ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ตอนที่ 22 — เปลวอัคคีกลางวายุ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 972 คำ

สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักแน่นขึ้น เปลวอัคคีสีแดงเพลิงที่ลุกโชนแผ่กระจายออกมาจากกายหยาบของเขา กลายเป็นปราการอันแข็งแกร่ง ปะทะเข้ากับสายลมเย็นเฉียบและละอองฝนที่สาดกระหน่ำ ราวกับจะประกาศก้องว่า ‌ณ ที่แห่งนี้ มนุษย์ผู้หนึ่ง ผู้มีพลังแห่งไฟในสายเลือด จะไม่ยอมแพ้ต่อธรรมชาติอันโหดร้าย

“ท่านคะ! แสงไฟของท่าน… มันช่วยได้จริง ๆ” ​เสียงปิ่นปักสั่นเครือ แต่แฝงไว้ด้วยความหวัง ใบหน้าซีดเซียวซบเข้ากับแผงอกของเพลิงพิรุณ ดวงตาคู่สวยยังคงเบิกกว้างมองไปยังกลุ่มหมอกดำทะมึนที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงเบื้องหน้า

เพลิงพิรุณไม่ได้ตอบ เขากำลังใช้สมาธิทั้งหมดควบคุมเปลวอัคคีที่แผ่ปกคลุมร่างกาย พลังงานอันมหาศาลถูกส่งผ่านเส้นลมปราณที่กำลังเดือดพล่าน เขาจำต้องใช้พลังที่แท้จริงออกมาในระดับหนึ่ง เพื่อรักษาชีวิตของปิ่นปักให้อยู่รอด ‍ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังงานลึกลับที่ไม่อาจหยั่งถึง และสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา ไม่ใช่แค่พายุธรรมดา

“มันกำลังจะมาอีกแล้ว” เพลิงพิรุณเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความตึงเครียด เขาปล่อยคลื่นพลังอัคคีเล็กน้อยออกไป ผลักดันกลุ่มหมอกดำที่เริ่มลอยเข้ามาใกล้ให้ถอยห่างออกไปชั่วขณะ

ทันใดนั้น เสียงคำรามดังกึกก้อง ‌ราวกับสัตว์ร้ายโบราณตื่นขึ้นจากนิทรา ลมพายุทวีความรุนแรงขึ้นอีกเป็นทวีคูณ ต้นไม้สูงใหญ่ในป่าดึกดำบรรพ์โยกคลอนอย่างน่าหวาดเสียว ใบไม้ร่วงกราวราวกับห่าฝน และกลุ่มหมอกดำที่เคยดูเหมือนไอน้ำเย็น ๆ บัดนี้กลับมีลักษณะเป็นรูปทรงคล้ายเงาสัตว์ร้าย กำลังแผ่ขยายปีกอันมืดมิดครอบคลุมผืนป่า

“นั่นคืออะไรคะ ‍ท่าน!” ปิ่นปักอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเงาเหล่านั้นลอยวนอยู่เหนือยอดไม้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว

“ภัยจากเงามรณะ… สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดและความเกลียดชัง” เพลิงพิรุณตอบ ดวงตาคมกริบของเขาสาดประกายวาวโรจน์ เขารู้ดีถึงภัยคุกคามที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ ​สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่พลังธรรมชาติ แต่เป็นอำนาจชั่วร้ายที่ผูกติดอยู่กับดินแดนแห่งนี้

“ท่าน… ท่านจะสู้กับมันหรือคะ”

“ข้าจะปกป้องเจ้า” เพลิงพิรุณเน้นย้ำคำพูดของเขา เสียงของเขาหนักแน่นและมั่นคง แม้ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ “เจ้าจงอยู่ข้างข้า อย่าได้หวั่นไหว”

เขาปล่อยอ้อมแขนข้างหนึ่งออก ​เพื่อปลดปล่อยพลังอันเต็มที่ มือขวาของเขาชูขึ้นสู่ท้องฟ้า สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่หมุนวนรอบตัว เขาหลับตาลงชั่วครู่ เพื่อรวมสมาธิ รวบรวมพลังที่หลับใหลภายใน ความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างเริ่มเข้มข้นขึ้น เปลวอัคคีรอบตัวเขาไม่ใช่แค่แสงสว่างอีกต่อไป ​แต่มันคือพลังงานบริสุทธิ์ กำลังพร้อมที่จะระเบิดออก

“วายุพิโรธ… เจ้ากล้าดียังไงมาเหยียบย่ำดินแดนของข้า!” เพลิงพิรุณตะโกนก้อง เสียงของเขาดังกังวาน ทะลุผ่านเสียงสายฟ้าและเสียงลมพายุ ราวกับเป็นคำประกาศสงคราม

ทันใดนั้น แสงสีแดงเพลิงเจิดจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขา มันไม่ใช่แค่ลูกไฟธรรมดา แต่เป็นลำแสงอัคคีอันทรงพลัง พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ประสานเข้ากับสายฟ้าที่กำลังฟาดเปรี้ยงลงมา เกิดเป็นประกายไฟสีขาวอมทองระยิบระยับ สาดส่องให้เห็นรูปร่างของกลุ่มเงาสัตว์ร้ายที่กำลังลอยต่ำลงมา

เงาเหล่านั้นมีรูปร่างคล้ายหมาป่าขนาดมหึมา แต่มีปีกเหมือนค้างคาว ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านคุที่กำลังลุกไหม้ มันส่งเสียงคำรามแหลมสูงที่น่าขนลุก

“พวกมันมาจากนรกอันไร้สิ้นสุด… ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกมัน!” เพลิงพิรุณกล่าว ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังเงาเหล่านั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน

เงาหมาป่าเหล่านั้นเริ่มร่อนลงมาอย่างรวดเร็ว มันโจมตีเข้ามาเป็นกลุ่ม กรงเล็บอันแหลมคมที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัว พุ่งเข้ามาหมายจะฉีกร่างของเพลิงพิรุณ

“ไม่! อย่าเข้ามา!” เพลิงพิรุณตะโกน เขาหมุนตัวหลบหลีกการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว ร่างกายของเขาพลิ้วไหวราวกับสายลม แม้จะอยู่ท่ามกลางพายุ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับดูสง่างาม

เขาชูมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เปลวเพลิงที่ลุกโชนรอบกายเขาขยายตัวออกเป็นวงกว้าง แผ่ปกคลุมพื้นที่รอบตัวเขาเป็นรัศมีหลายเมตร เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องไปทั่วป่า ขณะที่เขาพุ่งทะยานออกไป เผชิญหน้ากับเงาหมาป่าที่กำลังรุมล้อม

“จงรับไป!” เพลิงพิรุณตะโกน เขากระโจนเข้าใส่กลุ่มเงาเหล่านั้น หมุนตัวเป็นลูกข่าง เปลวอัคคีสีแดงเพลิงลุกโชนรอบกายราวกับมีดวงอาทิตย์ขนาดย่อม ๆ ลอยอยู่กลางป่า

เงาหมาป่าตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหมายจะกัดที่คอของเขา เพลิงพิรุณไม่หลบ แต่กลับชูมือขวาขึ้น ตรงเข้าปะทะกับมัน มือของเขาถูกปกคลุมด้วยเปลวอัคคีอันร้อนแรง เมื่อสัมผัสเข้ากับเงาร้าย มันก็กรีดร้องโหยหวนราวกับถูกเผาไหม้ด้วยไฟนรก!

“อ้ากกกก!” เสียงร้องแหลมสูงของมันดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างของมันเริ่มสลายตัวเป็นควันดำ

“เป็นไงล่ะ… ของร้อน!” เพลิงพิรุณแสยะยิ้ม เขาไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อน พลังที่พลุ่งพล่านในกายมันช่างเร้าใจเหลือเกิน

แต่ศัตรูไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เงาหมาป่าตัวอื่น ๆ พากันรุมเข้ามาอีกอย่างไม่ลดละ พวกมันฉลาดแกมโกง ไม่ได้พุ่งเข้ามาแบบโง่ ๆ แต่ใช้การล้อมกรอบ พยายามทำให้เพลิงพิรุณติดกับ

“ระวังข้างหลัง!” เสียงปิ่นปักตะโกนเตือน

เพลิงพิรุณหันขวับไป เห็นเงาหมาป่าขนาดใหญ่กำลังลอยต่ำลงมาจากด้านบน มันอ้าปากกว้าง เผยให้เห็นซี่ฟันอันแหลมคมที่ส่องประกายวาววับ ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งเป็น

“ไม่ยอมให้เจ้าทำ!” เพลิงพิรุณคำราม เขารวบรวมพลังทั้งหมดในฝ่ามือซ้าย ชูขึ้นไปรับการโจมตี

“เพลิงพิรุณ… จงระวัง!” เสียงของปิ่นปักดังขึ้นอีกครั้ง

แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเงาหมาป่าตัวนั้นกำลังจะเข้าถึงตัวเพลิงพิรุณ จู่ ๆ แสงสีทองสว่างวาบก็พุ่งออกมาจากร่างของปิ่นปัก!

“อะไรกัน!” เพลิงพิรุณอุทานด้วยความประหลาดใจ เขาหันไปมองปิ่นปัก ซึ่งบัดนี้ดวงตาของเธอกำลังเปล่งประกายสีทองอร่าม ร่างกายของเธอก็มีแสงสีทองแผ่กระจายออกมา ปกป้องเธอจากพายุและอันตรายรอบด้าน

แสงสีทองนั้นส่องประกายไปทั่วป่า ราวกับดวงตะวันยามเช้าที่กำลังขึ้น ทะลวงผ่านกลุ่มหมอกดำอันมืดมิดไปอย่างง่ายดาย

เงาหมาป่าที่กำลังจะเข้าโจมตีเพลิงพิรุณ พอเจอกับแสงสีทองนั้น ก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวด ร่างของมันเริ่มสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ไม่สามารถทนทานต่อพลังบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวปิ่นปักได้

“ท่าน… ท่านทำอะไรคะ” เพลิงพิรุณถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและความทึ่ง

“ข้า… ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ปิ่นปักตอบ ใบหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “แต่… พอเห็นท่านตกอยู่ในอันตราย ข้าก็รู้สึก… อยากจะปกป้องท่าน”

เพลิงพิรุณมองไปยังปิ่นปัก ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มปรากฏขึ้น เขาไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากหญิงสาวผู้บอบบางเช่นเธอ

“ไม่เป็นไร… เจ้าทำได้ดีมาก” เขาเอ่ยชม “ดูเหมือนว่า… เจ้าเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกัน”

ในขณะที่เพลิงพิรุณกำลังตะลึงกับพลังของปิ่นปัก เงาหมาป่าที่เหลืออยู่ก็ไม่รอช้า มันเห็นโอกาสที่จะโจมตีขณะที่เพลิงพิรุณเสียสมาธิ

“ระวัง!” ปิ่นปักตะโกนอีกครั้ง

คราวนี้เพลิงพิรุณไม่ได้หันไปมอง เขาเพียงแต่ยกมือซ้ายขึ้น ปล่อยคลื่นพลังอัคคีขนาดเล็กออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ทรงพลัง มันพุ่งเข้าใส่เงาหมาป่าที่กำลังจะเข้ามา ทำให้มันกระเด็นถอยหลังไป

“ข้าจะปกป้องเจ้าเอง… เจ้าก็ปกป้องข้า” เพลิงพิรุณกล่าว ดวงตาของเขากลับมาฉายแววเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง

เขากระชับมือข้างที่โอบรอบปิ่นปักให้แน่นขึ้น และปลดปล่อยเปลวอัคคีรอบกายให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางสายฟ้าฟาดที่ยังคงสาดซัดไม่หยุดหย่อน

ทว่า… ขณะที่เพลิงพิรุณกำลังจะพุ่งเข้าโจมตีเงาหมาป่าที่เหลืออยู่ เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป… พลังที่แข็งแกร่งกว่านั้นกำลังก่อตัวขึ้น… พลังที่ทำให้แม้แต่เปลวอัคคีของเขาก็ยังรู้สึกหนาวเย็น…

“อะไรกัน…!” เพลิงพิรุณอุทานด้วยความตกใจ

เบื้องหน้าของเขา กลุ่มหมอกดำที่เคยเป็นเพียงเงาของหมาป่า บัดนี้กลับรวมตัวกันเป็นรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าเดิม… และมีพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวกว่าที่เคยสัมผัสมา… มันไม่ใช่แค่เงาสัตว์ร้ายอีกต่อไป… แต่มันคือ…

(จบตอน)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!