พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 3 — สัญญาณอันตรายจากเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,125 คำ

แสงอรุณยามเช้าพยายามสาดส่องผ่านชั้นหมอกหนาทึบที่ยังคงปกคลุมตรอกแคบๆ ของกรุงศรีวิไล ราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวใหม่ให้กับเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความลับซ่อนเร้น เสียงหอนโหยหวนของสุนัขจรจัดที่เคยดังประสานเสียงในยามค่ำคืน บัดนี้เงียบสงัดลง คงเหลือไว้เพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายลมที่พัดพาเอาเศษใบไม้แห้งและกลิ่นอับชื้นจากกำแพงอิฐผุพังให้ล่องลอยไปตามทาง

พยัคฆ์ ลืมตาตื่นขึ้นมาจากนิทราอันแสนสั้นบนกองฟางเก่าๆ ที่เขาเลือกใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราว ‌ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ตรอกเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเงาตะคุ่มของอาคารเก่าแก่ สิ่งที่เขามองเห็นไม่ใช่เพียงภาพของความทรุดโทรม แต่คือแผนที่แห่งการเอาตัวรอดของเขาในเมืองใหญ่ที่ไร้เมตตานี้

เมื่อคืนที่ผ่านมา เขาได้พบกับ "เงา" ชายลึกลับที่เสนอข้อตกลงบางอย่างให้ ​การพูดคุยนั้นสั้นกระชับ แต่เต็มไปด้วยความหมายที่ซ่อนเร้น พยัคฆ์ยังคงจดจำคำพูดของเงาได้ดี "ข้าต้องการคนที่มีฝีมือ...และกล้าพอที่จะสั่นคลอนอำนาจที่เน่าเฟะในเมืองนี้...ถ้าเจ้าสนใจ...มาพบข้าที่โรงเตี๊ยม 'จิ้งจอกเก้าหาง' ในอีกสามวันข้างหน้า...พร้อมข่าวสารที่ข้าต้องการ"

ข่าวสารที่เงาต้องการคืออะไร? และข้อตกลงนั้นจะนำพาเขาไปสู่หนทางใด? คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของพยัคฆ์ ‍แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญในขณะนี้คือการดำรงชีวิตไปวันๆ และการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ "ขุนนางที่คดโกง" ที่เงาได้กล่าวถึง

เขาลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย รู้สึกถึงความปวดเมื่อยตามร่างกายจากการนอนบนพื้นแข็งๆ เขามีเพียงเสื้อผ้าขาดๆ หนึ่งชุด ‌และมีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าบูทเก่าๆ แต่สิ่งที่เขาไม่เคยขาดคือความมุ่งมั่นและความเด็ดเดี่ยว

"ได้เวลาออกหากินแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาดังลอดออกมาจากลำคอ

พยัคฆ์ก้าวเท้าออกจากตรอกแคบๆ สู่ถนนสายหลักของกรุงศรีวิไล แม้จะเป็นยามเช้าตรู่ ผู้คนเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของกันบ้างแล้ว แต่บรรยากาศยังคงมีความเงียบสงัดปะปนอยู่ ‍เสียงรถลากที่ดังครืดคราด เสียงตะโกนขายของของพ่อค้าแม่ขายริมทาง และเสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ผสมผสานกันเป็นเสียงอึกทึกครึกโครมที่คุ้นเคย

เขาเดินไปตามทาง สังเกตผู้คนรอบข้างอย่างเงียบๆ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เสื้อผ้า เครื่องประดับ และท่าทางของแต่ละคน ​เพื่อประเมินสถานการณ์และหาโอกาส เขารู้ดีว่าในเมืองหลวงแห่งนี้ การเอาตัวรอดไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งสติปัญญา ความกล้าหาญ และบางครั้ง...ก็ต้องอาศัยความชำนาญในการ "หยิบยืม" สิ่งของที่จำเป็น

เป้าหมายแรกของเขาคือการหาอาหาร ​เขาเดินลัดเลาะไปตามตลาดสด กลิ่นคาวปลา กลิ่นผักสด และกลิ่นผลไม้หอมหวานลอยมาแตะจมูก ทำให้ท้องของเขาร้องประท้วง

"อืม...ดูเหมือนว่าวันนี้จะยังไม่ใช่วันของข้า" เขาคิดพลางถอนหายใจ เมื่อเห็นว่าผู้คนรอบข้างต่างก็ระมัดระวังทรัพย์สินของตนเองเป็นอย่างดี

ขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป สายตาของเขาก็พลันเหลือบไปเห็นพ่อค้าคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการนับเงิน ​เหรียญทองจำนวนหนึ่งวางกองอยู่บนแผงไม้จนเกือบจะหล่น พ่อค้านั้นดูท่าทางเหนื่อยอ่อน และดูเหมือนจะไม่ทันสังเกตความเคลื่อนไหวรอบตัว

นี่อาจจะเป็นโอกาส

พยัคฆ์หยุดยืนนิ่ง สังเกตการณ์อย่างใจเย็น เขาเห็นว่ามีลูกค้าคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาสอบถามสินค้า พ่อค้าหันไปสนทนากับลูกค้าอย่างออกรสออกชาติ มืออีกข้างหนึ่งก็ยังคงก้มหน้าก้มตาจัดการกับเหรียญอยู่

วินาทีนั้นเอง...

