ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ตอนที่ 19 — เปลวเพลิงแห่งความหวังท่ามกลางพายุ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 944 คำ

สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักแน่นขึ้นอีก ดวงตาคมกริบสอดส่ายสำรวจไปรอบกาย สัญชาตญาณนักรบที่หยั่งรากลึกในกายมหาเทพจำแลงกำลังเตือนภัยจากเงาที่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบาภายใต้แสงสลัวของอสนีบาต

“ปิ่นปัก เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” เสียงทุ้มต่ำดังลอดผ่านเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำ ‌ใบหน้าของหญิงสาวที่ซบอยู่บนอกเขาซีดเผือดและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อผสมหยาดฝน

“ไม่...ไม่เป็นไรเพลิงพิรุณ แค่...แค่ตกใจเสียงฟ้าร้องน่ะค่ะ” น้ำเสียงสั่นเครือบ่งบอกถึงความหวาดหวั่น ปิ่นปักซุกหน้าเข้ากับอกเสื้อของเขา สัมผัสถึงความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายกำยำนั้น ราวกับเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งจากสรรพสิ่งภายนอก

“ไม่ต้องกลัว เราอยู่ที่นี่แล้ว” เพลิงพิรุณปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ​มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยกขึ้นปัดปอยผมเปียกชื้นออกจากใบหน้าของเธอ แสงฟ้าแลบอีกครั้งเผยให้เห็นดวงตาที่ฉายแววห่วงใยอย่างแท้จริง

“แต่มัน...มันน่ากลัวเหลือเกินค่ะ” ปิ่นปักกระซิบตอบ ขณะที่แรงสั่นสะเทือนจากเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ร่างของเธอต้องขยับตาม

“ทุกสิ่งล้วนมีเวลาของมัน ความโกรธเกรี้ยวของธรรมชาติก็เช่นกัน เมื่อถึงเวลาของมัน ก็จะสงบลง” เพลิงพิรุณกล่าว ‍พลางกวาดตามองไปยังผืนป่าที่รายล้อม พวกเขาติดอยู่ในพายุที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ และยิ่งไปกว่านั้น เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากความมืดมิด

“ท่านแน่ใจหรือว่าเราจะหาทางออกไปได้?” ปิ่นปักเงยหน้าขึ้นถาม ดวงตาคู่สวยฉายแววหวังเล็กน้อย

“แน่นอน” เพลิงพิรุณตอบหนักแน่น “ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกัน ‌จะไม่มีอะไรมาขวางเราได้”

ทันใดนั้น เสียงหอบหายใจหนักๆ ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา ไม่ใช่เสียงลมพายุ แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เพลิงพิรุณผลิกตัวหันกลับไปทันที แขนข้างหนึ่งยังคงประคองปิ่นปักไว้แนบกาย ขณะที่อีกข้างยกขึ้นเตรียมพร้อม

แสงฟ้าฟาดอีกครั้งสาดส่อง ‍เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่หลายร่างที่กำลังย่องเข้ามาใกล้ พวกมันมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่เต็มไปด้วยขนสีดำหยาบ ดวงตาเรืองรองเป็นสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน ปากอ้ากว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมที่เปื้อนน้ำลาย

“อสูรกายแห่งพายุ…” เพลิงพิรุณพึมพำ ดวงตาฉายแววประเมินสถานการณ์ “พวกมันถูกดึงดูดมาด้วยพลังงานของพายุสินะ”

“ท่านหมายถึงอะไรคะ?” ​ปิ่นปักถาม ใบหน้าซีดลงอีกครั้งเมื่อเห็นสัตว์ร้ายเหล่านั้น

“ไม่ต้องสนใจ” เพลิงพิรุณกล่าว “แค่ตั้งใจฟังเสียงของเรา และอย่าปล่อยมือเด็ดขาด”

เหล่าอสูรกายคำรามต่ำๆ เป็นสัญญาณของการโจมตีที่กำลังจะมาถึง พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเงา ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อบิดเกร็งพร้อมกระโจนเข้าใส่

