พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 9 — เงาพยัคฆ์ใต้แสงจันทร์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 927 คำ

ไอหมอกยามเช้าที่ยังคงเหนียวหนึบ ปกคลุมตรอกซอกซอยอันคับแคบของกรุงศรีวิไล ดุจผืนผ้าป่าที่พยายามกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งสู่ความอับชื้นและกลิ่นสาบสางที่คุ้นเคย พยัคฆ์ก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวราวกับกำลังค้นหาสิ่งที่มองไม่เห็น ทว่าสิ่งที่เขากำลังตามหาไม่ใช่สิ่งของที่จับต้องได้ แต่เป็นร่องรอย เป็นเบาะแสที่สามารถนำพาเขาไปสู่เป้าหมายต่อไป

หลายวันที่ผ่านมา ‌เขาได้แต่วนเวียนอยู่กับภารกิจลับที่ถูกมอบหมาย การแทรกซึม การรวบรวมข้อมูล และการวางแผน ปฏิบัติการลอบสังหารขุนนางผู้ชั่วร้ายที่ชื่อ "ขุนพลอัคนี" เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงขบวนการทุจริตที่หยั่งรากลึกอยู่ในแผ่นดินนี้ พยัคฆ์รู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่ง่าย ​เขาต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมาย ทั้งศัตรูที่มองเห็นและมองไม่เห็น รวมถึงความไม่ไว้วางใจจากผู้คนรอบข้าง

"เฮ้ย! นั่นใครน่ะ ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นทำไม" เสียงห้าวตะโกนดังขึ้นจากมุมมืดของตรอก พยัคฆ์ชะงักฝีเท้า ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาฉายแววระแวดระวัง ‍ชายร่างท้วมในชุดเสื้อกั๊กเก่าขาดเดินออกมาจากเงามืด มือข้างหนึ่งกำแน่นอยู่ที่ด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ในเอว

"ไม่มีอะไร แค่หลงทางมานิดหน่อย" พยัคฆ์ตอบเสียงราบเรียบ พยายามใช้ความนิ่งสงบเข้ากลบเกลื่อน

"หลงทาง? แถวนี้มีแต่พวกขยะกับพวกอันธพาล จะมีใครหลงมาถึงที่นี่ได้ถ้าไม่ใช่วัยรุ่นใจแตกหรือพวกขี้ยา" ชายร่างท้วมหัวเราะเสียงหึๆ ‌เดินเข้ามาใกล้ขึ้น "จะไปไหนล่ะ บอกมาสิ ถ้าไม่บอกดีๆ ข้าจะให้เจ้าไปนอนเล่นในคุก!"

พยัคฆ์ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว การเผชิญหน้าในตอนนี้อาจส่งผลกระทบต่อแผนการทั้งหมด เขาไม่อยากสร้างความวุ่นวายโดยไม่จำเป็น แต่ก็ไม่คิดจะยอมให้ใครมาข่มเหง

"ข้าแค่กำลังจะไปหาเพื่อน" ‍พยัคฆ์ตอบพลางเหลือบมองไปที่ทางออกของตรอก

"เพื่อน? เพื่อนบ้านไหนวะ ที่นี่มีแต่พวกเรา" ชายร่างท้วมหัวเราะเยาะ "ไหน ลองล้วงกระเป๋าออกมาให้ข้าดูหน่อยซิ ว่ามีอะไรบ้าง"

วินาทีนั้นเอง ที่ความอดทนของพยัคฆ์ขาดผึง ​เขาไม่ชอบการถูกคุกคามและไม่ชอบการถูกดูถูก เขาออกตัวพุ่งเข้าใส่ชายร่างท้วมอย่างรวดเร็ว หมัดขวาที่หนักหน่วงพุ่งตรงเข้าที่ท้องของอีกฝ่าย ชายร่างท้วมร้องเสียงหลง ล้มกุมท้องน้อย ก่อนจะพยายามชักมีดสั้นออกมา

แต่พยัคฆ์เร็วกว่า เขาสะบัดข้อมือ มีดสั้นที่ชายร่างท้วมกำลังจะคว้า ​หลุดมือกระเด็นไปตกอยู่บนพื้นดิน พยัคฆ์ไม่รอช้า เขาใช้สันมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายร่างท้วมอย่างแรง จนอีกฝ่ายเซถลาไปชนกำแพง

"จำไว้ ว่าอย่ามายุ่งกับคนที่ไม่ควรมารยุ่งด้วย" พยัคฆ์กล่าวเสียงเย็น ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ชายร่างท้วมจมกองเลือดจากบาดแผลที่มุมปาก

เมื่อพ้นจากตรอกแคบนั้นมาแล้ว ​พยัคฆ์ก็ปรับอารมณ์กลับสู่ความสงบ เขาไม่มีเวลามาเสียเวลาให้กับพวกนักเลงข้างถนน การปล้นคลังของขุนนางชั่วร้ายกำลังจะเริ่มขึ้นในคืนนี้

คลังสมบัติของขุนนาง "อรุณ" เป็นที่ร่ำลือกันว่ามีความมั่งคั่งมหาศาล มีทรัพย์สินเงินทองมากมายที่ได้มาจากการรีดไถประชาชน และที่สำคัญกว่านั้นคือ มีเอกสารลับที่บ่งชี้ถึงเครือข่ายการทุจริตที่เชื่อมโยงไปถึงขุนนางระดับสูงหลายคน การได้มาซึ่งเอกสารเหล่านั้นคือเป้าหมายหลักของพยัคฆ์

การวางแผนดำเนินไปอย่างรอบคอบ เขาได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของคลังสมบัติ ระบบรักษาความปลอดภัย กำแพงที่แข็งแกร่ง และจำนวนของยามที่ประจำการ เขาได้ส่ง "เงา" หรือสายลับที่เขาไว้วางใจ ให้ไปสำรวจเส้นทางเข้าออกและจุดอ่อนของคลังอย่างละเอียด

คืนนั้น ดวงจันทร์สาดแสงสีเงินอ่อนนวลลงมาบนหลังคาบ้านเรือนในกรุงศรีวิไล พยัคฆ์ในชุดสีดำสนิทเคลื่อนไหวไปตามเงาของอาคาร ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังเป้าหมายเบื้องหน้า คลังสมบัติของขุนนางอรุณตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ มีกำแพงสูงชันล้อมรอบและป้อมยามหลายจุด

"พร้อมแล้วใช่ไหม?" เสียงกระซิบดังขึ้นจากด้านหลัง พยัคฆ์หันไปมอง เห็น "มาลา" หญิงสาวนักดาบผู้เก่งกาจ ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกาย เธอสวมชุดสีเข้มเช่นเดียวกับเขา มือข้างหนึ่งวางอยู่ที่ด้ามดาบที่เหน็บอยู่ข้างเอว

"พร้อมเสมอ" พยัคฆ์ตอบ ดวงตาประสานกับมาลา "จำแผนที่เราวางไว้ได้นะ"

"แน่นอน" มาลาพยักหน้า "เธอจะจัดการยามที่ป้อมตะวันออก ฉันจะไปที่ป้อมตะวันตก ส่วนพวกที่อยู่ตรงกลาง เราจะจัดการพร้อมกัน"

"ดี" พยัคฆ์กล่าว "จำไว้ว่าเป้าหมายของเราคือเอกสาร ถ้ามีอะไรผิดพลาด ให้ถอนตัวทันที"

"เข้าใจแล้ว"

พยัคฆ์ส่งสัญญาณมือให้แก่ "ก้อง" นักแม่นธนูฝีมือฉกาจที่ซุ่มอยู่บนหลังคาอาคารฝั่งตรงข้าม ก้องยิ้มมุมปาก ยกคันธนูขึ้นเล็งเป้าไปยังยามที่ยืนเฝ้าป้อมตะวันออก ลูกธนูพุ่งออกไปอย่างเงียบเชียบ ดอกสุดท้ายปักเข้าที่ลำคอของยามคนหนึ่งอย่างแม่นยำ ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดตัวลง

ขณะเดียวกัน พยัคฆ์และมาลา ก็เริ่มเคลื่อนไหว พยัคฆ์พุ่งเข้าหาป้อมตะวันออกอย่างรวดเร็ว ใช้ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่ฝึกฝนมาอย่างหนักจัดการกับยามที่เหลืออีกสองคน การต่อสู้เป็นไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ดุจเงาที่เลื้อยคลาน

มาลาเองก็ไม่น้อยหน้า เธอเคลื่อนไหวพลิ้วไหวราวกับสายลม ดาบในมือของเธอวาดเป็นเส้นสายสีเงินที่อันตราย สยบยามที่ป้อมตะวันตกได้อย่างง่ายดาย

ทั้งสองมองหน้ากัน ส่งสัญญาณให้รู้ว่าสามารถบุกเข้าไปด้านในได้แล้ว เมื่อยามภายนอกถูกกำจัดไปหมดสิ้น พวกเขาจึงก้าวข้ามกำแพงเข้าไปในลานคลังสมบัติ

ภายในคลังมีแสงสลัวจากตะเกียงหลายดวงสาดส่อง เห็นทรัพย์สมบัติกองพูนอยู่ทั่วไป แต่สิ่งที่พยัคฆ์สนใจคือหีบไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่เก็บเอกสารสำคัญ

"ระวัง!" มาลาตะโกนขึ้น เมื่อเห็นยามกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งกรูกันเข้ามาจากทางด้านใน

"จัดการเลย!" พยัคฆ์สั่ง ก่อนจะชักดาบออกมา ดาบเล่มยาวที่เขาใช้เป็นประจำเปล่งประกายภายใต้แสงตะเกียง

การต่อสู้ที่ดุเดือดได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางกองทรัพย์สมบัติที่ส่องประกาย พยัคฆ์และมาลาต้องเผชิญหน้ากับยามจำนวนมาก พวกเขาต่อสู้กันอย่างไม่คิดชีวิต พยัคฆ์ใช้กำลังและความแข็งแกร่งในการปะทะ มาลาใช้ความคล่องแคล่วและแม่นยำในการโจมตี

เสียงดาบกระทบกันดังสนั่น เสียงร้องโหยหวนของยามที่บาดเจ็บ ดังเป็นระยะๆ พยัคฆ์อาศัยจังหวะที่ยามกำลังวุ่นวาย พุ่งตรงไปยังหีบไม้ที่เขาหมายตา

"ต้องรีบแล้ว" เขาคิดในใจ

เมื่อยามใกล้จะหมดลง พยัคฆ์ก็สามารถเปิดหีบไม้ได้สำเร็จ ภายในเต็มไปด้วยม้วนกระดาษที่ถูกมัดไว้เป็นระเบียบ

"เจอแล้ว!" เขาอุทานอย่างโล่งอก

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายร่างกำยำหลายคนดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการ

"หยุดนะ! พวกแกเป็นใคร กล้าดียังไงบุกเข้ามาในคลังของขุนนางอรุณ!"

พยัคฆ์หันไปมอง เห็นชายร่างใหญ่ในชุดเกราะเต็มยศ เดินนำหน้ามา พร้อมด้วยลูกสมุนอีกหลายคนที่ถืออาวุธครบมือ สายตาของชายคนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

"ขุนนางอรุณ ส่งคนมาคุ้มกันเองเหรอเนี่ย" พยัคฆ์ยิ้มเยาะ

"แกจะต้องชดใช้!" ชายร่างกำยำตะโกนเสียงดัง ก่อนจะชักดาบเล่มใหญ่ที่สลักลวดลายงดงามออกมา

พยัคฆ์รู้ดีว่าเขาไม่สามารถต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากและแข็งแกร่งขนาดนี้ได้เพียงลำพัง เขาจึงรีบเก็บเอกสารที่สำคัญที่สุดเท่าที่จะทำได้ใส่ในย่าม ก่อนจะหันไปหามาลา

"ได้เวลาถอนตัวแล้ว!" เขาตะโกน

มาลาเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งเข้ามาหาพยัคฆ์

"เร็วเข้า!"

ทั้งสองพุ่งทะยานออกไปทางประตูอีกด้านหนึ่งของคลัง ที่ซึ่งก้องได้เตรียมการไว้แล้ว แต่ทางออกกลับถูกปิดกั้นด้วยร่างของยามอีกกลุ่มหนึ่ง

"ไม่มีทางหนีไปไหนได้แล้ว!" ชายร่างกำยำหัวเราะเสียงดัง

พยัคฆ์มองมาลา สบตาด้วยความเข้าใจ

"เตรียมตัวให้พร้อม" เขาบอก

"ไม่เคยกลัว" มาลาตอบ

พยัคฆ์พยักหน้า เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา ดวงตาของเขาทอประกายมุ่งมั่น ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่หลวงเพียงใด พยัคฆ์ก็พร้อมจะฝ่าฟัน เพื่อความยุติธรรมของแผ่นดินนี้

แต่ทว่า... ท่ามกลางความมืดมิดของคลังสมบัติ มีเงาร่างหนึ่งที่ไม่ได้ถูกสังเกตมาก่อน กำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!