พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 2 — เงาในตรอก และเสียงกระซิบแห่งความแค้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 934 คำ

หมอกยามเช้าที่ยังคงกรุ่นอยู่ตามตรอกซอกซอยอันมืดมิดของกรุงศรีวิไล ยังคงทำหน้าที่ปกปิดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงอิฐผุพัง เสียงหอนโหยหวนของสุนัขจรจัดที่เคยดังแว่วมาเมื่อคืน ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดพาเศษใบไม้แห้งให้กลิ้งไปมาตามพื้นดินที่ชื้นแฉะ แสงแดดรำไรลอดผ่านช่องว่างระหว่างหลังคาที่ผุพัง สาดส่องลงมาเป็นลำแสงสีทอง ‌หายใจเข้าทีไร ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอับชื้นของตะไคร่น้ำ ปะปนกับกลิ่นฉุนของปัสสาวะที่ยังคงค้างอยู่

พยัคฆ์ลุกขึ้นยืนจากการนอนขดตัวภายใต้เศษผ้าเก่าๆ ที่พอจะให้ความอบอุ่นได้บ้าง ร่างกายที่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้กลับปวดเมื่อยไปทั่วทุกส่วนจากการนอนบนพื้นแข็งๆ เขาขยับกายอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ​เพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดวิ่นเป็นบางแห่ง แต่ยังคงทำหน้าที่ปกปิดร่างกายได้ดีพอสมควร ใบหน้าของเขาซูบผอมลงกว่าเดิม แต่แววตาที่ฉายประกายความมุ่งมั่นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

"อีกวันแล้วสินะ..." พยัคฆ์พึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจากการขาดน้ำและการอดนอน "ชีวิตในตรอกนี้มันก็วนเวียนอยู่แค่นี้จริงๆ"

เขาเดินโซซัดโซเซไปยังมุมหนึ่งของตรอก ‍ที่มีแอ่งน้ำเล็กๆ ที่เกิดจากการรั่วซึมของท่อน้ำเก่า เขาโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างรองน้ำขึ้นมาดื่มอย่างกระหาย พลางครุ่นคิดถึงแผนการที่จะต้องทำให้สำเร็จในวันนี้

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ขณะที่พยัคฆ์กำลังจะหลับตาลง ปรากฏร่างเงาหนึ่งปรากฏขึ้นจากความมืด มันคือหญิงชราคนหนึ่ง ดวงตาของนางยังคงฉายแววเฉลียวฉลาด ‌แม้ใบหน้าจะเหี่ยวย่นตามกาลเวลา

"แกยังไม่ยอมแพ้สินะ พยัคฆ์" เสียงของนางแหบพร่า แต่เต็มไปด้วยอำนาจบางอย่าง

"ท่านยาย..." พยัคฆ์พยักหน้าตอบ "ข้าจะยอมแพ้ได้อย่างไร ในเมื่อความยุติธรรมยังไม่บังเกิด"

"ความยุติธรรมน่ะ มันเป็นของที่หายากยิ่งกว่าทองคำในยุคนี้เสียอีก" ‍หญิงชรากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อย "แต่ข้ามีข่าวบางอย่างที่จะช่วยให้แกมีกำลังใจมากขึ้น"

นางยื่นม้วนกระดาษเล็กๆ ให้กับพยัคฆ์ "นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับคลังของขุนนางใจอำมหิตนามว่า 'เจ้าพระยาเวียงจันทร์' ว่ากันว่าที่นั่นเก็บทรัพย์สมบัติล้ำค่ามากมายที่มันได้มาจากหยาดเหงื่อและน้ำตาของชาวบ้าน"

พยัคฆ์รับม้วนกระดาษมาด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเขาเต้นระรัว "ข้าจะไปปล้นมันมา ​แล้วเอาคืนให้กับผู้ที่สมควรได้รับ!"

"ใจเย็นก่อน พยัคฆ์" หญิงชรากล่าวห้าม "การปล้นคลังสมบัติไม่ใช่เรื่องง่าย ขุนนางผู้นี้มีทหารองครักษ์ที่แข็งแกร่งและมากฝีมือหลายสิบนาย เจ้าต้องวางแผนให้รอบคอบ"

"ข้าเข้าใจแล้ว ท่านยาย" พยัคฆ์ตอบรับอย่างมั่นใจ ​"ข้าจะทำให้สำเร็จ"

หญิงชราพยักหน้าอย่างเห็นชอบ "ข้าเชื่อในตัวแก พยัคฆ์ ขอให้โชคดี"

หลังจากนั้นร่างของนางก็เลือนหายไปในความมืด ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย

พยัคฆ์กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง การดื่มน้ำทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย เขาคลี่ม้วนกระดาษออกอย่างระมัดระวัง ตัวอักษรที่ถูกเขียนด้วยน้ำหมึกสีดำอย่างบรรจง ​บรรยายถึงที่ตั้งของคลังสมบัติ แผนผังของอาคาร และจำนวนทหารองครักษ์ที่เฝ้าระวัง

"เจ้าพระยาเวียงจันทร์..." พยัคฆ์ทวนชื่อขุนนางชั่วช้า ร่างกายของเขาเริ่มกระชับกล้ามเนื้อ ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ "แกจะไม่มีวันได้สุขสบายไปกว่านี้อีกแล้ว"

เขาเก็บม้วนกระดาษไว้ในกระเป๋าเสื้อที่ขาดวิ่น ก่อนจะเดินออกจากตรอกมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองหลวง

ยามที่พยัคฆ์ก้าวเข้าสู่ถนนสายหลักของกรุงศรีวิไล ภาพที่เห็นก็ยิ่งทำให้เขาขุ่นเคืองใจยิ่งขึ้น บ้านเรือนของผู้ดีมีอันจะกินตั้งตระหง่านอย่างโอ่อ่า ขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ผู้คนเดินสวนกันไปมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย บางคนก็กำลังขนสัมภาระเข้าออกตามร้านรวง เสียงจอแจของผู้คนดังเซ็งแซ่

พยัคฆ์เดินแทรกตัวไปตามฝูงชน พยายามทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม สายตาของเขายังคงกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เขาเห็นทหารยามยืนประจำการอยู่ตามจุดต่างๆ ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายเกินไป ราวกับว่าไม่มีภัยอันตรายใดจะเข้ามาถึงเมืองแห่งนี้ได้

"พวกมันคงไม่เคยคิดว่าจะมีคนกล้าบุกเข้าไปในคลังของพวกมัน" พยัคฆ์คิดในใจ "แต่ข้าคือพยัคฆ์ ข้าไม่เคยกลัวอะไร"

เขาเดินไปตามตรอกซอยเล็กๆ ที่ซับซ้อนกว่าเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสายตาของผู้คนจับจ้อง เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงย่านที่พักอาศัยของขุนนางชั้นสูง บ้านแต่ละหลังล้วนสร้างด้วยอิฐและไม้เนื้อดี มีรั้วรอบขอบชิด และมีทหารยามคอยรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา

ในที่สุด พยัคฆ์ก็มาถึงหน้าคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ใหญ่โตมโหฬารกว่าหลังอื่นๆ กำแพงอิฐสูงตระหง่านถูกเสริมด้วยเหล็กแหลมคม มีทหารองครักษ์สวมชุดเกราะสีแดงเข้มยืนประจำการอยู่ตามเชิงเทินหลายนาย ดวงตาของพวกเขาคมกริบและดูเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่าเฝ้ามาทั้งคืน

"นั่นสินะ คลังสมบัติของเจ้าพระยาเวียงจันทร์" พยัคฆ์พึมพำ

เขาแอบซ่อนตัวอยู่หลังกอไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก กวาดสายตามองดูความเคลื่อนไหวรอบๆ คฤหาสน์ พลางคิดหาวิธีที่จะแทรกตัวเข้าไปโดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังขึ้นมาจากด้านในคฤหาสน์ พยัคฆ์รีบหมอบลงต่ำ เขาเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากประตูใหญ่ กลุ่มคนเหล่านั้นสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูหรูหรา บ่งบอกว่าเป็นเจ้านาย พวกเขากำลังหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

"ข้าว่าคืนนี้เราไปดื่มเหล้าที่โรงเตี๊ยม 'มังกรทอง' กันดีกว่า" หนึ่งในนั้นกล่าว "จะได้ฉลองความสำเร็จของข้าวันนี้"

"เยี่ยมไปเลยท่าน" อีกคนตอบรับ "ข้าก็อยากจะหาอะไรสนุกๆ ทำเหมือนกัน"

ขณะที่กลุ่มคนเหล่านั้นกำลังจะก้าวออกไปนอกประตู พลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากอีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์

"โจร! โจร! มีคนบุกเข้ามา!"

เสียงตะโกนดังก้องไปทั่วบริเวณ ทหารองครักษ์ที่ยืนเฝ้าประตูถึงกับสะดุ้งโหยง รีบหันไปมองต้นเสียง

"เกิดอะไรขึ้น?" หนึ่งในทหารองครักษ์ตะโกนถาม

"ข้าไม่รู้! แต่มีคนเห็นเงาคนกำลังปีนข้ามกำแพงด้านหลัง!"

กลุ่มเจ้านายที่กำลังจะออกไปดื่มเหล้าถึงกับหน้าซีดเผือด รีบหันหลังกลับเข้าไปในคฤหาสน์ทันที

พยัคฆ์ได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือโอกาสทองของเขา แม้จะไม่ได้เป็นแผนการของเขา แต่สถานการณ์นี้กลับเปิดช่องให้เขาได้เปรียบ

"บางที...ก็ไม่ต้องวางแผนทุกอย่างก็ได้" พยัคฆ์คิดในใจ "บางครั้ง สวรรค์ก็ช่วยเราเอง"

เขาไม่รอช้า รีบวิ่งออกจากที่ซ่อน มุ่งตรงไปยังกำแพงด้านหลังคฤหาสน์ที่ทหารองครักษ์ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย

เมื่อไปถึง พยัคฆ์ก็เห็นทหารสองนายกำลังวิ่งกรูไปยังทิศทางที่เสียงตะโกนดังมาจาก เขาเห็นเงาตะคุ่มๆ ของใครบางคนกำลังปีนข้ามกำแพงจริงๆ

"ใครกัน?" พยัคฆ์สงสัย เขาไม่เคยบอกใครเรื่องแผนการนี้

แต่ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ ชายที่ปีนข้ามกำแพงมาก็กระโดดลงมายังพื้นดินเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างบอบบาง สวมใส่เสื้อผ้าสีดำสนิท และมีผ้าปิดบังใบหน้าจนเกือบมิด

เมื่อชายหนุ่มคนนั้นเงยหน้าขึ้น พยัคฆ์ก็ถึงกับตะลึง

"เจ้า..."

ใบหน้าภายใต้ผ้าปิดบังนั้น คือใบหน้าที่คุ้นเคย... ใบหน้าที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เจออีก

"พยัคฆ์?" ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยชื่อเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน

ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่ง ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ ทหารสองนายที่กำลังวิ่งกรูมาถึง ก็เห็นทั้งคู่เข้าพอดี

"จับมัน!" หนึ่งในทหารตะโกน

พยัคฆ์และชายหนุ่มปริศนาไม่มีเวลาอธิบาย เขาต้องรีบหนีไปก่อนที่จะถูกจับได้

"ตามข้ามา!" พยัคฆ์ตะโกน พร้อมกับคว้าแขนของชายหนุ่มคนนั้น แล้วพาวิ่งหายเข้าไปในตรอกที่มืดมิดอีกครั้ง

การเผชิญหน้ากับบุคคลที่ไม่คาดคิดนี้ ทำให้พยัคฆ์เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับแผนการของตัวเอง และการปรากฏตัวของชายหนุ่มปริศนาคนนี้ จะนำพาเขาไปสู่อันตราย หรือจะกลายเป็นพันธมิตรที่สำคัญในการต่อสู้ครั้งนี้

เงาที่เคยปกคลุมตรอกซอกซอยแห่งนี้ บัดนี้กลับมีเงาใหม่ปรากฏขึ้น ชายหนุ่มปริศนาที่เต็มไปด้วยความลับ และปริศนาที่รอการคลี่คลาย...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!