พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 7 — เงาในคราบหมอก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,231 คำ

ไอหมอกยามเช้าที่ยังคงเหนียวหนึบ ปกคลุมตรอกซอกซอยอันคับแคบของกรุงศรีวิไล ดุจผืนผ้าป่าที่พยายามกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งสู่ความอับชื้นและกลิ่นสาบสางที่คุ้นเคย พยัคฆ์ก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบของเขาสำรวจไปรอบด้าน ราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังประเมินสถานการณ์ ก่อนที่ดวงตาจะหยุดนิ่งอยู่ที่บางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ภายในเงามืดของซอกหลืบแห่งหนึ่ง

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาที่ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้พยัคฆ์ชะงักฝีเท้า ‌หัวใจเต้นระรัวขึ้นเล็กน้อย เขาหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว เห็นเพียงเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับวิญญาณ มันไม่ได้มีท่าทีคุกคาม แต่ก็ไม่ได้เป็นมิตรเช่นกัน พยัคฆ์สัมผัสได้ถึงความระแวดระวังที่แผ่ซ่านมาจากเงาร่างนั้น

“ใครอยู่ตรงนั้น?” พยัคฆ์เอ่ยถาม เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ​แต่ก็เต็มไปด้วยอำนาจที่แฝงเร้น

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงความเงียบที่ถูกกลืนกินไปกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องแคบๆ นั้น พยัคฆ์รู้ดีว่าในเมืองหลวงแห่งนี้ ความปลอดภัยเป็นสิ่งเปราะบางราวกับใยแมงมุม ใครที่เคลื่อนไหวในยามที่คนส่วนใหญ่ยังคงหลับใหล ย่อมไม่ธรรมดา

เขาก้าวถอยหลังเล็กน้อย พร้อมกับวางมือลงบนด้ามดาบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อคลุม ‍พลางเพ่งสมาธิไปที่เงาร่างนั้นอีกครั้ง เขาเห็นมันเคลื่อนไหวอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาอีกนิด พอที่จะแยกออกว่าเป็นมนุษย์ แต่รูปร่างนั้นก็ยังคงพร่ามัวด้วยม่านหมอก

“ข้าไม่ได้มาเป็นศัตรู” เสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงผู้หญิงที่นุ่มนวลแต่ก็แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้าเพียงเห็นท่านมานานแล้ว ‌ท่านเป็นใครกันแน่?”

พยัคฆ์นิ่งไป เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครมายืนรอเขาอยู่ตรงนี้ มาทักทายเขาด้วยความสงสัย แทนที่จะเป็นความหวาดกลัว “ท่านกำลังพูดถึงสิ่งใด? ข้าก็เป็นเพียงผู้คนที่เดินผ่านมาเท่านั้น”

“ผู้คนเดินผ่านไปมาในตรอกแห่งนี้ยามเช้ามืดเช่นนี้? ด้วยท่าทางที่ระแวดระวังเช่นนี้? ข้าไม่เคยเห็นใครทำเช่นนั้นมาก่อน” ‍เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ “ข้าชื่อบุปผา ท่านเล่า?”

พยัคฆ์ลังเลใจ เขาควรจะตอบความจริง หรือควรจะสร้างเรื่องราวขึ้นมา? แต่หากเขาโกหก หญิงสาวผู้นี้จะจับได้หรือไม่? “ข้าชื่อ... ​พยัคฆ์”

“พยัคฆ์?” เสียงนั้นทวนคำ “ชื่อที่ทรงพลัง... เหมาะสมกับท่านจริงๆ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น พยัคฆ์ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เขารู้ดีว่าชื่อ ‘พยัคฆ์’ ไม่ได้มีความหมายดีในหมู่ผู้คนทั่วไป ​แต่หญิงสาวผู้นี้กลับมองเห็นมันในอีกแง่มุมหนึ่ง

“ท่านมาจากไหน? และกำลังจะไปที่ใด?” บุปผาถามต่อ

“ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกพรากไป” พยัคฆ์ตอบอย่างตรงไปตรงมา “และกำลังจะไปจัดการกับผู้ที่สมควรได้รับบทลงโทษ”

“ผู้ที่สมควรได้รับบทลงโทษ?” บุปผาเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “ในกรุงศรีวิไลแห่งนี้ มีคนมากมายที่สมควรได้รับบทลงโทษ ​แต่จะมีสักกี่คนที่มีความกล้าหาญพอจะลงมือทำ?”

