอบตัวก็ราวกับจะรุนแรงขึ้นอีกหลายเท่า เสียงฟ้าผ่าดังโครมครามจนแผ่นดินสะเทือน แสงวาบจากฟ้าแลบสาดส่องให้เห็นรอยแยกเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏบนพื้นดินรอบตัวพวกเขา ราวกับว่าธรรมชาติกำลังประท้วงต่อการกระทำของเขา
“ท่าน…ท่านกำลังทำอะไร” ปิ่นปักอุทานด้วยความตกใจเมื่อรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“ข้ากำลังกำจัดสิ่งชั่วร้ายที่เกาะกินเจ้า” เพลิงพิรุณตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนประกายแห่งความมุ่งมั่น “แม้ว่าข้าจะต้องเผชิญหน้ากับพลังแห่งธรรมชาติที่กำลังโกรธเกรี้ยวเพียงใด ข้าก็จะปกป้องเจ้า”
เขารู้ดีว่าสิ่งที่กำลังคุกคามปิ่นปักนั้นไม่ใช่สิ่งธรรมดา มันมีพลังงานที่มืดมิดและกัดกร่อนอย่างรุนแรง จนแทบจะกลืนกินพลังชีวิตของเธอไปทั้งหมด การรักษาด้วยพลังของเขาในสภาวะเช่นนี้ก็เหมือนกับการเอาขวดน้ำไปดับไฟป่าที่กำลังลุกลาม มันเป็นความพยายามที่ต้องแลกมาด้วยพลังอันมหาศาล
“แต่มัน…มันแข็งแกร่งเหลือเกิน” เสียงของปิ่นปักแผ่วเบาลงเรื่อยๆ เธอเริ่มรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ราวกับมีหนามแหลมคมทิ่มแทงอยู่ภายใน “ท่าน…ท่านอย่า…อย่าฝืนเลย…”
“ข้าไม่เคยฝืน” เพลิงพิรุณกล่าวเสียงหนักแน่น “สำหรับเจ้า ข้าจะทำทุกอย่าง”
ขณะที่เขาใช้พลังรักษา ปิ่นปักรู้สึกได้ถึง “สิ่ง” นั้นที่กำลังพยายามต่อต้าน มันเหมือนกับเงาดำที่พยายามจะยึดเกาะร่างของเธอไว้ให้แน่น ราวกับกลัวว่าจะสูญเสียเหยื่ออันโอชะไป แสงสีทองที่ไหลจากเพลิงพิรุณค่อยๆ ขับไล่มันออกไปทีละน้อย แต่มันก็ยังคงดิ้นรนและพยายามแทรกซึมกลับเข้ามา
“อ๊าก!” ปิ่นปักร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างของเธอเกร็งกระตุก แสงวาบจากฟ้าแลบทำให้เห็นเส้นโลหิตสีดำที่เริ่มปรากฏขึ้นตามแขนขาของเธอ สลับกับแสงสีทองที่พยายามผลักดันมันออกไป
“อดทนไว้ ปิ่นปัก!” เพลิงพิรุณสั่งเสียงดัง เขาเร่งกระแสพลังงานของตนเองให้เข้มข้นขึ้นอีก ลมหายใจของเขาเริ่มหอบหนัก เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามขมับ
ทันใดนั้นเอง เสียงฟ้าผ่าที่ดังสนั่นที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาก็ดังขึ้น พร้อมกับแสงสีฟ้าสว่างจ้าที่สาดส่องลงมายังที่ที่พวกเขายืนอยู่ มันไม่ใช่สายฟ้าที่ฟาดลงมาตามธรรมชาติ แต่เป็นสายฟ้าที่ดูเหมือนถูกเรียกมาอย่างจงใจ!
“ไม่!” เพลิงพิรุณอุทาน เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่มหาศาลและมุ่งร้าย พลังงานนั้นไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่มาจากสิ่งมีชีวิต!
เขาผลักปิ่นปักออกไปจากตัวเล็กน้อย ก่อนจะกางแขนออกเพื่อรับแรงกระแทกของสายฟ้าที่กำลังจะฟาดลงมา แสงสีทองอร่ามพลันปรากฏขึ้นรอบตัวเขา มันไม่ใช่แค่แสงแห่งการรักษาอีกต่อไป แต่เป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งราวกับหินผา
“ข้าคือผู้พิทักษ์!” เสียงของเพลิงพิรุณดังกึกก้อง ราวกับมีอำนาจแห่งสวรรค์สถิตอยู่ “และไม่มีสิ่งใด จะมาทำร้ายชายาของข้าได้!”
สายฟ้าสีฟ้าสว่างจ้าพุ่งเข้าใส่เพลิงพิรุณเต็มแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกจะแตก แสงสว่างวาบจนทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน
เมื่อแสงจางลง เพลิงพิรุณยังคงยืนอยู่ที่เดิม เกราะพลังงานสีทองรอบตัวเขายังคงเปล่งประกาย แม้จะดูร้าวและสั่นคลอนเล็กน้อย แต่ก็สามารถป้องกันสายฟ้าอันรุนแรงนั้นไว้ได้
แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจยิ่งกว่าคือ ร่างของปิ่นปักที่ล้มลงไปกองกับพื้น เธอดูอ่อนแรงอย่างน่าเป็นห่วง และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ “สิ่ง” สีดำที่กำลังเลื้อยพันรอบแขนของเธอ มันไม่ยอมแพ้ มันกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเห็นว่าเพลิงพิรุณใช้พลังไปกับการป้องกันสายฟ้า
“แก!” เพลิงพิรุณหันไปเผชิญหน้ากับ “สิ่ง” นั้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “แกกล้าดียังไงมาแตะต้องนาง!”
ทันใดนั้นเอง ชายลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดของป่า เขาเดินออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่ภายใต้ฮู้ด แต่ดวงตาที่ส่องประกายสีแดงก่ำนั้นบ่งบอกถึงเจตนาร้ายอย่างชัดเจน
“มหาเทพจำแลง…หรือที่มนุษย์เรียกว่าเพลิงพิรุณ” เสียงแหบพร่าของชายลึกลับดังขึ้น “ดูเหมือนว่าพลังของเจ้าจะมิอาจต้านทานพลังแห่งเงาได้ทั้งหมด”
“แกเป็นใคร!” เพลิงพิรุณตะโกนถาม พลังของเขากระเพื่อมขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมที่จะต่อสู้
“ข้า…คือผู้ที่จะไขความลับแห่งพลังของนาง” ชายลึกลับกล่าว พร้อมกับยกมือขึ้น “และเจ้า…เป็นเพียงอุปสรรคที่ต้องกำจัด”
ทันทีที่เขาพูดจบ เงาสีดำที่พันรอบแขนของปิ่นปักก็เริ่มเลื้อยขึ้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่เงาธรรมดาอีกต่อไป แต่มันเหมือนกับหนวดของสัตว์ประหลาดที่กำลังพยายามจะกลืนกินเธอทั้งร่าง!
“ปิ่นปัก!” เพลิงพิรุณร้องเสียงหลง เขาพุ่งเข้าหาเธอทันที แต่ชายลึกลับก็เคลื่อนไหวเร็วกว่า เขาโบกมืออีกครั้ง และพื้นดินรอบตัวปิ่นปักก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับถูกพลังงานบางอย่างระเบิดใส่!
“ข้าจะบอกเจ้า…ความลับที่แท้จริง…ของพลังนาง…” ชายลึกลับพูด ท่ามกลางเสียงลมพายุที่ดูเหมือนจะคุกคามยิ่งกว่าเดิม “และเจ้า…จะไม่มีวันได้รู้มัน…เพราะนาง…กำลังจะตกเป็นของข้า…ตลอดกาล!”
ใบหน้าของเพลิงพิรุณเต็มไปด้วยความตึงเครียด เขาเห็นเงาสีดำที่กำลังกัดกินร่างของปิ่นปักอย่างรวดเร็ว และเห็นชายลึกลับที่กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง การต่อสู้ที่แท้จริง…เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น…และเดิมพันของมัน…คือชีวิตของปิ่นปัก…และปริศนาที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเธอ…

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก