สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักแน่นขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเขาแผ่คลื่นพลังบางเบาออกมา ป้องกันเธอจากละอองฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้อง สั่นสะเทือนไปถึงไขกระดูก ราวกับกำลังประกาศก้องถึงอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของตน
"คุณ...คุณไหวไหมคะ" เสียงของปิ่นปักลอดผ่านม่านฝนที่หนาทึบ มือเล็กๆ ของเธอสั่นเทาเกาะกุมแขนของเพลิงพิรุณอย่างไม่ยอมปล่อย ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความกังวลระคนหวาดกลัว
เพลิงพิรุณหันมองใบหน้าซีดเผือดของเธอ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ถึงแม้ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำและภัยอันตรายที่รายล้อม แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงฉายแววแห่งความเข้มแข็งที่ยากจะสั่นคลอน "ข้าสบายดี ไม่ต้องห่วง" น้ำเสียงของเขาหนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนที่ใคร่จะมอบให้เฉพาะเธอ
"แต่...แต่สายฟ้ามันแรงเหลือเกิน" เธอพยายามจะพูดต่อ แต่เสียงก็ถูกกลืนกินไปกับเสียงฟ้าร้องอีกครั้ง
"มันเป็นเพียงพลังธรรมชาติ" เพลิงพิรุณกล่าวพลางยกมือข้างที่ว่างขึ้นสัมผัสเส้นผมเปียกชื้นของเธอเบาๆ "ไม่มีสิ่งใดสามารถทำอันตรายเจ้าได้ ตราบใดที่ข้าอยู่ตรงนี้"
คำพูดนั้น ราวกับยาชโลมใจ ปิ่นปักสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติอันน้อยนิด ท่ามกลางความหวาดหวั่นที่ถาโถมเข้ามา เธอมองเห็นแสงวาบสีขาวสว่างจ้าอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สาดส่องเงาดำทะมึนของต้นไม้โบราณให้ดูบิดเบี้ยวราวกับอสุรกาย
"นั่น...นั่นมันอะไรคะ" เธอชี้ไปยังทิศทางที่แสงวาบนั้นปรากฏขึ้น
เพลิงพิรุณหรี่ตามองไปตามทิศทางที่เธอชี้ รังสีอำมหิตบางอย่างกำลังแผ่ออกมาจากความมืดมิดนั้น "เป็นสิ่งมีชีวิตบางอย่าง...ที่คงจะถูกดึงดูดมาด้วยพลังงานของสายฟ้า" น้ำเสียงของเขากลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
"พลังงานของสายฟ้า?" ปิ่นปักทวนคำด้วยความสงสัย
"ใช่...ในยามที่ฟากฟ้าปลดปล่อยพลังอำนาจสูงสุด ย่อมมีบางสิ่งบางอย่างที่ต้องการจะแสวงหาหรือครอบครองมัน" เขากล่าว สายตาจับจ้องไปที่ความมืดนั้นไม่วางตา "และบางสิ่งเหล่านั้น...ก็มักจะเป็นอันตราย"
ทันใดนั้น เสียงแหบแห้งราวกับเสียงลมกรีดมีดก็ดังขึ้นจากทิศทางเดียวกัน "พลัง...พลังแห่งสายฟ้า...ช่างหอมหวานเสียจริง"
แสงวาบปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเผยให้เห็นรูปร่างที่น่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีแดงก่ำฉายแววโลภละโมบ ร่างกายผอมเกร็งปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทคล้ายกับหินภูเขาไฟ ปลายเล็บแหลมคมราวกับกรงเล็บของเหยี่ยว มันค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยอำนาจมืด
"ปีศาจสายฟ้า!" ปิ่นปักอุทานด้วยความตกตะลึง
เพลิงพิรุณขมวดคิ้ว ใบหน้าคมคายฉายแววไม่พอใจ "ไม่ใช่...มันคือ 'เงาสายฟ้า' สิ่งมีชีวิตที่เกิดจากพลังงานลบของสายฟ้า...พวกมันดูดกลืนพลังชีวิตและอำนาจทุกอย่างที่ขวางหน้า"
"แล้วเราจะทำอย่างไรคะ?" ปิ่นปักถามอีกครั้ง เสียงสั่นเครือ
"เจ้าจงหลบอยู่ข้างหลังข้า" เพลิงพิรุณกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว เขาผลักร่างของปิ่นปักให้เข้าไปอยู่ด้านในของวงแขนที่โอบรอบเธออยู่ พลังงานอันอบอุ่นแผ่ออกมาจากกายของเขา ป้องกันเธอจากลมฝนและความเย็นที่คืบคลานเข้ามา
เงาสายฟ้าหยุดชะงักอยู่ห่างออกไปราวสิบก้าว ดวงตาสีแดงก่ำเพ่งมองมาที่เพลิงพิรุณด้วยความเคลือบแคลง "มนุษย์...เจ้ามีพลังมากเกินไป...พลังของเจ้า...มันขัดขวางข้า"
"พลังของข้า...คือสิ่งที่เจ้าไม่มีวันจะได้ครอบครอง" เพลิงพิรุณกล่าว น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม
"โอ้...มนุษย์ผู้กล้าหาญ" เงาสายฟ้าหัวเราะเสียงแหบแห้ง "แล้วเจ้าจะปกป้องมนุษย์ตัวน้อยของเจ้าได้นานแค่ไหน...เมื่อข้าปรารถนาจะลิ้มรสพลังอันหอมหวานของนาง"
คำพูดนั้น ทำให้เพลิงพิรุณรู้สึกถึงเปลวไฟแห่งโทสะที่ลุกโชนขึ้นในอก แม้ภายนอกเขาจะยังคงสงบนิ่ง ทว่าภายในจิตใจ กำลังแปรเปลี่ยนเป็นพายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะปะทุออกมา
"เจ้า...ไม่ควร...กล่าวเช่นนั้น" เพลิงพิรุณกล่าวช้าๆ ทีละคำ ร่างกายของเขาเริ่มแผ่คลื่นพลังงานที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนปิ่นปักสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาถึงตัวเธอ
"ทำไม?" เงาสายฟ้าถามอย่างเย้ยหยัน "เพราะนางคือจุดอ่อนของเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
"นาง...คือทุกสิ่งทุกอย่างของข้า" เพลิงพิรุณตอบ ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชา ยากจะหยั่งถึง
ทันใดนั้น แสงวาบสีขาวสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่จากสายฟ้า แต่มาจากมือของเพลิงพิรุณ ปลายนิ้วเรียวของเขาส่องประกายราวกับมีดวงดาวเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวกันอยู่ พลังงานอันมหาศาลแผ่ออกมาจนลมรอบกายปั่นป่วน
"เจ้า...คือมหาเทพจำแลง" เงาสายฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความตกตะลึง "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจโบราณ...แต่...เจ้าไม่ควรอยู่ที่นี่"
"ที่นี่...คือที่ที่ข้าต้องอยู่" เพลิงพิรุณกล่าว "และที่นี่...คือที่ที่เจ้าจะต้องพ่ายแพ้"
สิ้นเสียงของเขา มือข้างที่เปล่งประกายนั้นก็พุ่งเข้าใส่เงาสายฟ้าด้วยความเร็วที่ตามองแทบไม่ทัน ปิ่นปักได้ยินเพียงเสียงลมหวีดหวิว และเสียงปะทะที่ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับก้อนหินขนาดมหึมาสองก้อนกำลังชนกัน
สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้าง ราวกับกำลังจะแยกท้องฟ้าออกเป็นสองส่วน ท่ามกลางเสียงฟ้าคำราม เสียงต่อสู้ของสองมหาอำนาจก็ดังขึ้นอย่างดุเดือด ปิ่นปักหลับตาแน่น เธอภาวนาขอให้เพลิงพิรุณปลอดภัย ราวกับว่าคำอธิษฐานของเธอจะส่งพลังไปถึงเขาได้
แสงวาบสีขาวและสีดำสลับกันไปมา สาดส่องให้เห็นภาพการต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพลิงพิรุณเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ พลังอำนาจของเขารุนแรงและบริสุทธิ์ ทว่าเงาสายฟ้าก็มีลูกเล่นแพรวพราว มันใช้ความมืดและสายฟ้าเป็นอาวุธ สร้างภาพลวงตา และโจมตีจากทุกทิศทาง
"สายฟ้า...ของข้า...จะกลืนกินเจ้า!" เงาสายฟ้าตะโกน เสียงแหบแห้งแฝงไว้ด้วยความสิ้นหวัง
"พลังของเจ้า...คือความมืดมิด" เพลิงพิรุณตอบอย่างเยือกเย็น "ส่วนพลังของข้า...คือแสงสว่าง"
เขาเงื้อหมัดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ประกายแสงที่ออกมาจากมือของเขาสว่างจ้ากว่าเดิม ปิ่นปักถึงกับต้องเบิกตากว้าง พลังงานที่แผ่ออกมานั้นร้อนแรงเสียจนเธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น แม้จะอยู่ห่างออกไปหลายก้าว
"รับไปเสีย...พลังแห่งเพลิงพิรุณ!"
หมัดนั้นพุ่งตรงเข้าใส่เงาสายฟ้าอย่างรวดเร็ว แสงสว่างเจิดจ้าได้กลืนกินทุกสิ่งรอบกาย เงาสายฟ้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ร่างกายของมันจะสลายไปกลายเป็นละอองสีดำที่ปลิวว่อนไปกับสายลม
เมื่อแสงสว่างจางหายไป เพลิงพิรุณก็ยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งยังคงเปล่งประกายจางๆ ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ยังคงโอบกอดปิ่นปักไว้แน่น
"คุณ..." ปิ่นปักเอ่ยเสียงแผ่วเบา มองใบหน้าของเขาที่เปื้อนเหงื่อ ทว่ายังคงสง่างาม
เพลิงพิรุณหันมามองเธอ ดวงตาของเขากลับมาเป็นประกายอบอุ่นเช่นเดิม "เสร็จแล้ว"
"คุณ...เก่งที่สุดเลยค่ะ" เธอพูดพลางซบหน้าลงกับอกของเขา สัมผัสได้ถึงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคง
"ข้าบอกเจ้าแล้ว...ไม่มีสิ่งใดจะทำอันตรายเจ้าได้" เขาตอบพลางลูบศีรษะของเธอเบาๆ
ท่ามกลางเสียงสายฟ้าที่ค่อยๆ สงบลง และแสงสว่างที่เริ่มสาดส่องผ่านม่านเมฆที่พร่าเลือน ปิ่นปักสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ ทว่าในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกได้ถึงพลังอันลี้ลับบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจของเธอเอง...พลังที่เชื่อมโยงกับเพลิงพิรุณ...และกับสายฟ้าที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง...
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก