กลีบกุหลาบสีแดงก่ำบนถาดเงินยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของสายตาแก้ว แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นจากชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ดนัย ดวงตาคู่คมของเขากวาดมองสำรวจเธออย่างละเอียด ราวกับกำลังอ่านทุกอณูของจิตใจเธอที่กำลังสับสนและเต็มไปด้วยคำถาม
“คุณ… คุณคือใครคะ” เสียงของแก้วสั่นเครือเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติที่กำลังกระเจิดกระเจิงไปกับบรรยากาศรอบกายและสายตาของเขาที่จ้องลึกเข้ามา
ดนัยคลี่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ซ่อนเร้นบางอย่างไว้ “ผม ดนัย ครับ เป็นเจ้าของงานเลี้ยงคืนนี้… แล้วคุณล่ะครับ ชื่ออะไร”
น้ำเสียงทุ้ม นุ่ม ลึก ก้องกังวานในโสตประสาทของแก้ว ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกมนตราสะกด ดวงตาของเขายังคงไม่ละไปจากเธอ ราวกับมีพลังงานบางอย่างเชื่อมโยงกันอยู่
“แก้วค่ะ” เธอตอบเสียงเบา พยายามไม่สบตาเขาตรงๆ แต่ก็ยากเหลือเกินที่จะละสายตาไปจากแววตาอันทรงเสน่ห์นั้น
“คุณแก้ว… ชื่อเพราะครับ เหมาะกับคุณดี” ดนัยเอ่ย พลางก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมที่ผสมผสานกับกลิ่นกายของเขา ลอยมาแตะจมูกแก้ว ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
“ขอบคุณค่ะ” แก้วตอบอย่างตะกุกตะกัก เธอรู้สึกได้ถึงความกดดันอันละเอียดอ่อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันไม่ใช่ความกดดันที่น่ากลัว แต่เป็นความรู้สึกที่ทำให้เธอรู้สึกถึงอำนาจและความมั่นใจในตัวเองของเขา
“คุณดูเหมือนกำลังมีความลับบางอย่างอยู่ในใจนะครับ” ดนัยเอ่ยทาย พลางเอียงคอมองเธอเล็กน้อย ดวงตาของเขาส่องประกายระยิบระยับภายใต้แสงไฟระยิบระยับของโคมระย้า
แก้วสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าเขาจะมองเห็นอะไรได้ชัดเจนขนาดนั้น “เปล่าค่ะ… ฉันก็แค่… ตื่นเต้นกับงานเลี้ยงน่ะค่ะ” เธอพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติ แต่หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา
“งานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยผู้คนที่น่าสนใจ… หรือผู้คนที่เต็มไปด้วยความลับกันแน่” ดนัยย้อนถาม สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ งานเลี้ยงที่กำลังดำเนินไปอย่างครึกครื้น แต่ก็แฝงไปด้วยบรรยากาศที่ดูเหมือนจะมีบางอย่างมากกว่าที่ตาเห็น
แก้วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของงานเลี้ยงนี้ ผู้คนดูจะประดิษฐ์ประดอยเกินไป การสนทนาดูเหมือนจะมีความหมายซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังทุกถ้อยคำ
“คุณ… รู้สึกอย่างนั้นด้วยเหรอคะ” แก้วถามอย่างไม่มั่นใจ
“แน่นอนครับ” ดนัยตอบ พลางยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ “งานเลี้ยงแบบนี้… มักจะมีอะไรมากกว่าที่คุณเห็นเสมอ”
คำพูดของเขาทำให้แก้วรู้สึกยิ่งประหลาดใจ เธอไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจอใครที่เข้าใจความรู้สึกของเธอได้เร็วขนาดนี้ “แล้ว… คุณคิดว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังคะ”
ดนัยวางแก้วไวน์ลงบนถาดเงินอีกครั้ง แล้วหันกลับมาสบตาแก้ว ดวงตาของเขาดูเหมือนจะลึกล้ำกว่าเดิม “ความลับ… ความปรารถนา… หรือแม้แต่การหลอกลวง… บางทีอาจจะมีทุกอย่างปะปนกันไป”
