ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ตอนที่ 28 — พิรุณหลั่งเลือด สายฟ้าผ่ากลางใจ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 939 คำ

สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักแน่นขึ้น หัวใจของเขาเต้นระรัวไปด้วยความห่วงใย ขณะที่แผ่นหลังของเขาถูกปกคลุมด้วยเกราะศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายวาววับราวกับกำลังจะแตกสลาย

“พิรุณ! เจ้าเป็นอะไรไป” เสียงของปิ่นปักดังขึ้นแผ่วเบา ‌พยายามสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แต่แรงที่ยึดไว้กลับมั่นคงราวกับหินผา “เจ้าบาดเจ็บหรือ”

เพลิงพิรุณส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงวาบของสายฟ้าฉายแววบางอย่างที่ยากจะอธิบาย “ข้าไม่เป็นไร เจ้าต่างหากที่ต้องระวัง” เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แต่ในห้วงลึกของจิตสำนึก ​สัญญาณอันตรายกำลังดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

“แต่… หลังของเจ้า…” ปิ่นปักพยายามเงยหน้าขึ้นมอง แต่แสงจ้าของสายฟ้าที่ฟาดลงมาอีกครั้ง ทำให้เธอต้องหลับตาปี๋ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เห็นทำให้เธอแทบหยุดหายใจ

เกราะศักดิ์สิทธิ์ที่เคยส่องประกายราวกับเพชรพลอยกำลังร้าวลายไปทั่ว บริเวณที่ใกล้กับแผ่นหลังของเขาปรากฏรอยสีแดงฉานของเลือดที่กำลังซึมออกมา ‍ชุ่มโชกไปทั่วเกราะที่เคยปกป้องเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

“เป็นไปได้อย่างไร…” เสียงของปิ่นปักสั่นเครือ “ท่านมหาเทพ… เกราะของท่าน…”

“ไม่ใช่เวลา” เพลิงพิรุณตัดบท ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง สัมผัสได้ถึงพลังงานอันมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ‌“พลังที่พวกมันใช้… มันไม่เหมือนที่เราเคยเผชิญหน้ามาก่อน”

เสียงคำรามดุจฟ้าร้องดังมาจากเบื้องบน ไม่ใช่เสียงของฟ้าคะนอง แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอำมหิต เงาตะคุ่มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าที่ยังคงฟาดลงมาไม่หยุดหย่อน มันมีรูปร่างคล้ายมังกรโบราณ แต่มีเกล็ดสีดำสนิทที่สะท้อนแสงวาบจนดูน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉาน

“นั่นคือ… ‍อสูรบรรพกาล!” ปิ่นปักอุทานด้วยความตกตะลึง ลมหายใจของเธอติดขัด

“ข้ารู้” เพลิงพิรุณตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความตึงเครียด “พลังของมัน… ทวีคูณตามความโกรธเกรี้ยวของฟากฟ้า”

อสูรบรรพกาลอ้าปากกว้าง ลำแสงสีดำทะมึนพุ่งตรงมายังเพลิงพิรุณด้วยความเร็วสูง ​ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

“หลบ!” เพลิงพิรุณผลักปิ่นปักออกไปด้านข้างอย่างแรง ร่างของเขาพุ่งเข้าไปรับลำแสงสีดำนั้นแทน เกราะศักดิ์สิทธิ์ที่แตกร้าวอยู่แล้วไม่อาจต้านทานพลังอันมหาศาลได้อีกต่อไป มันแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างกายของเพลิงพิรุณถูกกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนต้นไม้สั่นสะเทือน

“เพลิงพิรุณ!” ปิ่นปักกรีดร้อง เธอรีบวิ่งเข้ามาหาเขา ​แม้จะรู้ว่าอันตราย แต่หัวใจของเธอเรียกร้องให้เข้าไปหาเขา

เลือดสีแดงสดไหลรินออกจากบาดแผลทั่วร่างของเพลิงพิรุณ ดวงตาของเขาพร่าเลือน แต่ก็ยังคงพยายามมองไปยังปิ่นปักด้วยความเป็นห่วง “เจ้า… ยังโอเคใช่ไหม”

“ข้า… ข้าโอเค” ปิ่นปักตอบเสียงสั่นเครือ ​น้ำตาไหลอาบแก้ม “แต่ท่าน… ท่านบาดเจ็บสาหัส”

“เพียงบาดแผลเล็กน้อย” เพลิงพิรุณพยายามยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับดูเจ็บปวด “มัน… มันทำให้ข้าอ่อนแอลง… มาก”

อสูรบรรพกาลคำรามอีกครั้ง มันกำลังเตรียมโจมตีครั้งใหญ่ เพลิงพิรุณรู้ดีว่าเขาไม่อาจรับการโจมตีนั้นได้อีก เขาจำเป็นต้องหาทางทำให้ปิ่นปักปลอดภัย

“ปิ่นปัก… จงฟังข้า” เขาพูดเสียงแหบพร่า “เจ้าต้องไปจากที่นี่… ตอนนี้”

“ไม่! ข้าจะไม่ทิ้งท่านไป!” ปิ่นปักยึดมือของเขาไว้แน่น “เราจะสู้ไปด้วยกัน”

“เจ้าสู้กับมันไม่ได้” เพลิงพิรุณกล่าวเสียงหนักแน่น “พลังของมัน… ทัดเทียมกับเทพเจ้า… หรืออาจจะมากกว่า”

“แต่ท่านก็เป็นมหาเทพ… ท่านจะยอมแพ้หรือ!” ปิ่นปักตวาดกลับ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายแห่งความไม่ยอมแพ้

เพลิงพิรุณมองเข้าไปในดวงตาของปิ่นปัก เขาเห็นความกล้าหาญและความรักที่เธอมีให้เขา มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดที่เขารับรู้มาตลอดหลายพันปี

“ข้า… ไม่เคยคิดจะยอมแพ้” เพลิงพิรุณกัดฟันพูด เลือดไหลออกมาจากมุมปากของเขา “แต่ข้า… ต้องปกป้องเจ้า”

ทันใดนั้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเข้ามาในร่างของเขา มันไม่ใช่พลังของเขาเอง แต่เป็นพลังที่คุ้นเคย… พลังแห่งสายฟ้า

“สายฟ้า… ที่กำลังพิโรธ…” เขาพึมพำ “มัน… กำลังมอบพลังให้ข้า…”

ร่างของเพลิงพิรุณเริ่มเปล่งประกายสีทองอร่ามขึ้นอีกครั้ง บาดแผลของเขาค่อยๆ สมานตัว เกราะศักดิ์สิทธิ์ที่แตกกระจายไปก่อนหน้านี้ กลับก่อตัวขึ้นใหม่ สวยงามและแข็งแกร่งกว่าเดิม

“เป็นไปได้อย่างไร…” ปิ่นปักมองด้วยความตะลึง

“พลังแห่งสายฟ้า… ที่กำลังปลุกเร้า… พลังที่แท้จริงของข้า” เพลิงพิรุณกล่าว เสียงของเขากลับมาเต็มไปด้วยอำนาจอีกครั้ง “ข้าคือ… เพลิงพิรุณ… ผู้ที่สายฟ้าฟาด… ยังไม่อาจทำลาย”

อสูรบรรพกาลชะงักไปเล็กน้อย มันสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเพลิงพิรุณ แต่ก็ไม่หวาดหวั่น มันคำรามเสียงดัง พร้อมกับเตรียมปล่อยลำแสงสีดำอีกครั้ง

“ครั้งนี้… เจ้าจะไม่ได้ทำร้ายใครอีก” เพลิงพิรุณกล่าว พลางรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี เขาเหยียดมือออกไปเบื้องหน้า ปลายนิ้วของเขาส่องประกายสีฟ้าเจิดจ้า

“สายฟ้า… จงพิพากษา!”