“ฟ้าร้องจงบันดาล!” ​เพลิงพิรุณตะโกน เสียงกึกก้องราวกับฟ้าผ่าดังขึ้นพร้อมกับที่แสงสีฟ้าสว่างวาบปรากฏขึ้นในมือของเขา พลังงานไฟฟ้าไหลวนไปมาบนฝ่ามือ สร้างเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงลมหมุน

อสูรกายตัวแรกพุ่งเข้ามา มันกระโดดขึ้นสูงหมายจะตะครุบปิ่นปัก แต่เพลิงพิรุณไวพอที่จะยกมือที่ถือสายฟ้าขึ้นปัดป้อง แสงสีฟ้าพุ่งเข้าปะทะร่างของอสูรกายตัวนั้นเต็มแรง

“โฮกกก!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ​ร่างของอสูรกายกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ถูกแรงไฟฟ้าช็อตจนขนตามตัวลุกชัน

“เก่งจังเลยค่ะ!” ปิ่นปักอุทานด้วยความตกตะลึง

“นี่เพิ่งจะเริ่มต้น” เพลิงพิรุณกล่าว ใบหน้ายังคงเคร่งขรึม “พวกมันมีหลายตัว และดูเหมือนจะได้รับพลังจากพายุนี้ด้วย”

อสูรกายที่เหลือไม่รอช้า มันพุ่งเข้ามารุมล้อมจากทุกทิศทาง เพลิงพิรุณพลิกตัวพาปิ่นปักหลบหลีกการโจมตีของอสูรกายตัวหนึ่งอย่างฉิวเฉียด ก่อนจะปล่อยสายฟ้าอีกระลอกเข้าใส่

“ช็อต!”

แสงสีฟ้าพุ่งเข้าใส่กลุ่มอสูรกาย สร้างความเสียหายแก่พวกมันหลายตัว แต่พลังของพวกมันก็ไม่น้อยเช่นกัน บางตัวถึงกับวิ่งทะลุผ่านกระแสไฟฟ้ามาได้

“ระวัง!” ปิ่นปักร้องเตือน เมื่อเห็นอสูรกายอีกตัวกระโจนเข้ามาจากด้านข้าง

เพลิงพิรุณหันไปใช้แขนข้างที่ว่างปัดป้องอย่างรวดเร็ว แต่แรงปะทะก็ทำให้เขากับปิ่นปักเสียหลักเล็กน้อย

“ไม่เป็นไร” เพลิงพิรุณยืนยัน พลางใช้มือที่ถือสายฟ้าเหวี่ยงเป็นวงกว้าง สร้างพายุไฟฟ้าขนาดย่อมขึ้นมาล้อมรอบตัวเองและปิ่นปัก

“อ้ากกก!” เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่ออสูรกายที่เข้ามาใกล้ถูกกระแสไฟฟ้าอันรุนแรงดูดกลืนเข้าไป

“พวกมันกำลังจะตาย!” ปิ่นปักกล่าวอย่างตื่นเต้น

“ยังหรอก” เพลิงพิรุณส่ายหน้า “พวกมันแค่ถูกทำให้บาดเจ็บ พลังของพายุมันแข็งแกร่งเกินกว่าจะทำลายได้ง่ายๆ”

เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ซึมซาบเข้ามาในร่างของอสูรกายเหล่านั้นจากสายฟ้าที่กำลังฟาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง พวกมันดูเหมือนจะฟื้นฟูตัวเองได้อย่างรวดเร็ว

“เราต้องออกจากที่นี่” เพลิงพิรุณตัดสินใจ “ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ เรายิ่งตกเป็นเป้าหมายของพวกมันมากขึ้นเท่านั้น”

“แต่จะไปทางไหนคะ?” ปิ่นปักถามอย่างสิ้นหวัง มองไปรอบตัวก็มีแต่ความมืดมิดของป่าและร่างของอสูรกายที่กำลังลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“เชื่อใจเรา” เพลิงพิรุณบอก เขาปล่อยมือข้างที่โอบปิ่นปักออกเล็กน้อย เพื่อให้เธอขยับตัวได้สะดวกขึ้น ก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้น

“สายฟ้าสิบสาย! จงนำทางข้า!”

แสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นรอบตัวเพลิงพิรุณ ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปในทิศทางต่างๆ ราวกับหอกแห่งแสง พุ่งปักลงบนต้นไม้ใหญ่และพุ่มไม้รอบบริเวณ

“แสงนั่น…” ปิ่นปักเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นแสงที่ค่อยๆ สว่างขึ้นจากจุดที่สายฟ้าปักลงไป

“มันคือแสงแห่งจิตวิญญาณของธรรมชาติ” เพลิงพิรุณอธิบาย “เมื่อเราสัมผัสกับมัน พลังของมันจะสว่างนำทางเราออกไปจากความมืดมิด และในขณะเดียวกัน มันจะสร้างเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับเรา”

เส้นทางสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ นำทางพวกเขาผ่านแมกไม้ที่รกทึบและหลบหลีกจากเหล่าอสูรกายที่ยังคงพยายามเข้ามาโจมตี

“เร็วเข้า!” เพลิงพิรุณกระตุ้น ก่อนจะคว้ามือปิ่นปักไว้แน่นอีกครั้ง เขาพาร่างของทั้งคู่เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางแสงอย่างรวดเร็ว

อสูรกายที่เหลือไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ พวกมันคำรามอย่างโกรธแค้นเมื่อเห็นเป้าหมายกำลังจะหลุดพ้นไป

“หยุดนะ พวกมนุษย์!” เสียงแหบพร่าดังก้อง

“เจ้ายังหนีเราไปไม่ได้!”

เพลิงพิรุณไม่สนใจคำขู่ใดๆ เขารู้ดีว่าเส้นทางแห่งแสงนี้จะคงอยู่ได้ไม่นานนัก ยิ่งพลังของพายุมันแรงเท่าไหร่ เหล่าอสูรกายก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น และเส้นทางแสงก็จะยิ่งถูกบดบัง

“ใกล้แล้ว!” เขาบอกปิ่นปัก “อีกนิดเดียว!”

ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็รุนแรงขึ้นกว่าเดิม แสงสว่างจ้าจนแสบตาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เป็นเหมือนกับปากอุโมงค์แห่งแสงที่สว่างไสว

“ไป!” เพลิงพิรุณออกแรงดึงปิ่นปักให้พุ่งเข้าไปในอุโมงค์แสงนั้น

ร่างของทั้งสองถูกดูดเข้าไปในแสงสว่างอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามของเหล่าอสูรกายค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงลมที่พัดโหมกระหน่ำ

เมื่อแสงสว่างจางลง พวกเขาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนพื้นดินที่แห้งผาก ไม่มีสายฝน ไม่มีเสียงฟ้าร้อง มีเพียงหมอกจางๆ ที่ลอยเอื่อยๆ และกลิ่นอายของความสงบที่แผ่ซ่านไปทั่ว

“เรา…เราออกมาได้แล้วหรือคะ?” ปิ่นปักถามอย่างเหลือเชื่อ

“ใช่” เพลิงพิรุณตอบ ใบหน้าปราศจากความกังวลอีกต่อไป “เราออกมาจากวังวนแห่งพายุได้แล้ว”

แต่แล้ว เขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ กลิ่นอายของความสงบนี้...มันไม่ใช่ความสงบที่แท้จริง

“ปิ่นปัก…” เขาพูดเบาๆ “ระวัง”

ทันใดนั้น พื้นดินเบื้องหน้าของพวกเขาก็ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมืดมิดที่ดูดกลืนแสงทุกอย่าง

“ไม่นะ!” ปิ่นปักร้องเสียงหลง

ร่างของเพลิงพิรุณและปิ่นปักกำลังถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลดูดลงไปในหลุมนั้น

“จับมือเราไว้ให้แน่น!” เพลิงพิรุณตะโกน แต่ก็สายเกินไป

พวกเขาดำดิ่งลงไปในความมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมกับคำถามที่ค้างคาในใจ...นี่คือกับดักใหม่ที่รอคอยพวกเขาอยู่หรือไม่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!