ด้วยความเร็วที่ยากจะจับผิด พยัคฆ์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้แผงไม้ มือซ้ายปัดป่ายเล็กน้อยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของลูกค้าและพ่อค้า ขณะที่มือขวาที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ค่อยๆ เลื่อนไปหยิบเหรียญทองสองสามเหรียญใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น

"ขออภัยครับท่านพ่อค้า ข้าแค่แวะมาชมของ" พยัคฆ์พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

เขาเดินลึกเข้าไปในตรอกอีกครั้ง เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยดีแล้ว เขาจึงหยิบเหรียญทองออกมานับ "พอแล้วสำหรับมื้อเช้า"

หลังจากได้อาหารประทังความหิวแล้ว พยัคฆ์ก็เริ่มภารกิจหลักของวัน การหาข่าวสารเกี่ยวกับขุนนางที่คดโกง

เขารู้ดีว่าการจะได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ในกรุงศรีวิไลนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ข้อมูลมักจะถูกบิดเบือน ซุกซ่อน หรือแม้กระทั่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวง

เขาเดินไปยังย่านที่เรียกว่า "มุมกระซิบ" ซึ่งเป็นแหล่งรวมข่าวลือและเรื่องซุบซิบของเมืองหลวง ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายชนชั้น ตั้งแต่ขอทานไปจนถึงพ่อค้าคนกลางที่คอยรับซื้อขายข้อมูล

พยัคฆ์นั่งลงที่มุมหนึ่งของตลาด สั่งน้ำชามาดื่ม และเริ่มสังเกตการณ์รอบข้าง เขาได้ยินเสียงผู้คนพูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ นานา ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และเรื่องอื้อฉาวของขุนนางบางคน

"ได้ยินไหม...ว่าท่านขุนนางกอบกิจกำลังจะมีปัญหาเรื่องการค้ากับเมืองเหนือ" "จริงเหรอ? ข้าว่าข้าได้ยินมาว่าท่านมีปัญหาเรื่องหนี้สินต่างหาก" "ไม่ๆ ข้าว่าเรื่องนั้นไม่จริงหรอก...ข้าได้ยินมาจากคนสนิทของท่านเองเลยนะ ว่าท่านกำลังสะสมอำนาจ และเตรียมจะ...เอ่อ...จัดการกับใครบางคน"

คำพูดเหล่านี้ลอยเข้าหูพยัคฆ์ราวกับเสียงกระซิบของลม เขาพยายามจับใจความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินชื่อ "ขุนนางกอบกิจ"

"กอบกิจ..." เขาทวนชื่อในใจ "เป็นไปได้ไหมว่าจะเป็นคนเดียวกับที่เงาพูดถึง?"

เขาตัดสินใจที่จะลองสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เขาเดินเข้าไปใกล้กลุ่มคนที่กำลังคุยกันอย่างออกรส

"ขออภัยที่ขัดจังหวะครับท่าน" พยัคฆ์พูดขึ้น น้ำเสียงของเขาฟังดูสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ข้าได้ยินท่านพูดถึงท่านขุนนางกอบกิจ...ไม่ทราบว่าพอจะเล่าให้ข้าฟังเพิ่มเติมได้ไหมว่าท่านกอบกิจผู้นี้เป็นคนอย่างไร?"

กลุ่มคนเหล่านั้นหันมามองพยัคฆ์อย่างพิจารณา แต่เมื่อเห็นเพียงชายหนุ่มท่าทางธรรมดาๆ ที่ดูเหมือนจะสนใจข่าวสารทั่วไป พวกเขาก็ไม่ทันระแวง

"อ๋อ ท่านขุนนางกอบกิจน่ะเหรอ" ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น "ท่านผู้นั้นเป็นคนที่มีอำนาจมากในกรุงศรีวิไลทีเดียวเชียวล่ะ" "มีอำนาจมากแค่ไหนหรือครับ?" พยัคฆ์ถามต่อ "มากพอที่จะทำให้ใครต่อใครต้องเกรงใจ" หญิงสาวคนหนึ่งเสริม "ว่ากันว่าท่านมีทรัพย์สมบัติมหาศาล และมีเส้นสายมากมาย...ใครที่คิดจะต่อกรกับท่าน มีหวังได้เจอดี" "ท่านกอบกิจ...เขาได้ชื่อว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในเมืองนี้" ชายอีกคนพูดเสริม "แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น...มีข่าวลือหนาหูเหลือเกินว่าท่านได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติเหล่านั้นด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง" "วิธีการที่ไม่ถูกต้องอย่างไรหรือครับ?" พยัคฆ์ถามอย่างกระตือรือร้น

คราวนี้ ผู้คนในกลุ่มเริ่มมองหน้ากันอย่างมีความหมาย "ก็...ก็พวก...การฉ้อโกง การรีดไถ การขูดรีดจากชาวบ้านตาดำๆ น่ะสิ" ชายคนแรกตอบอย่างอ้อมแอ้ม "แต่ก็นั่นแหละ...ใครจะกล้าไปพูดอะไรได้"

"แล้วทรัพย์สินที่ท่านกอบกิจสะสมไว้...มีข่าวลือหรือไม่ว่าท่านเก็บสมบัติเหล่านั้นไว้ที่ไหน?" พยัคฆ์ถามเจาะจง

คำถามนี้ทำให้ผู้คนในกลุ่มถึงกับเงียบไปชั่วขณะ "เรื่องนั้น...ยากที่จะรู้" ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น "ว่ากันว่าท่านกอบกิจเป็นคนระมัดระวังตัวมาก สมบัติของท่านอาจจะซุกซ่อนอยู่ในคลังส่วนตัว หรือไม่ก็...ฝากไว้กับใครบางคนที่ไว้ใจได้"

"คลังส่วนตัว..." พยัคฆ์พึมพำในใจ "นี่แหละคือเป้าหมาย"

ขณะที่พยัคฆ์กำลังครุ่นคิด หัวข้อสนทนาของกลุ่มคนก็เปลี่ยนไป เป็นเรื่องของงานเทศกาลใหญ่ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

"งานเทศกาลประจำปี...น่าจะสนุกสนานมากเลยนะ" "ใช่ๆ ได้ข่าวว่าทางการจะมีการจัดแสดงพลุและดอกไม้ไฟอลังการเลยทีเดียว" "และที่สำคัญ...มีการขนส่งทรัพย์สินมีค่าจำนวนมากจากคลังของขุนนางบางคน มาจัดแสดงในงานด้วย"

คำพูดสุดท้ายนั้นดังขึ้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจของพยัคฆ์!

"ทรัพย์สินมีค่า...จากคลังของขุนนาง..."

เขาเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนเหล่านั้นอีกครั้ง แต่พวกเขาไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของเขา

"แล้ว...ทรัพย์สินเหล่านั้นจะถูกขนส่งไปที่ไหนหรือครับ?" พยัคฆ์ถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติ

"ก็...ก็คงจะนำไปไว้ที่ท้องพระโรงหลวงนั่นแหละ" ชายหนุ่มคนหนึ่งตอบ "แต่ก็คงมีการอารักขาแน่นหนาอย่างแน่นอน"

นี่คือโอกาส!

ข้อมูลที่ได้มานี้มีค่ามหาศาล มันอาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะนำพาเขาไปสู่การปล้นคลังสมบัติของขุนนางที่คดโกง และอาจจะเป็นหนทางที่จะทำให้เขาเข้าตาเงาได้

แต่ในขณะเดียวกัน ข้อมูลนี้ก็เป็นสัญญาณอันตรายอย่างแท้จริง การบุกเข้าไปในสถานที่ที่มีการอารักขาแน่นหนาเช่นท้องพระโรงหลวง จะเป็นภารกิจที่อันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยเผชิญมา

พยัคฆ์รีบลุกขึ้นยืน "ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับทุกท่าน" เขาโค้งคำนับเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่เขาก้าวเดินออกจากตลาด ความคิดของเขาเริ่มประมวลผลข้อมูลที่ได้รับอย่างรวดเร็ว

"ท่านขุนนางกอบกิจ...ทรัพย์สมบัติ...ท้องพระโรงหลวง...งานเทศกาล..."

เขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม เขาต้องการข้อมูลที่แม่นยำกว่านี้ เขาต้องการรู้เกี่ยวกับเส้นทางการขนส่ง ระยะเวลา และจำนวนทหารยามที่คอยคุ้มกัน

ภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย แต่นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ เขาต้องการพิสูจน์ตัวเอง และเขาก็ต้องการทรัพย์สินเพื่อความอยู่รอด

ภายใต้เงาของอาคารเก่าแก่ พยัคฆ์ยิ้มมุมปากอย่างช้าๆ

"ได้เวลาเดินหน้าแล้ว..."

เขาก้าวเท้าต่อไป ลำพังเพียงความหวังริบหรี่ในยามเช้าตรู่ที่สาดส่องผ่านหมอกหนาทึบ ยังไม่สามารถขจัดความมืดมิดในใจของเขาได้ แต่ในความมืดนั้นเอง เขาได้พบกับแสงสว่างแห่งโอกาส…และอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!