ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ตอนที่ 24 — แสงเทวะปรากฏ สู่สมรภูมิแห่งชะตา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 963 คำ

สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักแน่นยิ่งขึ้น เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขา สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่แผ่กระจายมาจากทุกทิศทาง

"ท่านเพลิงพิรุณ... ท่านจะพาข้าไปที่ใดหรือ?" เสียงของปิ่นปักแผ่วเบา ‌สั่นเครือไปด้วยความหวาดหวั่น ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยน้ำตาที่คลออยู่เบื้องบน นางซบหน้าลงกับแผงอกของเพลิงพิรุณ พยายามซุกซ่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจ

"ไม่ต้องกลัวนะปิ่นปัก" เพลิงพิรุณเอ่ยเสียงทุ้ม นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความมั่นคงราวกับหุบเขา "ข้าอยู่ที่นี่แล้ว ​ไม่มีผู้ใดทำอันตรายเจ้าได้"

แม้คำพูดของเขาจะปลอบประโลมใจ แต่สายตาที่ทอดมองไปยังเบื้องหน้าของเพลิงพิรุณกลับฉายแววตึงเครียดเกินกว่าจะปกปิด ป่าแห่งนี้... ไม่ใช่ป่าธรรมดา สรรพสิ่งรอบตัวล้วนถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานอันมืดมิด พลังงานที่ชั่วร้ายเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะสัมผัสได้

เงาร่างมหึมาหลายร่างเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ดวงตาเรืองแสงสีแดงฉานราวกับถ่านเพลิงจ้องมองมาที่พวกเขา แสงสายฟ้าที่ฟาดลงมาเป็นระยะ ‍ชวนให้เห็นถึงกรงเล็บแหลมคม รอยขีดข่วนบนพื้นดิน และเงาสะท้อนของสิ่งมีชีวิตที่ดูบิดเบี้ยวผิดรูป

"พวกมัน... พวกมันคือใครกัน?" ปิ่นปักถามเสียงสั่น เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างเหล่านั้น

"พวกมันคือสมุนบริวารแห่งความมืด" เพลิงพิรุณตอบ พลางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ‌"ถูกส่งมาเพื่อขัดขวางการเดินทางของเรา"

ทันใดนั้น ร่างเงาที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา ร่างกายของมันราวกับถูกสร้างขึ้นจากหินผาโบราณ ดวงตาโตสีแดงทอประกายอำมหิต ลำตัวปกคลุมไปด้วยขนสีดำทะมึน หนาทึบราวกับพรมกำมะหยี่ แต่กลับดูแข็งแกร่งและอันตรายยิ่งกว่าเกราะเหล็ก

"บังอาจนัก! เจ้ามนุษย์ธรรมดา ‍คิดจะข้ามเขตแดนแห่งเงาเช่นนี้เชียวรึ!" เสียงคำรามของมันดังสนั่น ราวกับแผ่นดินกำลังจะแยกออกจากกัน

เพลิงพิรุณชะงักเท้า เขาปล่อยให้ปิ่นปักยืนพิงลำต้นของต้นไม้โบราณที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับอสูรกายตนนั้น

"ข้ามิใช่มนุษย์ธรรมดา" เพลิงพิรุณกล่าวเสียงเรียบ "และนี่มิใช่การข้ามเขตแดน แต่เป็นการทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิงไป"

"ปากดีนัก!" ​อสูรกายตนนั้นหัวเราะหึๆ เสียงแหบพร่า "มาดูกันว่าปากของเจ้าจะคมสักเพียงใด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกรงเล็บแห่งข้า!"

สิ้นเสียงคำราม ร่างของอสูรกายก็พุ่งเข้าใส่เพลิงพิรุณด้วยความเร็วที่น่าตกใจ กรงเล็บอันแหลมคมราวใบมีดถูกยกขึ้นสูง พร้อมที่จะฉีกกระชากร่างของเพลิงพิรุณให้แหลกเป็นชิ้นๆ

แต่เพลิงพิรุณมิได้มีทีท่าจะหวาดกลัว เขากระโดดหลบการโจมตีนั้นอย่างฉิวเฉียด ​พร้อมกับที่มือข้างหนึ่งยกขึ้นจรดกัน

"แสงแห่งเทวะ... จงเปล่งประกาย!"

ทันใดนั้น แสงสีขาวบริสุทธิ์สว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์นับพันดวงก็ส่องประกายออกมาจากฝ่ามือของเพลิงพิรุณ แสงนั้นสาดส่องไปทั่วบริเวณ บดบังความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ให้จางหายไปชั่วขณะ

อสูรกายตนนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เมื่อแสงเทวะสัมผัสกับร่างกายของมัน ขนสีดำทะมึนที่เคยปกคลุมร่างราวกับเป็นเกราะ กลับลุกไหม้ราวกับถูกราดด้วยน้ำมัน

"เป็นไปได้อย่างไร! ​แสงแห่งเทวะ... เจ้าเป็นใครกันแน่!" อสูรกายร้องถามอย่างตกตะลึง

"ข้าคือผู้ที่ถูกเลือก" เพลิงพิรุณตอบ ดวงตาของเขาเรืองรองด้วยแสงสีทองอันเจิดจ้า "ผู้ที่จะนำพาความยุติธรรมกลับคืนมา"

ร่างของอสูรกายสั่นเทิ้ม พลังแห่งความมืดที่เคยแผ่กระจายรอบตัวมันกลับอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด แสงเทวะของเพลิงพิรุณไม่ได้เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดให้กับมัน แต่ยังกัดกินพลังงานแห่งความมืดที่หล่อเลี้ยงมันอยู่

"อย่าได้หลงคิดว่าเจ้าจะชนะข้าได้ง่ายๆ!" อสูรกายกัดฟันกรอด ก่อนจะใช้กรงเล็บที่ยังคงหลงเหลือพลังอยู่ ขุดลงไปในพื้นดินอย่างรุนแรง

แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าของเพลิงพิรุณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินผาและเศษดินถูกซัดกระเด็นขึ้นมา ร่างของสมุนบริวารแห่งความมืดตนอื่นๆ ก็พลันปรากฏตัวขึ้น ล้อมกรอบเพลิงพิรุณไว้จากทุกทิศทาง

"ท่านเพลิงพิรุณ!" ปิ่นปักร้องเรียกด้วยความตกใจ นางรีบวิ่งเข้ามาหา แต่ก็ถูกอสูรกายตนหนึ่งใช้ขาหน้ากั้นไว้

"เจ้ามนุษย์น้อย! อย่าคิดจะเข้ามายุ่ง!" อสูรกายตนนั้นคำราม

เพลิงพิรุณเห็นดังนั้น ก็ยิ่งเพิ่มความมุ่งมั่น ร่างกายของเขาพลันหมุนตัวอย่างรวดเร็ว แสงสีทองสาดส่องเป็นวงกว้างยิ่งขึ้น กรงเล็บของอสูรกายตนอื่นๆ ที่พุ่งเข้ามา ถูกปัดป้องออกไปได้อย่างง่ายดาย

"พลังแห่งสายฟ้า... จงนำพามาซึ่งชัยชนะ!"

เพลิงพิรุณยกมือขึ้นสูง ร่างกายของเขาพลันลอยขึ้นเหนือพื้นดินเล็กน้อย แสงสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มปรากฏรอบตัวเขา ก่อนจะรวมตัวกันเป็นลำแสงที่เฉียบคมราวกับดาบ

"นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า!"

เขาตวัดมือลงอย่างรวดเร็ว ลำแสงแห่งสายฟ้าก็พุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ตรงไปยังร่างของอสูรกายตนใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า

เสียงดัง "เปรี้ยง!" สนั่นหวั่นไหว สายฟ้าสีฟ้าสว่างเจิดจ้าผ่าลงมา ปะทะเข้ากับร่างของอสูรกายตนนั้นอย่างจัง

อสูรกายตนนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แสงแห่งสายฟ้ากัดกินร่างกายของมันราวกับกรด เขี้ยวเล็บที่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้กลับอ่อนแรงลงเรื่อยๆ

"เป็นไปไม่ได้! พลัง... พลังของเจ้า..." มันพูดตะกุกตะกัก ก่อนจะสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ ล่องลอยไปกับสายลม

สมุนบริวารแห่งความมืดตนอื่นๆ เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็พลันเกิดความหวาดกลัว ดวงตาที่เคยเรืองแสงสีแดงฉาน บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนก

"มัน... มันฆ่าท่านหัวหน้าได้!"

"หนีเร็ว! ก่อนที่พวกเราจะกลายเป็นเช่นเดียวกับท่านหัวหน้า!"

เหล่าสมุนบริวารแห่งความมืดค่อยๆ ถอยร่นกลับเข้าไปในเงาของป่า พวกมันไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับเพลิงพิรุณอีกต่อไป

เมื่อความอันตรายจากเหล่าสมุนบริวารแห่งความมืดได้จางหายไป เพลิงพิรุณก็ลดระดับร่างกายลงมาสู่พื้นดิน แสงสีทองรอบตัวเขาค่อยๆ เลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ยังคงฉายประกายแห่งอำนาจ

"ท่าน... ท่านเก่งกาจยิ่งนัก" ปิ่นปักเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางก้าวเข้ามาใกล้ "ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดมีพลังมากถึงเพียงนี้"

เพลิงพิรุณยิ้มบางๆ "ข้ากล่าวแล้วอย่างไร ว่าไม่ต้องกลัว" เขากล่าวพลางยื่นมือไปประคองใบหน้าของปิ่นปักอย่างอ่อนโยน "สิ่งที่เราต้องเผชิญ ยังอีกมากนัก"

"หมายความว่าอย่างไรหรือเพคะ?" ปิ่นปักถามด้วยความสงสัย

"นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น" เพลิงพิรุณตอบ สายตาของเขามองไปยังเบื้องหน้าของป่าที่ยังคงมืดมิดและน่าสะพรึงกลัว "พลังแห่งความมืดที่แท้จริง... ยังรอคอยเราอยู่เบื้องหน้า"

ทันใดนั้น เสียงลมพายุที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมก็พัดกระหน่ำเข้าใส่พวกเขา แสงสายฟ้าฟาดลงมาถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ราวกับว่าฟากฟ้ากำลังจะแตกสลาย

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เพลิงพิรุณสัมผัสได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้นเบื้องลึกของป่า พลังงานนั้นไม่ใช่เพียงแค่พลังแห่งความมืด แต่เป็นพลังที่เก่าแก่และทรงอำนาจเกินกว่าจะจินตนาการได้

"อะไรกัน... พลังนี้... มันยิ่งใหญ่เกินไป" เพลิงพิรุณพึมพำ เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลที่กำลังจะฉุดกระชากพวกเขาเข้าไป

"ท่านเพลิงพิรุณ! เกิดอะไรขึ้น!" ปิ่นปักร้องถามด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม

"เราต้องไปต่อ!" เพลิงพิรุณกล่าวเสียงหนักแน่น "พลังงานนั้นกำลังดึงดูดเราเข้าไป... ถ้าเราไม่รีบไป... มันอาจจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง"

เขากระชับมือของปิ่นปักแน่นอีกครั้ง พร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น สู่ใจกลางของป่าดึกดำบรรพ์ ที่ซึ่งพลังงานอันมหาศาลกำลังรอคอยพวกเขาอยู่

เบื้องหน้าของพวกเขามีเพียงความมืดมิดและเสียงลมพายุที่โหมกระหน่ำ แต่ในใจของเพลิงพิรุณ กลับมีความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ที่จะปกป้องปิ่นปัก และนำพาความยุติธรรมกลับคืนมาสู่โลกใบนี้

แต่ทว่า... พลังที่กำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้านั้น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เพลิงพิรุณคาดการณ์ไว้หรือไม่? และชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นเช่นไร เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิดนี้?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!