คำพูดของเขาทำให้แก้วรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งสันหลัง เธอสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความหรูหราของงานเลี้ยงนี้
“ฉัน… ฉันไม่เข้าใจค่ะ” แก้วพูดอย่างแผ่วเบา
“ไม่เป็นไรครับ… คุณไม่ต้องเข้าใจทั้งหมดในตอนนี้” ดนัยเอ่ย พลางยื่นมือข้างหนึ่งมาสัมผัสที่หลังมือของแก้วเบาๆ “บางครั้ง… การค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละน้อย… มันก็สนุกดีเหมือนกัน”
สัมผัสของเขาทำให้แก้วใจสั่นไปทั้งดวง เธอรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกประหลาดใจ หวาดหวั่น และ… หวั่นไหวปะปนกันไปหมด
“คุณ… คุณกำลังจะบอกอะไรฉันคะ” แก้วถาม พยายามดึงมือกลับ แต่ก็ไม่สำเร็จ
“ผมกำลังจะบอกว่า… ผมสนใจคุณครับ คุณแก้ว” ดนัยเอ่ย น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความจริงจัง “สนใจในสิ่งที่คุณเป็น… และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของคุณ”
แก้วมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่กล้ากระพริบ เธอเห็นประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกสับสนปนเป มันไม่ใช่แค่ความสนใจแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่มันมีความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่านั้น
“คุณ… มองเห็นอะไรในดวงตาของฉันคะ” แก้วถามด้วยเสียงที่เบาลงกว่าเดิม
ดนัยก้มหน้าลงเล็กน้อย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแก้ว ราวกับกำลังไขปริศนาที่ซับซ้อนที่สุด “ผมเห็น… ความใสซื่อ… ความอ่อนโยน… แต่ก็มีความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่… และบางที… อาจจะมีบางอย่างที่คุณกำลังพยายามซ่อนไว้… จากตัวเอง… หรือจากคนอื่น”
คำพูดของเขาทำให้แก้วรู้สึกราวกับถูกปอกเปลือกออกทีละชั้น ความรู้สึกที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ มันถูกเขาจับได้ง่ายดายเหลือเกิน
“ฉัน… ไม่ได้ซ่อนอะไรค่ะ” แก้วพยายามปฏิเสธ แต่เสียงของเธอก็สั่นเครือ
“คุณแน่ใจหรือครับ” ดนัยเอ่ย พลางยิ้มมุมปากอีกครั้ง “บางที… เราอาจจะเจอความลับของกันและกัน… ในคืนนี้ก็ได้นะครับ”
เขาปล่อยมือจากแก้ว แล้วก้าวถอยหลังไปเล็กน้อย ทิ้งให้แก้วยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก
“ผมต้องไปทักทายแขกคนอื่นแล้ว” ดนัยเอ่ย “แต่หวังว่าเราจะได้คุยกันอีกนะครับ… คุณแก้ว”
เขาเดินจากไป ทิ้งให้แก้วยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาของเธอจับจ้องไปยังแผ่นหลังของเขาที่ค่อยๆ เลือนหายไปในกลุ่มผู้คน
แก้วสูดหายใจลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ เธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความตื่นเต้น ความหวาดกลัว และ… ความปรารถนา
เธอมองไปยังกลีบกุหลาบสีแดงก่ำบนถาดเงินอีกครั้ง มันยังคงอยู่ที่เดิม แต่ตอนนี้มันดูมีความหมายที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่แค่ดอกไม้ประดับงาน แต่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น
“นี่มัน… เรื่องอะไรกันแน่” แก้วพึมพำกับตัวเอง
เธอหันกลับไปมองรอบๆ งานเลี้ยงอีกครั้ง บรรยากาศที่เคยดูหรูหรา ตอนนี้กลับดูเต็มไปด้วยเงาและความลึกลับ ราวกับว่าทุกคนที่อยู่ในงานนี้ต่างก็มีเรื่องราวที่ต้องปิดบัง
ขณะที่แก้วกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิด สายตาของเธอก็ไปปะทะเข้ากับใบหน้าของชายคนหนึ่งที่ยืนมองเธออยู่ เขาไม่ใช่ใครที่เธอเคยเห็นในงานนี้มาก่อน ดวงตาของเขาคมกริบราวกับจะทะลุทะลวงเข้ามาในจิตวิญญาณของเธอ
ชายคนนั้นยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเย้ยหยันและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน แก้วรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากเขา มันเป็นพลังงานที่อันตราย แต่ก็น่าค้นหา
เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร หรือต้องการอะไร แต่เธอรู้สึกได้ว่าการพบเจอเขาในคืนนี้ อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าที่เธอจะคาดเดาได้
เช้าวันต่อมา แก้วเดินเข้ามาในสตูดิโอถ่ายทำด้วยความรู้สึกที่ยังคงไม่สงบนัก เหตุการณ์ในงานเลี้ยงเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ ภาพของดนัย ใบหน้าของชายคนนั้น และความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“มาแล้วเหรอแก้ว” เสียงของปัญญ์ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของสตูดิโอ “วันนี้มีงานสำคัญนะ”
แก้วพยักหน้ารับ พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ สตูดิโอที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ถ่ายทำ แสงไฟ และทีมงาน
“วันนี้เราจะถ่ายภาพเซ็ตใหม่สำหรับนิตยสารแฟชั่น” ปัญญ์กล่าว พลางเดินเข้ามาใกล้ “และแขกพิเศษของเราในวันนี้… ก็คือ… คุณดนัย”
คำพูดของปัญญ์ทำให้แก้วชะงักไปทั้งตัว หัวใจของเธอเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณ… ดนัยเหรอคะ” แก้วถามอย่างไม่แน่ใจ
“ใช่แล้ว” ปัญญ์ยิ้มกว้าง “เขาเพิ่งตกลงรับเป็นนายแบบให้เราเมื่อคืนนี้เอง… เขาบอกว่าประทับใจผลงานของเรามาก”
แก้วรู้สึกราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะได้เจอเขาอีกครั้งในสถานการณ์แบบนี้
ไม่นานนัก ร่างสูงสง่าของดนัยก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูสตูดิโอ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบา เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ตึงเปรี๊ยะภายใต้เนื้อผ้า ดวงตาคู่คมของเขากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่แก้ว
เมื่อสายตาของทั้งสองประสานกัน แก้วก็รู้สึกราวกับเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แววตาของดนัยยังคงมีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกสับสนปนเป มันเป็นประกายที่ทั้งเย้ายวนและท้าทาย
“สวัสดีครับ คุณแก้ว” ดนัยเอ่ย พลางเดินเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าที่สง่างาม “ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณในสถานที่แบบนี้นะครับ”
“ฉัน… ก็ไม่คิดเหมือนกันค่ะ” แก้วตอบอย่างตะกุกตะกัก พยายามรวบรวมสติ
“คุณปัญญ์เล่าให้ผมฟังว่าคุณเป็นช่างภาพฝีมือเยี่ยม” ดนัยกล่าว พลางมองสำรวจแก้วอย่างละเอียด “ผมหวังว่าคุณจะสามารถดึงเอาตัวตนที่แท้จริงของผมออกมาได้นะครับ… ในการถ่ายภาพครั้งนี้”
คำพูดของเขาทำให้แก้วรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่าง มันไม่ใช่แค่ความกดดันในการทำงาน แต่เป็นความกดดันที่มาจากสายตาของเขา ที่กำลังมองเธอด้วยความคาดหวัง และ… การท้าทาย
“ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ค่ะ” แก้วตอบ
“ดีครับ” ดนัยเอ่ย พลางยื่นมือมาวางที่บ่าของแก้วเบาๆ “ผมเชื่อว่า… เราจะสร้างสรรค์ผลงานที่น่าทึ่งด้วยกันนะครับ… คุณแก้ว”
สัมผัสของเขาทำให้แก้วรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง เธอเงยหน้ามองเขา และพบว่าดวงตาของเขากำลังจ้องมองเธออย่างลึกซึ้ง ราวกับจะอ่านทุกอย่างที่อยู่ในใจเธอ
“พร้อมแล้วใช่ไหมครับ” ดนัยถาม เสียงของเขาเบาลงกว่าเดิม
แก้วพยักหน้ารับ แม้ว่าภายในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมายก็ตาม
การถ่ายภาพได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางแสงไฟที่สว่างจ้า และสายตาของทีมงานทุกคนที่จับจ้องมาที่พวกเขา
แก้วยกกล้องขึ้นเล็งไปยังดนัย เธอพยายามที่จะโฟกัส แต่ภาพของเขากลับเบลอเลือนไป ราวกับมีม่านบางๆ ปกคลุมอยู่
“คุณเป็นอะไรไปครับ” เสียงของดนัยดังขึ้น ทำให้แก้วหลุดจากภวังค์
“เปล่าค่ะ… ไม่มีอะไร” แก้วตอบ พลางพยายามปรับโฟกัสอีกครั้ง
“คุณดูเหมือนกำลังคิดถึงเรื่องอื่นนะครับ” ดนัยเอ่ย พลางยิ้มมุมปาก “หรือว่า… คุณกำลังคิดถึงงานเลี้ยงเมื่อคืน”
คำพูดของเขาทำให้แก้วหน้าแดงก่ำ เธอไม่คิดว่าเขาจะจำเรื่องราวในคืนนั้นได้แม่นยำขนาดนี้
“ฉัน… กำลังทำงานค่ะ” แก้วตอบเสียงแข็ง
“ผมรู้ครับ” ดนัยกล่าว พลางโน้มตัวเข้ามาใกล้แก้วอีกนิด “แต่บางที… การนำความรู้สึกบางอย่างเข้ามาในการทำงาน… มันก็ช่วยให้งานออกมาดีขึ้นนะครับ”
เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ แล้วค่อยๆ เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลงกว่าเดิม “คุณจำได้ไหมครับ… สิ่งที่ผมบอกคุณในคืนนั้น… ว่าผมสนใจคุณ”
แก้วเงยหน้าขึ้นมองเขา ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว เธอไม่รู้ว่าควรจะตอบเขาอย่างไร
“วันนี้… ผมอยากให้คุณแสดงความสนใจนั้นออกมา… ผ่านเลนส์กล้องของคุณ” ดนัยเอ่ย พลางยกมือขึ้นมาประคองแก้มของแก้วเบาๆ “แสดงให้ผมเห็น… ว่าคุณอยากจะสำรวจตัวตนที่ซ่อนเร้นของผม… แค่ไหน”
สัมผัสของเขาทำให้แก้วรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นจากภายใน เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขา และพบว่ามันกำลังเปล่งประกายด้วยแรงปรารถนาบางอย่าง
“คุณ… ทำอะไรคะ” แก้วถามเสียงสั่น
“ผมกำลังจะเปิดเผยบางอย่าง… ที่คุณอาจจะคาดไม่ถึง” ดนัยตอบ พลางโน้มหน้าเข้ามาใกล้แก้วอีกนิด “และผมอยากให้คุณ… เป็นคนแรกที่ได้เห็นมัน”
ลมหายใจของทั้งสองเริ่มติดขัดขณะที่ใบหน้าของพวกเขากำลังเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ แก้วรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา มันเป็นความร้อนที่ทำให้เธอรู้สึกทั้งกลัวและปรารถนาในเวลาเดียวกัน
“คุณ… พร้อมแล้วหรือยังครับ… คุณแก้ว” ดนัยกระซิบถาม เสียงของเขาแฝงไปด้วยความเร่าร้อน
แก้วไม่สามารถตอบอะไรได้ เธอเพียงแค่หลับตาลง ปล่อยให้ร่างกายของเธอตอบสนองต่อความรู้สึกที่กำลังถาโถมเข้ามา
นี่ไม่ใช่แค่การถ่ายภาพอีกต่อไป… นี่คือการเผชิญหน้าที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม และอาจนำไปสู่บางสิ่งที่เหนือกว่าที่เธอจะจินตนาการได้…
(จบตอนที่ 14)

มนตรามายาใจ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก