หมอกยามเช้ายังคงจับขั้วตามซอกหลืบของตรอกแคบๆ กรุงศรีวิไล ราวกับผ้าห่มผืนหนาที่พยายามกลืนกินทุกสิ่งให้จมดิ่งสู่ความมืด พยัคฆ์เดินก้าวลึกเข้าไปในตรอกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบสางของเมืองหลวงที่ยามนี้ยังคงหลับใหล เขายังคงรู้สึกถึงรอยฟกช้ำจากการต่อสู้เมื่อคืน แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยเมื่อเทียบกับภาพในหัวที่ยังคงย้อนกลับมาซ้ำๆ ภาพของใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว สีหน้าของเด็กสาวที่ถูกลากหายเข้าไปในเงามืด ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจราวกับหนอนเน่า
“เฮ้! เจ้าพยัคฆ์! มาทำอะไรแต่เช้าตรู่เช่นนี้” เสียงแหบพร่าดังมาจากเงาตะคุ่มข้างกำแพงอิฐที่ผุพัง ชายร่างผอมเกร็ง ดวงตาหรี่เล็กราวกับจะสอดส่องหาทุกสิ่งทุกอย่าง สวมเสื้อคลุมเก่าๆ สีมอๆ ก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า
พยัคฆ์หันขวับ ดวงตาคมกริบมองไปยังต้นเสียง “ข้ามาหาข่าว” เขาตอบสั้นๆ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ “ข่าวที่นี่มันก็มีแต่เรื่องฉาวโฉ่ทั้งนั้นแหละเจ้าหนุ่ม แต่ถ้าอยากได้ข่าวดีๆ ข้าก็พอจะมีให้เจ้าบ้าง” เขาชี้ไปที่ถุงผ้าใบเล็กที่ซุกซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม “ของดีมีค่า ใครๆ ก็อยากได้”
พยัคฆ์เดินเข้าไปใกล้ ชายคนนั้นยื่นถุงผ้าให้ พยัคฆ์เปิดออกดู ข้างในมีเหรียญเงินจำนวนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะมากพอสมควร “นี่มัน…?”
“ของกำนัลจากผู้ที่เจ้าช่วยไว้เมื่อคืนไงเล่า” ชายคนนั้นยิ้มกริ่ม “เด็กสาวคนนั้นน่ะ รู้สึกบุญคุณเจ้าจะตายไป เห็นว่ามีเงินอยู่เท่านี้ก็เอามาให้”
พยัคฆ์กำเหรียญในมือแน่น ความรู้สึกผิดที่เคยถาโถมเข้ามาพลันบรรเทาลงไปบ้าง แต่ก็ยังไม่หายไปหมดสิ้น “แล้ว… เจ้าเห็นใครพาตัวนางไปหรือไม่?” เขาถามอย่างมีความหวัง
ชายคนนั้นส่ายหน้าช้าๆ “ข้าเห็นแต่เงาตะคุ่มๆ ผ่านไปเร็วมาก แสงมันน้อยนัก ข้าเห็นไม่ชัดเจนเลย แต่… มีข่าวลือเกี่ยวกับพวก ‘เงามายา’ ที่กำลังเคลื่อนไหวในเมืองหลวงช่วงนี้ พวกมันมักจะทำงานกันเป็นแก๊ง ลักพาตัวผู้คนไปขาย หรือไม่ก็รีดไถเอาทรัพย์สิน”
“เงามายา…” พยัคฆ์ทวนชื่อนั้นในลำคอ เขารู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่าง แต่ก็ยังนึกไม่ออก
“ใช่ พวกมันมีฝีมือไม่เบาเลยล่ะ เจ้าคงโชคดีที่ได้ช่วยเด็กสาวคนนั้นออกมาได้ก่อน” ชายคนนั้นกล่าวเสริม “แต่ถ้าจะให้ดี เจ้าควรระวังตัวให้มากขึ้นนะ พวกมันไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับงานของพวกมัน”
“ข้าจะจำไว้” พยัคฆ์ตอบ เขาเก็บเหรียญเงินใส่กระเป๋า “แล้ว… ตลาดมืดอยู่ที่ไหน?”
ดวงตาของชายคนนั้นเป็นประกายขึ้นมาเล็กน้อย “เจ้าจะไปตลาดมืดทำไม? ที่นั่นมันไม่ใช่ที่สำหรับคนดีๆ อย่างเจ้าหรอกนะ”
“ข้าต้องการข้อมูล” พยัคฆ์ตอบเสียงเรียบ “และบางที… ข้าอาจจะหาอะไรบางอย่างที่ช่วยให้ข้าไปถึงจุดหมายของข้าได้เร็วขึ้น”
“อืม… ข้าเข้าใจ” ชายคนนั้นยิ้ม “ถ้าเจ้าแน่วแน่ขนาดนั้น ข้าก็บอกได้” เขาชี้ไปยังตรอกที่แคบกว่าเดิมซึ่งมืดมิดยิ่งกว่า “เดินตรงไปเรื่อยๆ จนสุดตรอก แล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านโรงเตี๊ยมที่ชื่อ ‘หัวมังกร’ จะมีประตูเหล็กเล็กๆ ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ตรงมุมนั่นแหละ นั่นแหละคือทางเข้าตลาดมืด”
“ขอบใจ” พยัคฆ์กล่าวสั้นๆ แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้ชายคนนั้นยืนมองตามหลังเขาไปด้วยแววตาที่ซับซ้อน
พยัคฆ์เดินลึกเข้าไปในตรอกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม กลิ่นสาบสางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เขาได้ยินเสียงกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากที่ไหนสักแห่ง เสียงฝีเท้าแว่วมาแต่ไกล ก่อนจะเงียบหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีใครกำลังจับตาดูเขาอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเดินมาถึงสุดตรอก เขาก็พบกับโรงเตี๊ยม “หัวมังกร” ตามที่ชายคนนั้นบอก ด้านหน้ามีนักเลงหัวไม้สองสามคนยืนคุมเชิงอยู่ พยัคฆ์ไม่สนใจพวกเขา เขาเดินตรงไปยังมุมที่มีพุ่มไม้รกทึบ แล้วเขาก็พบมันจริง ๆ ประตูเหล็กบานเล็กที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
เขาผลักประตูเข้าไป ข้างในเป็นบันไดแคบๆ ที่ทอดลงสู่ความมืดเบื้องล่าง อากาศอบอ้าวและกลิ่นอับชื้นยิ่งกว่าข้างบนเสียอีก พยัคฆ์ก้าวลงไปอย่างระมัดระวัง
เมื่อลงมาถึงด้านล่าง เขาพบว่าตัวเองอยู่ในโถงใต้ดินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คน เบื้องหน้าคือภาพที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจและน่าหวาดหวั่นไปพร้อมๆ กัน
นี่คือตลาดมืด
แผงลอยต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ ขายของตั้งแต่ยาพิษ อาวุธที่ผิดกฎหมาย วัตถุโบราณที่น่าสงสัย ไปจนถึงการพนันที่ผิดศีลธรรม ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและอาชีพเดินสวนกันไปมา บ้างก็แต่งกายด้วยชุดหรูหรา บ้างก็สวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แต่ทุกคนล้วนมีแววตาที่แฝงไปด้วยความลับและความทะเยอทะยาน
พยัคฆ์เดินสำรวจไปเรื่อยๆ เขาสังเกตเห็นนักเลงอันธพาลกลุ่มหนึ่งกำลังข่มขู่แม่ค้ารายย่อย บังคับเอาเงินไป เขาไม่สนใจ เขามาที่นี่เพื่อหาข้อมูล ไม่ใช่เพื่อตัดสินใคร
เขาเดินไปยังแผงขายอาวุธ ที่นี่มีดาบ กระบี่ มีดสั้น และอาวุธแปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเห็นมีดสั้นเล่มหนึ่งมีลวดลายแปลกตาเหมือนรูปดาว เขาหยิบมันขึ้นมาดู รู้สึกได้ถึงความคมและความสมดุลของมัน
“สนใจเล่มนี้หรือ?” เสียงทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง พยัคฆ์หันไปมอง พบชายร่างท้วม รูปร่างอ้วนฉุ สวมชุดผ้าไหมสีเข้ม ยืนยิ้มอยู่ “มีดเล่มนี้ข้าสั่งทำพิเศษมาจากแดนไกล ฝีมือของช่างชั้นยอด”
“ราคามันเท่าไหร่?” พยัคฆ์ถาม
“สำหรับเจ้า… ข้าลดให้พิเศษ” ชายคนนั้นยิ้มกว้าง “ห้าสิบเหรียญเงิน”
พยัคฆ์ขมวดคิ้ว ห้าสิบเหรียญเงินมันแพงมาก เขาเพิ่งได้เงินมาไม่ถึงสามสิบเหรียญ “แพงไป” เขาตอบสั้นๆ
“แต่มันเป็นของดีนะ” ชายคนนั้นพยายามคะยั้นคะยอ “แล้วถ้าเจ้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับ… ‘เงามายา’ ข้าก็พอจะรู้แหล่ง”
คำว่า ‘เงามายา’ ทำให้พยัคฆ์ชะงัก เขาวางมีดเล่มนั้นลง “เจ้า… รู้จักพวกมัน?”
“ใครในตลาดมืดจะไม่รู้จักพวกมันล่ะ” ชายคนนั้นหัวเราะ “พวกมันทำงานลับๆ แต่ก็มีเส้นสายอยู่ทั่วเมืองหลวง พวกมันรับงานทุกอย่างที่ขัดต่อกฎหมาย จ้างวานได้ทั้งการลักพาตัว การค้าของผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั่ง… การลอบสังหาร”
“แล้ว… เจ้ามีข้อมูลอะไรบ้าง?” พยัคฆ์ถามอย่างเร่งรีบ
“ข้อมูลมันมีราคาของมันนะพ่อหนุ่ม” ชายคนนั้นกล่าว “เจ้าต้องแสดงความจริงใจให้ข้าเห็นก่อน”
พยัคฆ์ตัดสินใจ เขาหยิบเหรียญเงินที่ได้มาจากเด็กสาวออกมาทั้งหมด แล้วก็หยิบมีดสั้นเล่มนั้นมาด้วย “นี่… ข้าให้เจ้าทั้งหมดนี่ แล้วก็มีดเล่มนี้ด้วย ข้าต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ ‘เงามายา’ โดยเฉพาะสถานที่ที่พวกมันมักจะรวมตัวกัน หรือแหล่งที่พวกมันนำของไปขาย”
ชายคนนั้นมองเหรียญเงินและมีดในมือพยัคฆ์ ดวงตาเป็นประกาย เขารีบคว้าเหรียญเงินไปเก็บ แล้วก็รับมีดเล่มนั้นมาอย่างรวดเร็ว “เยี่ยม! ข้าชอบความจริงใจของเจ้า” เขาพึมพำ
“พวก ‘เงามายา’ มักจะทำงานกันเป็นแก๊งใหญ่ๆ มีหัวหน้ากลุ่มที่ชื่อว่า ‘จอมมาร’ พวกมันมีฐานลับอยู่หลายแห่ง แต่ที่ที่พวกมันรวมตัวกันบ่อยที่สุดคือ… โรงเก็บสินค้าเก่าแก่ริมแม่น้ำทางฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง” เขาพูดต่อ “ส่วนของที่พวกมันปล้นมาได้ มักจะถูกส่งไปขายให้กับขุนนางที่คดโกงคนหนึ่งชื่อ… ท่านขุนนางก้อง”
“ท่านขุนนางก้อง…” พยัคฆ์จดจำชื่อนั้นไว้ในใจ
“ใช่ ท่านขุนนางก้องเป็นคนโลภมาก เขาไม่สนใจว่าของที่ได้มาจะมาจากที่ไหน ขอเพียงแต่มีราคา เขาก็พร้อมจะรับซื้อเสมอ” ชายคนนั้นกล่าวเสริม “แต่ระวังตัวให้ดีนะ ท่านขุนนางก้องมีกองกำลังส่วนตัวที่แข็งแกร่งมาก ถ้าเจ้าจะบุกเข้าไปในโรงเก็บสินค้าของเขา เจ้าจะต้องเจออุปสรรคไม่น้อย”
พยัคฆ์ฟังอย่างตั้งใจ เขาประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับ “แล้ว… โรงเก็บสินค้าของท่านขุนนางก้องอยู่ที่ไหนกันแน่?”
“มันอยู่ลึกเข้าไปในย่านท่าเรือนั่นแหละ” ชายคนนั้นชี้ไปทางด้านหลัง “มองหาตึกที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ตราสัญลักษณ์ของมันคือรูป ‘มังกรทะเล’ หาไม่ยากหรอก”
พยัคฆ์พยักหน้า “ขอบใจสำหรับข้อมูล” เขาพูด แล้วก็หันหลังเดินจากไป
เขากำลังจะได้ข้อมูลที่ต้องการ แต่มันก็ยิ่งทำให้เขามีเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น การเผชิญหน้ากับ ‘เงามายา’ และท่านขุนนางก้องที่คดโกงนั้นกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
ขณะที่พยัคฆ์กำลังจะเดินออกจากตลาดมืด เขาได้ยินเสียงฝีเท้าดังรวดเร็วมาจากข้างหลัง ก่อนที่ร่างเงาตะคุ่มๆ สองร่างจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา
“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
พยัคฆ์หันไปมองอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างเหล่านั้น
พวกมันคือ “เงามายา”
เงามายาคู่หนึ่ง ยืนขวางทางเขาไว้ สวมชุดสีดำสนิทที่กลมกลืนไปกับความมืด ใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุม เหลือเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิต
“ใครใช้ให้เจ้าเข้ามาในที่ของพวกเรา?” เงามายาอีกคนถาม น้ำเสียงเย็นชา
พยัคฆ์ไม่ตอบ เขาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้
เขาเพิ่งจะได้รับข้อมูลอันมีค่ามา และดูเหมือนว่า ‘เงามายา’ จะไม่ยอมปล่อยให้เขาเดินจากไปง่ายๆ การต่อสู้ที่แท้จริงในตลาดมืดกำลังจะอุบัติขึ้น!

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก