พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 1 — เงาเหยียบย่างในราตรีกาล

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,280 คำ

หมอกบางเบาคลอเคลียราวกับม่านกำมะหยี่สีเทา ลอยอ้อยอิ่งคลุมตรอกแคบๆ ที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา เสียงหอนโหยหวนของสุนัขจรจัดดังแว่วมาเป็นระยะๆ ผสมผสานกับเสียงฉี่รดกำแพงที่ดังเป็นครั้งคราว ส่องให้เห็นถึงความสกปรกโสมมและชีวิตอันไร้ค่าของผู้คนที่อาศัยอยู่ในมุมมืดของมหานครแห่งนี้ ท่ามกลางความอับเฉาและความเน่าเฟะนั้น กลับมีร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้น ‌ราวกับปีศาจที่ถือกำเนิดขึ้นจากเงามืด

พยัคฆ์ ชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงสง่า กำยำสมส่วน ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงจันทร์อันริบหรี่ราวกับเป็นประกายของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะตะครุบเหยื่อ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มประดับด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากซ้าย ซึ่งบ่งบอกถึงการต่อสู้อันโชกโชนที่ผ่านมา สวมชุดสีดำสนิทที่กลมกลืนไปกับความมืด ​ราวกับถูกถักทอขึ้นจากเส้นใยแห่งราตรีกาล ผ้าที่สวมใส่มีความยืดหยุ่นสูง ปราศจากเสียงเสียดสีใดๆ แม้แต่เสียงหายใจของเขาก็ยังแผ่วเบาราวกับสายลม

เขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วราวกับแมวป่าที่ย่องเหยื่อ ปีนป่ายไปตามผนังตึกที่ผุพังได้อย่างง่ายดาย ราวกับว่ากำแพงเหล่านั้นเป็นเพียงบันไดธรรมดาๆ มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยกร้านจากการทำงานหนัก คอยคว้าจับทุกสิ่งอย่างมั่นคง ‍เหยียบย่างไปบนขอบหน้าต่างที่แตกหักอย่างแม่นยำ ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน พยัคฆ์ไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยว เขามีเพื่อนสนิทร่วมทางเสมอ คือความมืด และเสียงกระซิบของลมที่พัดผ่าน

"อีกไม่นานเกินรอ" เสียงทุ้มต่ำของพยัคฆ์ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง ‌สายตาของเขากวาดมองไปยังอาคารสูงตระหง่านที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อาคารหลังนั้นสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากตะเกียงที่จุดเอาไว้ภายใน แตกต่างจากสภาพแวดล้อมรอบข้างโดยสิ้นเชิง มันคือคฤหาสน์ของขุนนางชื่อดัง "เจ้าสัวสมบูรณ์" ผู้ร่ำรวยมหาศาลจากการรีดไถประชาชน และเบียดบังภาษีอากรของแผ่นดิน

"เจ้าสัวสมบูรณ์... ข้าจะทำให้เจ้ารู้สำนึก" ‍เขาพึมพำ ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว ทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยในคราวเดียวกัน

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ชีวิตของพยัคฆ์ หรือ ไพร ในเวลานั้น ไม่ได้แตกต่างจากชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ​เขาเป็นลูกชายของชาวนาผู้ขยันขันแข็ง มีความฝันอันเรียบง่าย คือการมีชีวิตที่ดีขึ้น เลี้ยงดูมารดาที่ป่วยไข้ และสร้างครอบครัวเล็กๆ ที่อบอุ่น แต่ความฝันนั้นก็ต้องมลายหายไป เมื่อ ​"เจ้าสัวสมบูรณ์" ได้เข้ามาในชีวิตของเขา

ที่ดินทำกินของครอบครัวไพร ถูกประกาศให้เป็นที่สาธารณะเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างตามนโยบายของขุนนางผู้มีอำนาจ ไพรพยายามประท้วง ยื่นเรื่องร้องเรียนทุกวิถีทาง แต่ทุกอย่างกลับถูกปัดตก เขาถูกกดขี่ ถูกใส่ร้าย ​และถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส มารดาของเขาซึ่งป่วยอยู่แล้ว ก็ยิ่งทรุดหนักลงไปอีก จนสุดท้ายก็เสียชีวิตไปอย่างน่าเวทนา ทิ้งไว้เพียงความแค้นและความทรงจำอันเจ็บปวด

นับแต่วันนั้น ไพรก็เปลี่ยนไป เขาละทิ้งชื่อเดิม สลัดคราบชาวนาผู้ใสซื่อ และกลายเป็น "พยัคฆ์" นักสู้ผู้ปราดเปรียวและดุดัน เขาใช้ชีวิตอยู่ในตรอกซอกซอยแห่งนี้ เรียนรู้วิชาการต่อสู้จากผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคยเป็นทหารผ่านศึก และฝึกฝนร่างกายอย่างหนักหน่วง วันแล้ววันเล่าคืนแล้วคืนเล่า เพื่อเป้าหมายเดียว คือการล้างแค้นให้กับมารดา และทวงความยุติธรรมให้กับผู้คนที่ถูกขุนนางคดโกงเหล่านี้กดขี่

"กริ๊ง!"

เสียงนาฬิกาโบราณในหอนาฬิกาประจำเมืองดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกเวลาเที่ยงคืน พยัคฆ์เห็นทหารยามสี่นาย เดินตรวจตราตามปกติ พวกเขาสวมชุดเครื่องแบบสีแดงสด ถือทวนยาว และมีใบหน้าหงุดหงิดจากการทำงานในอากาศอันเหน็บหนาว

"เฮ้! พวกมึงเห็นอะไรเคลื่อนไหวบ้างไหมวะ?" หนึ่งในทหารยามตะโกนถามเพื่อนร่วมงานด้วยเสียงหงุดหงิด

"ไม่เห็นว่ะ! คงเป็นแค่แมวแถวนี้แหละ หรือไม่ก็พวกขี้ยามานั่งเสพสุขกัน" อีกคนตอบพลางถอนหายใจ

พยัคฆ์ยิ้มมุมปาก เขาปล่อยให้พวกมันเข้าใจผิดต่อไป การที่คนพวกนี้ประมาท คือข้อได้เปรียบของเขา

เขาปีนขึ้นไปบนหลังคาของอาคารเตี้ยๆ ที่อยู่ตรงข้ามคฤหาสน์เจ้าสัวสมบูรณ์ จากจุดนี้ เขาสามารถมองเห็นทุกอย่างภายในบริเวณคฤหาสน์ได้อย่างชัดเจน แสงไฟจากตะเกียงที่ส่องสว่างภายใน ทำให้เขาสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวของเหล่าคนรับใช้ และทหารยามประจำบ้านได้อย่างง่ายดาย

"เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว" เขาพึมพำ แล้วหยิบมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา มันเป็นมีดที่ทำจากเหล็กชั้นดี คมกริบจนสามารถเฉือนกระดาษได้โดยไม่ติดขัด

พยัคฆ์มองหาช่องทางเข้า คฤหาสน์หลังนี้มีกำแพงสูงล้อมรอบ และมีป้อมยามอยู่หลายจุด การจะบุกเข้าไปแบบซึ่งๆ หน้าคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขาจึงต้องใช้ความสามารถในการลอบเร้นของเขา

สายตาของเขาสะดุดเข้ากับมุมหนึ่งของกำแพง ที่มีต้นไม้เลื้อยปกคลุมจนหนาทึบ เป็นจุดที่ทหารยามมักจะมองข้าม และเป็นจุดที่สามารถปีนขึ้นไปได้โดยไม่ต้องใช้บันได

"เจอแล้ว"

เขาเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบราวกับเงา ลัดเลาะไปตามหลังคาต่างๆ กระโดดข้ามระหว่างอาคารด้วยความคล่องแคล่วไร้เสียง เสียงลมที่พัดแรงขึ้น เป็นเหมือนฉากบังหน้าชั้นดีให้กับการเคลื่อนไหวของเขา

เมื่อถึงจุดหมาย พยัคฆ์ก็ค่อยๆ ปลดปล่อยเชือกเส้นเล็กที่พันรอบเอวของเขาออกมา มันคือเชือกที่ทำจากใยไหมพิเศษ มีความแข็งแรงแต่ยืดหยุ่นสูง และมีตะขอเกี่ยวที่ทำจากโลหะพิเศษสามารถยึดเกาะกับพื้นผิวได้ทุกชนิด

เขาเหวี่ยงตะขอขึ้นไปบนยอดกำแพง เสียง "กริ๊ก" เบาๆ ดังขึ้นเมื่อตะขอเกี่ยวเข้าที่อย่างมั่นคง พยัคฆ์ออกแรงดึงเชือกเพื่อทดสอบความแข็งแรง ก่อนจะเริ่มปีนขึ้นไป

การปีนป่ายครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา กำแพงสูงชัน และต้นไม้เลื้อยก็มีหนามแหลมคม แต่พยัคฆ์ก็ยังคงใช้ความอดทนและความแข็งแกร่งของร่างกายปีนขึ้นไปทีละน้อย มือของเขาเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา แต่เขาก็ไม่เคยหยุด

ในที่สุด เขาก็ปีนขึ้นไปถึงยอดกำแพงได้สำเร็จ เขาหมอบตัวลงมองลงไปยังภายในบริเวณคฤหาสน์ ทหารยามสองนายกำลังยืนคุยกันอยู่ตรงโคนต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณนั้น

"คืนนี้อากาศหนาวชะมัดเลยวะ" นายทหารคนหนึ่งพูดพลางกอดอก

"เออ... แต่ได้ข่าวว่าวันนี้เจ้าสัวจะจัดงานเลี้ยงใหญ่เชียวนะ ได้ยินว่ามีของกินอร่อยๆ เยอะแยะเลย" อีกคนพูดพลางกลืนน้ำลาย

พยัคฆ์อมยิ้ม เขาจำได้ว่าเจ้าสัวสมบูรณ์เป็นคนชอบโอ้อวด และจัดงานเลี้ยงหรูหราฟุ่มเฟือยอยู่เสมอ แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะอดอยากก็ตาม

"ของกินเยอะแยะ... ก็คงมาจากน้ำพักน้ำแรงของชาวบ้านนั่นแหละ" พยัคฆ์พึมพำ

เขาค่อยๆ ปลดตะขอออกจากเชือก แล้วเก็บเชือกเข้าที่อย่างรวดเร็ว เขาตัดสินใจจะใช้ทางเข้าลับที่เขาเคยสำรวจเอาไว้ก่อนหน้านี้

เขาเคลื่อนตัวลงจากกำแพงอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าไปยังมุมมืดของสวนหลังคฤหาสน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเก็บของเก่าๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใช้งาน

"หวังว่ากลไกยังทำงานดีอยู่นะ" เขาคิด

เขามาถึงโรงเก็บของเก่า มันมีลักษณะเป็นอาคารเล็กๆ ที่มีประตูไม้เก่าๆ บานหนึ่ง พยัคฆ์ก้มลงมองไปที่พื้นดินรอบๆ ประตู เขามองเห็นรอยเท้าเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงการใช้งานอยู่บ้าง

เขาค่อยๆ ก้มลง คลำหาอะไรบางอย่างที่พื้นดินใต้พุ่มไม้ที่รกทึบ มือของเขาสัมผัสได้ถึงแผ่นหินที่ถูกฝังไว้ เขามีความรู้เรื่องกลไกโบราณอยู่บ้างจากการที่เคยคลุกคลีกับช่างฝีมือในอดีต

"แผ่นหินนี่เอง..."

เขาออกแรงกดแผ่นหินนั้นไปตามทิศทางที่เขากะไว้ เสียง "คลิก" เบาๆ ดังขึ้น พร้อมกับกลไกภายในประตูที่ทำงาน ประตูไม้เก่าๆ บานนั้นค่อยๆ แง้มออกเล็กน้อย เผยให้เห็นความมืดมิดภายใน

พยัคฆ์ค่อยๆ สอดตัวเข้าไปในช่องว่างนั้น เขาต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เพราะไม่รู้ว่าภายในจะมีกับดักอะไรซ่อนอยู่หรือไม่

เมื่อเข้ามาภายใน เขาพบว่าตัวเองอยู่ในห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นและใยแมงมุม กลิ่นอับชื้นของความเก่าแก่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว เขาหยิบเอาตะเกียงเล็กๆ ที่พกติดตัวมา จุดไฟขึ้น แสงสีส้มสลัวสาดส่องไปทั่วบริเวณ

"อืม... เก่าจริง"

เขาสำรวจห้องใต้ดินอย่างละเอียด เขาพบว่ามันเชื่อมต่อกับทางเดินใต้ดินอีกสายหนึ่ง ซึ่งน่าจะพาเขาไปยังส่วนลึกของคฤหาสน์ได้

"ต่อไปก็คือเป้าหมายจริงๆ"

พยัคฆ์เดินลึกเข้าไปในทางเดินใต้ดิน เขาใช้ความระมัดระวังทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับไม่เคยมีอยู่จริง ราวกับว่าเขากำลังลอยไปในอากาศ

เขามุ่งหน้าไปยังคลังเก็บทรัพย์สินของเจ้าสัวสมบูรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นใต้ดินลึกที่สุดของคฤหาสน์ เขาเคยได้ยินข่าวลือมาว่า ที่นั่นเก็บสมบัติอันล้ำค่ามากมาย ทั้งเงินทอง อัญมณี และสิ่งของมีค่าอื่นๆ ที่เจ้าสัวได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของประชาชน

เมื่อเขามาถึงประตูเหล็กหนาทึบขนาดใหญ่ พยัคฆ์ก็หยุดชะงัก เขารู้ดีว่าประตูนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดออก

"คงต้องใช้กำลังหน่อยแล้ว"

เขาค่อยๆ วางตะเกียงลง แล้วเริ่มทำงาน พยัคฆ์ใช้เครื่องมือที่เขาพกติดตัวมา เป็นแท่งเหล็กแข็งแรงที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการงัดแงะ และปีนป่าย

เขาค่อยๆ สอดปลายแท่งเหล็กเข้าไปในรอยต่อระหว่างประตูเหล็กกับวงกบ แล้วออกแรงงัดอย่างช้าๆ เสียงไม้ครูดกับเหล็กดังขึ้นเบาๆ

"แกร็ก! แกร็ก!"

เหงื่อเริ่มผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของพยัคฆ์ เขารู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เขาต้องรีบทำให้เสร็จก่อนที่จะมีใครมาพบ

ในที่สุด ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ประตูเหล็กหนาทึบก็ค่อยๆ โก่งตัวออกเล็กน้อย เกิดเป็นช่องว่างขนาดพอที่เขาจะสอดตัวเข้าไปได้

พยัคฆ์ไม่รอช้า เขาปล่อยเชือกที่ใช้ในการปีนป่ายลงไป แล้วกระโดดลงไปในความมืดมิดของคลังสมบัติ

เขาลุกขึ้นยืน แล้วหยิบตะเกียงขึ้นมาส่อง แสงไฟสาดส่องไปยังกองสมบัติที่กองอยู่เต็มห้อง เหรียญทองคำส่องประกายระยิบระยับ อัญมณีหลากสีสันเปล่งประกายราวกับดวงดาว ถุงผ้าที่เต็มไปด้วยเงินก็ถูกวางซ้อนกันเป็นตั้ง

"นี่แหละ... สิ่งที่เจ้าสัวสมบูรณ์ได้จากหยาดเหงื่อของประชาชน" พยัคฆ์พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขมขื่น

เขาเริ่มลงมือเก็บสมบัติบางส่วนใส่ลงในย่ามหนังที่เขาเตรียมมา เขาไม่ได้ต้องการทั้งหมด เขาเพียงต้องการเอาของที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นหลักฐานการคอร์รัปชันของเจ้าสัวสมบูรณ์

ขณะที่เขากำลังเก็บสมบัติอยู่นั้น จู่ๆ เสียงฝีเท้าอันดังก็ดังขึ้นมาจากทางเดินด้านนอก

"ใครอยู่นั่น! ออกมาเดี๋ยวนี้!"

เสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดของทหารยามดังขึ้น พยัคฆ์รู้ตัวทันทีว่าเขาถูกจับได้

"แย่แล้ว..."

เขาหันไปมองประตูเหล็กที่เขาเพิ่งจะงัดเข้ามา แต่ตอนนี้มันก็ปิดลงไปเกือบสนิทแล้ว

"ไม่เป็นไร... ข้าจะสู้!"

พยัคฆ์กัดฟันแน่น เขาหยิบมีดสั้นคู่ใจขึ้นมาเตรียมพร้อม ท่ามกลางแสงไฟสลัวของตะเกียง เงาร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ

"เปิดประตู! พวกแกเห็นอะไรเคลื่อนไหวในนั้นไหม!" เสียงทหารยามดังขึ้นอีกครั้ง

ประตูเหล็กเริ่มถูกงัดอีกครั้ง คราวนี้มาจากภายนอก

พยัคฆ์มองไปยังกองสมบัติ แล้วมองไปยังทางเข้าที่กำลังจะถูกเปิดออก เขาตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

"ข้าต้องหนีออกไปให้ได้!"

การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด และเพื่อนำหลักฐานชิ้นสำคัญออกไปสู่โลกภายนอก กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในคลังสมบัติอันมืดมิดแห่งนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!