“ข้ามีความกล้าหาญพอ” พยัคฆ์กล่าวหนักแน่น

“ข้ารู้” บุปผาตอบ “ข้าเห็นความกล้าหาญในแววตาของท่านตั้งแต่แรกพบ... และข้าก็เห็นความเจ็บปวดด้วย”

คำพูดของบุปผาทำให้พยัคฆ์รู้สึกราวกับมีใครมาล้วงลึกเข้าไปในจิตใจ เขาไม่เคยแสดงออกถึงความเจ็บปวดให้ใครเห็น และไม่เคยคิดว่าจะมีใครมองเห็นมันได้ “ท่านรู้มากเกินไปแล้ว”

“ข้าเพียงสังเกต” บุปผาตอบ “กรุงศรีวิไลแห่งนี้มีทั้งแสงสว่างและความมืดซ่อนอยู่ คนที่เดินอยู่ในตรอกแคบๆ ยามเช้ามืดเช่นนี้ ย่อมต้องมีบางอย่างที่แตกต่างออกไป”

พยัคฆ์ตัดสินใจว่าเขาไม่อาจปฏิเสธความจริงได้ทั้งหมด “ข้ากำลังจะบุกเข้าไปในคลังสมบัติของขุนนางที่คดโกง เขาได้ฉ้อโกงเอาทรัพย์สินของชาวบ้านไปมากมาย”

“ขุนนางหม่อมฉัน?” บุปผาถาม ดวงตาของเธอฉายแวววาวขึ้น “ท่านหมายถึงขุนนางผู้มั่งคั่งแห่งตระกูล ‘แสงตะวัน’ ใช่หรือไม่?”

พยัคฆ์ประหลาดใจที่บุปผารู้เรื่องนี้ “ท่านรู้จักเขา?”

“ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของเขา” บุปผาตอบ “เขาเป็นคนโลภมาก และชอบใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น ชาวบ้านริมแม่น้ำต่างก็เดือดร้อนเพราะเขา”

“เช่นนั้นท่านก็คงรู้ดีว่าข้ากำลังจะทำสิ่งใด” พยัคฆ์กล่าว

“ท่านกำลังจะทวงคืนความยุติธรรม” บุปผาเสริม “แต่ท่านแน่ใจหรือว่าจะทำสำเร็จ? คลังสมบัติของขุนนางแสงตะวันมีทหารยามคุ้มกันหนาแน่น และมีกับดักมากมาย”

“ข้าได้เตรียมการมาอย่างดีแล้ว” พยัคฆ์กล่าว เขารู้ดีว่าการบุกเข้าไปในคลังสมบัติไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็มีแผนการของเขา

“หากท่านต้องการความช่วยเหลือ ข้าก็พร้อม” บุปผาเสนอ “ข้ามีความสามารถบางอย่างที่อาจเป็นประโยชน์ต่อท่าน”

พยัคฆ์มองบุปผาอย่างพิจารณา เขาเห็นแววตาที่จริงจังและมุ่งมั่นของเธอ เธอไม่ได้พูดเล่นๆ “ท่านมีความสามารถอะไร?”

“ข้าสามารถมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า... ในระดับหนึ่ง” บุปผาตอบ “และข้าก็รู้จักเส้นทางลับบางสายภายในเมืองนี้”

พยัคฆ์อึ้งไป การมองเห็นอนาคต? นั่นคือพลังที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ “ท่านพูดจริงหรือ?”

“ข้าพูดจริง” บุปผาพยักหน้า “ข้าได้เห็นท่าน กำลังเผชิญหน้ากับอันตราย... และข้าก็เห็นว่าท่านต้องการใครสักคนที่จะช่วยเหลือ”

พยัคฆ์ครุ่นคิด เขาไว้ใจใครได้ยาก และการร่วมมือกับคนแปลกหน้าเป็นสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในความคิดของเขา แต่คำพูดของบุปผา และพลังที่เธออ้างถึง ก็ทำให้เขาสนใจ “ถ้าเช่นนั้น... ข้าจะเชื่อท่าน”

“ดี” บุปผากล่าว “เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า”

เมื่อบุปผาปรากฏตัวชัดขึ้น พยัคฆ์ก็เห็นว่าเธอเป็นหญิงสาวที่งดงาม ใบหน้าหมดจด ดวงตาคมกริบสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องลงมา เธอสวมชุดที่เรียบง่าย แต่ก็ดูคล่องตัว ราวกับพร้อมที่จะเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่อ

“คลังสมบัติของขุนนางแสงตะวันตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก” บุปผากล่าว “แต่การเข้าถึงนั้นยากลำบาก ทหารยามจะลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา”

“ข้าจะจัดการกับทหารยามเอง” พยัคฆ์กล่าว “ท่านมีหน้าที่นำทางข้าเข้าไป”

“ได้” บุปผาตอบ “ตามข้ามา”

ทั้งสองเดินลึกเข้าไปในตรอกที่แคบลงเรื่อยๆ กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบสางค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยกลิ่นอายของความมุ่งมั่นที่แผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง พยัคฆ์รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน การต่อสู้ครั้งนี้อาจจะแตกต่างไปจากที่เขาเคยเผชิญมา

เมื่อพวกเขามาถึงปากตรอกที่กว้างขึ้นเล็กน้อย พยัคฆ์เห็นร่างของทหารยามสองนายยืนประจำการอยู่หน้าประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ปิดสนิท พวกเขาดูแข็งแรงและระมัดระวัง พยัคฆ์หันไปมองบุปผา

“ข้าจะจัดการกับพวกเขา” พยัคฆ์กระซิบ “ท่านรออยู่ที่นี่”

“ไม่” บุปผากล่าว “ท่านจะพลาดท่า”

ก่อนที่พยัคฆ์จะได้ถามอะไร บุปผาก็ชี้ไปที่กำแพงด้านข้าง “มีช่องทางลับเล็กๆ ตรงนั้น ข้าเคยเห็นมันตอนที่ข้าแอบเข้ามาเมื่อครั้งก่อน”

พยัคฆ์มองตามที่บุปผาชี้ เขาเห็นรอยต่อของอิฐที่ดูผิดปกติ มันเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นถ้าไม่สังเกตดีๆ “ท่านแน่ใจหรือ?”

“ข้าแน่ใจ” บุปผายืนยัน “ท่านเข้าไปก่อน แล้วข้าจะตามเข้าไป”

พยัคฆ์พยักหน้า เขาตัดสินใจเชื่อใจบุปผาอีกครั้ง เขาเดินไปที่ช่องทางลับนั้น และใช้แรงทั้งหมดดันมันออก เผยให้เห็นอุโมงค์เล็กๆ ที่มืดมิด

“เชิญ” บุปผากล่าว

พยัคฆ์ก้าวเข้าไปในอุโมงค์ ความมืดมิดโอบล้อมเขาไว้ เขาได้ยินเสียงบุปผาตามเข้ามา ปิดช่องทางลับนั้นอย่างเงียบเชียบ

ภายในอุโมงค์ มีเพียงความเงียบสงัด มีเพียงเสียงหายใจของทั้งสองคน พยัคฆ์สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไป มันเต็มไปด้วยความลึกลับ และความคาดเดาไม่ได้

“เรากำลังจะไปที่ไหน?” พยัคฆ์ถาม

“เรากำลังจะเข้าไปในใจกลางของความมืด” บุปผาตอบ “ที่ซึ่งความลับและทรัพย์สมบัติถูกซุกซ่อนไว้... และที่ซึ่งอันตรายกำลังรอคอยอยู่”

พยัคฆ์รู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นที่ก่อตัวขึ้น เขาพร้อมแล้วสำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ การผจญภัยของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้ เขาก็มีเพื่อนร่วมทางที่ไม่ธรรมดา

เมื่อเดินไปได้สักพัก แสงไฟสลัวๆ ก็ปรากฏขึ้นจากปลายอุโมงค์ พยัคฆ์ชะลอฝีเท้าลง เขาเห็นร่างของทหารยามกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรวจตราอยู่เบื้องหน้า

“พวกเขามากเกินไป” พยัคฆ์กระซิบ

“ไม่” บุปผาตอบ “ดูนั่นสิ”

พยัคฆ์มองตามที่บุปผาชี้ เขาเห็นเงาตะคุ่มที่เคลื่อนไหวอย่างว่องไวในความมืด เป็นกลุ่มคนชุดดำที่กำลังเข้าโจมตีทหารยามอย่างเงียบเชียบ

“ใครกัน?” พยัคฆ์ถามอย่างประหลาดใจ

“พวกพ้องของข้า” บุปผาตอบ “ข้าได้ส่งสัญญาณไปให้พวกเขาแล้ว”

พยัคฆ์อึ้งไป เขาไม่เคยคิดว่าบุปผาจะมีเครือข่ายเป็นของตัวเอง “ท่าน... ท่านเตรียมการมาอย่างดี”

“ข้าบอกท่านแล้วว่าข้าจะช่วยท่าน” บุปผายิ้ม “ตอนนี้ ถึงเวลาที่เราจะต้องเคลื่อนไหวแล้ว”

เมื่อกลุ่มคนชุดดำจัดการกับทหารยามส่วนใหญ่ได้แล้ว บุปผาก็พยัคฆ์ก็ก้าวออกจากอุโมงค์อย่างรวดเร็ว พวกเขาเห็นประตูบานใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ ซึ่งเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

“ไปกันเถอะ” บุปผากล่าว “เราต้องรีบเข้าไปก่อนที่ทหารจะรู้ตัว”

พยัคฆ์พยักหน้า เขาหยิบดาบออกมา ถือไว้ในมืออย่างมั่นคง เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งที่จะขวางหน้าเขาในคลังสมบัติแห่งนี้

แต่เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปในคลังสมบัติ สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขา กลับไม่ใช่ทรัพย์สมบัติอันมหาศาลอย่างที่คาดหวัง แต่เป็นภาพของความว่างเปล่า และร่องรอยของการถูกปล้นสะดมอย่างรุนแรง

“เป็นไปได้อย่างไร?” พยัคฆ์เอ่ยถามด้วยความตกใจ

“บางคนรู้ล่วงหน้าแล้ว” บุปผากล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “บางคน... มาถึงก่อนเรา”

พยัคฆ์มองไปรอบๆ เขาเห็นร่องรอยการต่อสู้ แต่กลับไม่มีร่องรอยของทรัพย์สินใดๆ ที่หลงเหลืออยู่เลย “ใครกัน?”

“นั่นคือคำถามที่เราต้องหาคำตอบ” บุปผากล่าว สายตาของเธอกวาดมองไปรอบๆ อย่างสำรวจ “แต่ข้าสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ยังคงอยู่... พลังที่อันตราย”

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากทางด้านหลัง พวกเขารู้ดีว่าไม่ใช่พวกพ้องของบุปผา เพราะเสียงเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด และเต็มไปด้วยอาวุธ

“มีคนมา” พยัคฆ์กล่าว “และพวกเขากำลังจะมาหาเรา”

“เราต้องไปจากที่นี่” บุปผากล่าว “แต่เส้นทางที่เราเข้ามา อาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

พยัคฆ์มองไปที่บุปผา เขาเห็นแววตาที่มุ่งมั่นของเธอ แม้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ “แล้วเราจะไปทางไหน?”

“ตามข้ามา” บุปผากล่าว “ข้าเห็นทางออกอีกทางหนึ่ง... แต่เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยอันตรายที่คาดไม่ถึง”

พยัคฆ์รู้ดีว่าคำว่า "อันตรายที่คาดไม่ถึง" จากปากของบุปผานั้น หมายถึงอะไร เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน และหาคำตอบว่าใครกันแน่ ที่มาถึงคลังสมบัติแห่งนี้ก่อนพวกเขา และนำเอาทรัพย์สมบัติของขุนนางคดโกงไป

การผจญภัยของพยัคฆ์ในกรุงศรีวิไล กำลังจะพาเขาไปสู่เส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าที่เขาเคยคาดคิด

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!