ลำแสงสีฟ้าขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าปะทะกับลำแสงสีดำของอสูรบรรพกาล แสงสว่างเจิดจ้าจนบดบังทุกสิ่งทุกอย่าง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ก้องสะท้อนไปทั่วป่าดึกดำบรรพ์

แรงปะทะมหาศาลทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ต้นไม้หักโค่นไปทั่วบริเวณ ปิ่นปักต้องรีบยกแขนขึ้นบังหน้าเพื่อป้องกันสายตา

เมื่อแสงสว่างจางลง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตา

อสูรบรรพกาล… แตกสลายกลายเป็นธุลีไปสิ้นแล้ว ร่างกายของมันกระจัดกระจายหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงกลิ่นอายของพลังงานที่ค่อยๆ จางหายไป

เพลิงพิรุณยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างกายของเขายังคงเปล่งประกายสีทองอร่าม ดวงตาของเขามีประกายสีฟ้าของสายฟ้าสถิตอยู่

“เจ้า… เจ้าทำได้…” ปิ่นปักเอ่ยเสียงแผ่วเบา ร่างกายของเธออ่อนแรงแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น

เพลิงพิรุณหันมายิ้มให้เธอ รอยยิ้มที่อบอุ่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก “ข้าบอกแล้ว… ว่าข้าไม่ยอมแพ้”

เขาเดินเข้าไปหาปิ่นปักอย่างช้าๆ มือที่เคยมีเลือดไหลริน บัดนี้กลับสะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยพลัง

“ข้า… ได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของข้าออกมาแล้ว” เขาพูด “พลังที่มาจาก… สายฟ้า… และจาก… ความรักของเจ้า”

ปิ่นปักมองเขาด้วยความตื้นตันใจ เธอไม่เคยเห็นเพลิงพิรุณแข็งแกร่งและงดงามถึงเพียงนี้มาก่อน

ทันใดนั้น เสียงดังกังวานมาจากเบื้องบน… ไม่ใช่เสียงของสายฟ้า แต่เป็นเสียงของประกาศิตอันศักดิ์สิทธิ์

“ผู้ที่ปลุกเร้าพลังแห่งสายฟ้า… จงปรากฏกาย!”

เสียงนั้นทรงพลังและน่าเกรงขาม ราวกับกำลังเรียกหาใครบางคน… หรือบางสิ่งบางอย่าง

เพลิงพิรุณและปิ่นปักมองหน้ากันด้วยความสงสัย

“นั่นคือเสียงของใคร” ปิ่นปักถาม

“ข้า… ก็ไม่แน่ใจ” เพลิงพิรุณตอบ “แต่… ข้าสัมผัสได้ถึง… พลังอันยิ่งใหญ่… ที่กำลังมาเยือน”

ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยสายฟ้าฟาดพลันสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับไม่ใช่แสงแห่งความโกรธเกรี้ยว แต่เป็นแสงสีทองอร่ามที่สาดส่องลงมาเป็นลำ แสงนั้นตรงมายังเพลิงพิรุณ

“เหมือนกับว่า… สวรรค์กำลัง… เรียกหาข้า” เขาพึมพำ

แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านี้ ร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

จากลำแสงสีทองที่สาดส่องลงมา ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่ง… นางงดงามดุจเทพธิดา สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ผมยาวสลวยสีเงินยวง ดวงตาสีฟ้าครามราวกับผืนน้ำในห้วงอวกาศ

นางยิ้ม… แต่รอยยิ้มนั้นกลับเยือกเย็นจนน่าขนลุก

“ยินดีต้อนรับ… ผู้ที่ถูกเลือก… สู่สนามประลองอันศักดิ์สิทธิ์”

คำพูดของนางดังก้องอยู่ในหัวของเพลิงพิรุณ ราวกับจะบอกเป็นนัยว่า… ชัยชนะครั้งนี้… เป็นเพียงจุดเริ่มต้น… ของการต่อสู้ที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม… และอันตรายยิ่งกว่า…

ความสงบสุขที่เพิ่งได้มา… กำลังจะถูกสั่นคลอนอีกครั้ง… ด้วยการปรากฏตัวของ… เทพธิดา… ผู้มาพร้อมกับ… คำประกาศิต… ที่เหนือความคาดหมาย…

(จบตอนที่ 28)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!