สายฟ้ายังคงฟาดเปรี้ยงปร้างลงมาไม่ขาดสาย ราวกับฟากฟ้ากำลังร่ำไห้ด้วยความโกรธเกรี้ยว แสงวาบสาดส่องให้เห็นความมืดมิดของป่าดึกดำบรรพ์ที่ดูยิ่งน่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม เพลิงพิรุณกระชับอ้อมแขนที่โอบรอบร่างบอบบางของปิ่นปักแน่นขึ้น ความหนาวเหน็บจากสายฝนที่สาดซัดเข้ามาไม่สามารถบั่นทอนความมุ่งมั่นในดวงตาของเขาได้เลยสักนิด เขาเงยหน้ามองผืนฟ้าที่กำลังคลุ้มคลั่ง เทพเจ้าแห่งสายฟ้าคงไม่พอใจกับการปรากฏตัวของเขาในดินแดนแห่งนี้เสียแล้ว
"ปิ่นปัก เจ้าไม่เป็นไรนะ?" เสียงของเพลิงพิรุณดังลอดผ่านเสียงสายลมและเสียงสายฝนที่กระหน่ำ เขาเอ่ยถามพลางมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาวที่ซบอยู่บนอกอย่างเป็นห่วง
ปิ่นปักพยักหน้ารับเบาๆ แม้จะยังคงตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น แต่ประกายตาของเธอก็ยังคงฉายแววไม่หวาดหวั่น "ข้าไม่เป็นไรเพคะท่านพี่... แต่ว่า... ฟ้าคะนองรุนแรงขนาดนี้... ท่านพี่จะพาข้าไปที่ไหนหรือเพคะ?"
"เรากำลังจะไปหาทางออก แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องแข็งแรงเสียก่อน" เพลิงพิรุณตอบพลางปลดผ้าคลุมไหล่ผืนหนาที่เขาสวมใส่อยู่มาห่มให้ปิ่นปักอีกชั้นหนึ่ง เขาไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะเปียกปอนและหนาวเหน็บเพียงใด สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือความปลอดภัยของหญิงสาวตรงหน้า
ทันใดนั้นเอง สายฟ้าที่รุนแรงกว่าทุกครั้งก็ฟาดผ่าลงมาใกล้ๆ พวกเขาทั้งคู่ พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้ากำลังจะถล่มทลาย เพลิงพิรุณรีบกอดปิ่นปักเข้ามาแนบแน่นกว่าเดิม เขาเหลือบตาไปมองต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักซึ่งถูกฟ้าผ่าจนแตกแขนงเป็นประกายไฟ
"ระวัง!" เพลิงพิรุณร้องเตือนพลางรีบดึงปิ่นปักให้หลบไปอีกด้านหนึ่งของลำต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงแข็งแรงดี ก่อนที่กิ่งไม้ที่ถูกฟ้าผ่าจะร่วงลงมาทับพวกเขา
"ข้า... ข้าเกือบไปแล้ว!" ปิ่นปักพูดเสียงสั่น พลางยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เต้นระรัว
"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง" เพลิงพิรุณกล่าวปลอบประโลม เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบตัวพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่สายฟ้าจากฟากฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีความรู้สึกถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจ้องมองมา
"ท่านพี่... ข้ารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง... ราวกับมีดวงตาหลายคู่กำลังจับจ้องเราอยู่" ปิ่นปักกระซิบ ใบหน้าของเธอเงยขึ้นมองรอบๆ อย่างระแวง
เพลิงพิรุณพยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็รู้สึกเช่นกัน... ดูเหมือนว่าเรากำลังจะเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่ไม่ใช่แค่ธรรมชาติ"
ทันใดนั้นเอง เงาร่างสูงใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงามืดของต้นไม้โบราณก็ปรากฏตัวขึ้น เขามีรูปร่างกำยำ ผิวสีเข้มราวกับรัตติกาล ดวงตาเรืองแสงสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง จมูกโด่ง คิ้วเข้ม ดวงตาของเขาจ้องมองมาที่เพลิงพิรุณอย่างไม่กระพริบ
"เจ้า... คือผู้ที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของข้าสินะ?" เสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมาจากลำคอของร่างปริศนา ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ต่ำและน่าสะพรึงกลัว
เพลิงพิรุณก้าวมายืนขวางปิ่นปักไว้ด้านหลัง ดวงตาของเขามองตรงไปที่ชายปริศนาอย่างไม่เกรงกลัว "ข้าคือเพลิงพิรุณ ผู้มาจากแดนไกล ข้าเพียงต้องการหาทางกลับบ้าน ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อผู้ใด"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า!" ร่างปริศนาหัวเราะเสียงดัง ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่น่าขันที่สุดในชีวิต "กลับบ้าน? ที่นี่คือบ้านของข้า! 'อาณาจักรแห่งสายฟ้า' ที่นี่ไม่มีที่สำหรับผู้บุกรุก!"
"ท่านคือผู้พิทักษ์ที่นี่หรือ?" เพลิงพิรุณถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
"ข้าคือ 'อัสนีราชันย์' ผู้ปกครองแห่งพายุและสายฟ้า! และเจ้า... คือผู้ที่จะต้องชดใช้ต่อการล่วงละเมิดของเจ้า!" อัสนีราชันย์ประกาศก้อง พลางยกมือขึ้น ร่างกายของเขาก็พลันปรากฏเกราะสีดำสนิทที่มีลวดลายสายฟ้าสลักอยู่ทั่วกาย
"ท่านพี่เพลิงพิรุณ... ข้า..." ปิ่นปักเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ต้องห่วงนะปิ่นปัก เจ้าจงหลบอยู่ข้างหลังข้า" เพลิงพิรุณกล่าวกับปิ่นปัก ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอัสนีราชันย์อีกครั้ง "หากนี่คือวิถีทางเดียวที่ท่านต้องการ ข้าก็พร้อมจะรับมือ"
อัสนีราชันย์ไม่รอช้า เขาเหวี่ยงมือออกไปอย่างรวดเร็ว สายฟ้าสีฟ้าเข้มพุ่งตรงมาที่เพลิงพิรุณอย่างรวดเร็ว ราวกับงูอสรพิษที่กำลังฉกกัด
เพลิงพิรุณไม่หลบเลี่ยง เขากลับยื่นมือออกไปตรงหน้า ปลายนิ้วของเขาส่องแสงสีแดงอมส้มอ่อนๆ พลังงานความร้อนแรงที่ปะทุออกมาจากฝ่ามือของเขาเข้าปะทะกับสายฟ้าอย่างจัง เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดไฟกระเด็นไปทั่วบริเวณ
"พลังของเจ้า... น่าสนใจ" อัสนีราชันย์กล่าวพลางเลิกคิ้วสูง เขาไม่เคยเจอผู้ใดที่สามารถต้านทานพลังสายฟ้าของเขาได้โดยตรงเช่นนี้มาก่อน
"และพลังของท่านก็ทรงพลังไม่น้อย" เพลิงพิรุณตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "แต่ข้ามีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าพลังอำนาจ นั่นคือความตั้งใจที่จะปกป้องคนที่ข้ารัก"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงไปอีก ระดับของสายฟ้าที่ฟาดลงมาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เร็วขึ้น และถี่ขึ้น ราวกับอัสนีราชันย์กำลังสั่งสมพลังทั้งหมดเพื่อโจมตีเพลิงพิรุณ
"เจ้าไม่เข้าใจหรอก... พลังคือทุกสิ่ง! และข้าคือผู้ที่ควบคุมมัน!" อัสนีราชันย์ตะโกนก้อง เขากระโดดขึ้นกลางอากาศ ร่างกายของเขาเริ่มเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า
"สายฟ้า... จงมารวมกัน! จงเป็นพายุที่โหมกระหน่ำ!"
เสียงของเขาดังก้องไปทั่วป่า ร่างกายของเขาพลันบิดเบี้ยว กลายสภาพเป็นพายุหมุนขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยประกายสายฟ้าสีฟ้า ฟาดเปรี้ยงลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง
"ท่านพี่!" ปิ่นปักร้องเสียงหลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
เพลิงพิรุณเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา เขาตั้งสมาธิรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี พลังความร้อนแรงแห่งไฟที่คุกรุ่นอยู่ภายในร่างของเขากำลังจะปะทุออกมา
"ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร หรือมีพลังอำนาจเพียงใด... ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดมาทำร้ายปิ่นปัก!" เพลิงพิรุณคำราม พลางยกมือขึ้นสองข้าง
"เปลวเพลิง... จงลุกโชน! จงแผดเผา! จงพิฆาต!"
ร่างของเพลิงพิรุณพลันเปล่งประกายแสงสีแดงเพลิงเจิดจ้าออกมา ล้อมรอบตัวเขาเป็นวงกลม ปะทะเข้ากับพายุสายฟ้าของอัสนีราชันย์
การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางพายุสายฟ้าที่โหมกระหน่ำ และเปลวเพลิงที่ลุกโชน การปะทะกันของสองพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบแบบไหน?
เพลิงพิรุณจะสามารถเอาชนะอัสนีราชันย์ ผู้เป็นทั้งราชาและผู้ปกครองแห่งสายฟ้าได้หรือไม่? และความปลอดภัยของปิ่นปักจะเป็นเช่นไรในสถานการณ์อันตรายนี้?
เรื่องราวของพวกเขาใกล้จะถึงบทสรุปแล้ว... แต่บทสรุปนั้นจะเป็นเช่นไร?

ชายาสายฟ้า: มหาเทพจำแลง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก