พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 14 — แผนพลิกฟ้า ลวงยักษ์ใหญ่

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,233 คำ

ไอหมอกยามเช้าที่ยังคงเหนียวหนึบ ปกคลุมตรอกซอกซอยอันคับแคบของกรุงศรีวิไล ดุจผืนผ้าป่าที่พยายามกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งสู่ความอับชื้นและกลิ่นสาบสางที่คุ้นเคย พยัคฆ์ก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ทุกซอกมุม ซอกหลืบที่ซ่อนเร้นเงาแห่งอันตราย ในขณะที่สมองยังคงประมวลผลข้อมูลที่ได้รับมาเมื่อคืน ‌การเผชิญหน้ากับขุนนางชั่วอย่างท่านขุนผา ไม่ใช่เรื่องง่าย และแผนการที่วางไว้ก็ต้องรอบคอบอย่างที่สุด

"ไอหมอกนี่มันช่างน่ารำคาญนัก" เสียงห้าวทุ้มของพยัคฆ์เอ่ยขึ้นเบาๆ กึ่งพึมพำกับตัวเอง เขายกมือขึ้นปาดไอน้ำที่เกาะอยู่บนแก้มออกอย่างหงุดหงิด แต่ก็รู้ดีว่านี่คือสภาพแวดล้อมที่เขาคุ้นเคย เป็นสนามเด็กเล่นที่เขาเติบโตมา ​เป็นที่ที่ความมืดและความอับชื้นคือเพื่อนสนิท

เขาก้าวเข้าไปในโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า "สำราญใจ" ซึ่งตั้งอยู่กลางย่านที่แออัดของเมือง โรงเตี๊ยมแห่งนี้ดูภายนอกโทรมซอมซ่อ แต่ภายในกลับเป็นแหล่งรวมข่าวสารชั้นดีของเหล่าคนชั้นล่าง พ่อค้าเร่ คนแบกหาม ‍โจรยันนักเลง ทุกสารทิศล้วนแวะเวียนมาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนเรื่องราวและหาความสำราญ

"อาจารย์... มาแล้วรึ" เสียงแหบพร่าของชายชราคนหนึ่งดังขึ้นจากมุมมืดของโรงเตี๊ยม พยัคฆ์พยักหน้าให้แก่ชายชราผู้นั้น ซึ่งก็คือ "ครูเฒ่า" ชายผู้สอนวิชาการต่อสู้และวิชาสายลับต่างๆ ‌ให้แก่เขา ครูเฒ่าเป็นเหมือนพ่ออีกคนหนึ่งของพยัคฆ์ และเป็นผู้ที่วางแผนช่วยเหลือประชาชนจากขุนนางที่ฉ้อฉล เสมือนปีกข้างหนึ่งของเขา

"เป็นอย่างไรบ้าง มีข่าวคราวอะไรใหม่ๆ บ้างหรือไม่" พยัคฆ์เดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ข้างกายครูเฒ่า

ครูเฒ่ากระแอมไอเล็กน้อย ‍ก่อนจะตอบเสียงเนิบนาบ "ข่าวคราวมีมาไม่ขาดสาย ท่านขุนผาเริ่มได้ยินกิตติศัพท์ของพวกเราแล้ว มันเริ่มระแวง และเพิ่มกำลังทหารยามรอบๆ คลังสมบัติของมันมากขึ้นกว่าเดิม"

พยัคฆ์ขมวดคิ้ว "เพิ่มกำลังทหารอย่างนั้นรึ... แล้วเรื่องการขนย้ายทรัพย์สินล่ะ"

"เท่าที่รู้ ​ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แต่ข่าววงในบอกว่า มันกำลังจะย้ายสมบัติบางส่วนออกไปภายในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะพวกทองคำและอัญมณีมีค่าที่สุด" ครูเฒ่าตอบ ดวงตาของเขาส่อประกายแห่งความกังวล

"นี่แหละโอกาสของเรา" พยัคฆ์พูด ดวงตาของเขาสว่างวาบขึ้น ​"ถ้าเราสามารถเข้าถึงสมบัติเหล่านั้นได้ก่อนที่มันจะย้ายออกไป ก็เหมือนกับการตัดเส้นเลือดใหญ่ของมัน"

"แต่การบุกเข้าไปในคลังยามวิกาลเช่นนี้... มันเสี่ยงเกินไป พยัคฆ์ กำลังของพวกเรามีจำกัด" ครูเฒ่าเตือน

"ผมรู้ครับอาจารย์ แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" พยัคฆ์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ​"เราต้องทำให้ท่านขุนผาประมาท ทำให้มันตายใจ"

"แล้วจะทำอย่างไรเล่า"

พยัคฆ์ยิ้มมุมปาก เขาก้มลงกระซิบข้างหูครูเฒ่า เล่าแผนการที่เขาคิดขึ้นมาอย่างละเอียด แผนการที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง แต่ก็มีโอกาสสำเร็จสูง หากทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดหวัง

"เราจะใช้ข่าวลือ เป็นอาวุธ" พยัคฆ์กล่าว "เราจะปล่อยข่าวลือออกไป ว่าพวกเรากำลังจะโจมตีคลังสมบัติในคืนวันเพ็ญ ที่กำลังจะมาถึงนี้"

ครูเฒ่าพยักหน้าช้าๆ "แล้วอย่างไรต่อ"

"เราจะสร้างภาพลวงตา ยั่วยุให้ท่านขุนผาตายใจ... และในขณะเดียวกัน เราจะใช้โอกาสนั้น... โจมตีเป้าหมายที่แท้จริง" พยัคฆ์เน้นย้ำคำสุดท้าย "เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่าสมบัติ นั่นคือ... เอกสารที่เชื่อมโยงท่านขุนผาเข้ากับแก๊งค์ค้าทาสที่อยู่เบื้องหลัง"

แผนการของพยัคฆ์นั้นซับซ้อน เขาต้องการสร้างความวุ่นวายรอบคลังสมบัติหลัก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของท่านขุนผาและกองกำลังของเขา ขณะเดียวกัน เขาก็จะนำทีมส่วนหนึ่งบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของท่านขุนผา ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคลังสมบัติมากนัก เพื่อค้นหาเอกสารสำคัญที่เก็บงำไว้ในห้องนิรภัยลับ

"ต้องให้แน่ใจว่าข่าวลือนี้แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว" พยัคฆ์สั่งการ "ส่งคนของเราไปกระจายข่าวตามตลาดสด แหล่งมั่วสุมของพวกนักเลง ให้ทุกคนรับรู้ว่า คืนวันเพ็ญ... คือคืนแห่งการปล้นครั้งใหญ่"

"แต่ถ้ามันไม่เชื่อเล่า" ครูเฒ่าถาม

"มันจะเชื่อ... มันจะเชื่อ เพราะมันรู้ดีว่าเรามีความสามารถ" พยัคฆ์ตอบอย่างมั่นใจ "และเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ข่าวลือนี้ เราจะสร้างสถานการณ์เล็กๆ น้อยๆ ให้ดูเหมือนว่าเรากำลังเตรียมการจริงๆ"

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พยัคฆ์และลูกน้องของเขาทำงานอย่างหนักภายใต้ความมืดมิด พวกเขาแอบไปสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ รอบๆ บริเวณคลังสมบัติ โดยการวางกับดักง่ายๆ หรือปล่อยข่าวลือที่บิดเบือนออกไป สร้างความตึงเครียดให้แก่ยามที่ประจำการอยู่

ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเรื่องการบุกปล้นคลังสมบัติในคืนวันเพ็ญก็แพร่สะพัดไปทั่วกรุงศรีวิไลอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่ถูกท่านขุนผาข่มเหงรังแกต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยความหวัง แต่ก็หวาดหวั่นไปด้วยเช่นกัน

คืนวันเพ็ญมาถึงอย่างเงียบเชียบ ดวงจันทร์เต็มดวงสาดแสงสีนวลลงมายังหลังคาบ้านเรือนที่ซ้อนทับกันแน่นขนัด ในตรอกซอกซอยที่เคยมีเสียงจอแจ บัดนี้กลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านไปเท่านั้น

พยัคฆ์ยืนอยู่บนหลังคาตึกสูง มองไปยังคลังสมบัติของท่านขุนผา ซึ่งมีแสงไฟสว่างไสวและยามที่เดินตรวจตราอย่างหนาแน่นกว่าปกติ เขามองเห็นกองกำลังเสริมที่ถูกส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก

"สมกับเป็นยักษ์ใหญ่จริงๆ" พยัคฆ์พึมพำ "แต่ยักษ์ใหญ่ก็มักจะประมาท เมื่อถูกยั่วยุ"

เขาหันไปมองลูกน้องที่ยืนรออยู่ข้างกาย "พร้อมนะทุกคน"

"พร้อมเสมอครับท่านพยัคฆ์" เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างหนักแน่น

"จำแผนให้ดี" พยัคฆ์กล่าว "ทีมของข้า จะบุกเข้าคฤหาสน์ของท่านขุนผา ส่วนพวกเจ้า... สร้างความวุ่นวายรอบๆ คลังสมบัติ ก่อกวนยามให้มากที่สุด ทำให้พวกมันวุ่นวายจนไม่ทันได้สังเกตเห็นอะไร"

"แล้วเราจะเจอกันที่ไหน" ลูกน้องคนหนึ่งถาม

"ที่เดิม" พยัคฆ์ตอบ "หลังจากเสร็จภารกิจ"

แสงจันทร์สว่างจ้าเป็นสัญญาณ พยัคฆ์กระโดดลงจากหลังคาหายลับไปในความมืด พร้อมกับกลุ่มลูกน้องที่ติดตามเขาไปราวกับเงา

การบุกคฤหาสน์ของท่านขุนผาเป็นอีกด่านหนึ่งที่อันตรายไม่แพ้กัน คฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่า ยามรักษาความปลอดภัยเข้มงวดราวกับป้อมปราการ แต่พยัคฆ์และทีมของเขาก็มีวิธีที่จะแทรกซึมเข้าไปได้

พวกเขาใช้วิธีการที่คาดไม่ถึง พยัคฆ์สั่งให้ลูกน้องบางส่วนปลอมตัวเป็นนักดนตรีเร่ ที่ถูกจ้างมาเล่นในงานเลี้ยงฉลองของท่านขุนผาในคืนนี้ โดยอ้างว่ามีข่าวลือว่าท่านขุนผาจะย้ายสมบัติออกไป จึงจัดงานเลี้ยงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ส่วนพยัคฆ์เอง เขาเลือกใช้วิธีที่เหนือความคาดหมายกว่านั้น เขาปีนป่ายขึ้นไปบนหลังคาคฤหาสน์อย่างเงียบเชียบ ราวกับแมงมุมปีนใย เขาสำรวจหาช่องทางเข้าออกที่คาดไม่ถึง และสุดท้าย เขาก็พบกับช่องระบายอากาศเล็กๆ ช่องหนึ่งที่นำไปสู่ภายใน

"ทางเข้าของจริง" พยัคฆ์กล่าวกับตัวเอง เขาสอดตัวเข้าไปในช่องระบายอากาศแคบๆ นั้น เลือดเริ่มสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น เขารู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ง่ายเลย แต่เพื่อประชาชน เพื่อความยุติธรรม เขาพร้อมที่จะแลกทุกอย่าง

ภายในคฤหาสน์ ท่านขุนผากำลังนั่งดื่มกินอย่างสำราญใจกับเหล่าบริวารที่หน้าเนื้อใจเสือ แต่สีหน้าของเขากลับฉายแววของความกังวลอยู่ลึกๆ เขาได้ยินข่าวลือเรื่องการบุกปล้นคลังสมบัติเช่นกัน และเขาก็ได้สั่งให้เพิ่มกำลังทหารอย่างเต็มที่

"ท่านขุนผา... ทรงสำราญพระทัยหรือพ่ะย่ะค่ะ" ขุนนางคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"ก็เรื่อยๆ" ท่านขุนผาตอบ เสียงห้วน "ข่าวลือพวกนั้น... มันช่างน่ารำคาญนัก"

"พวกโจรป่าเถื่อนย่อมคิดจะมาขโมยของหลวง" ขุนนางอีกคนกล่าวเสริม "แต่เราได้เตรียมการไว้แล้ว รับรองว่าพวกมันไม่มีวันได้เข้าใกล้สมบัติของเราแน่"

ท่านขุนผาพยักหน้า แต่ในใจเขากลับรู้สึกไม่สบายใจ เขารู้ดีว่าพยัคฆ์ไม่ใช่โจรธรรมดา และแผนการของมันต้องไม่ใช่แค่การปล้นสมบัติธรรมดาๆ แน่นอน

ขณะที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างครึกครื้น พยัคฆ์ก็ได้แทรกซึมเข้ามาถึงห้องทำงานของท่านขุนผา เขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ รวดเร็วราวกับสายลม เขาสำรวจหาห้องนิรภัยที่คาดว่าเอกสารสำคัญจะถูกเก็บไว้

"ที่นี่... ต้องที่นี่แน่" พยัคฆ์พูดกับตัวเอง เมื่อเขาพบกับผนังที่มีรอยต่อที่ผิดปกติ

เขายื่นมือออกไปสำรวจ และในที่สุด เขาก็พบกลไกที่ซ่อนอยู่ พยัคฆ์ค่อยๆ หมุนกลไกนั้นอย่างระมัดระวัง และเสียง "คลิก" เบาๆ ก็ดังขึ้น พร้อมกับการเผยให้เห็นประตูห้องนิรภัยที่ซ่อนอยู่

หัวใจของพยัคฆ์เต้นแรงขึ้นกว่าเดิม เขาแตะมือไปที่ประตูห้องนิรภัย มันเปิดออกอย่างง่ายดายราวกับรอคอยอยู่แล้ว

"นี่มัน..." พยัคฆ์ตะลึง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ภายในห้องนิรภัย ไม่ใช่เพียงแค่สมบัติล้ำค่า แต่เป็นกองเอกสารจำนวนมากที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ

"นี่แหละ... คือเป้าหมายที่แท้จริง" พยัคฆ์กล่าว เขารีบกวาดสายตาอ่านชื่อเอกสารต่างๆ อย่างรวดเร็ว เอกสารเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงท่านขุนผาเข้ากับเครือข่ายค้าทาส การเมืองที่สกปรก และการรีดไถประชาชน

ในขณะที่พยัคฆ์กำลังจะหยิบเอกสารที่สำคัญที่สุดออกมา เสียงฝีเท้าของยามก็ดังขึ้นจากภายนอก

"แย่แล้ว..." พยัคฆ์พึมพำ

เขาต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาเลือกที่จะหยิบเอกสารที่สำคัญที่สุดเพียงไม่กี่ฉบับที่เขาคิดว่าพอจะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุด จากนั้น เขาก็รีบปิดประตูห้องนิรภัยให้สนิท และถอยกลับไปซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

ยามสองนายเดินเข้ามาในห้องทำงาน ตรวจดูความเรียบร้อย พวกเขาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

"น่าจะไม่มีอะไรแล้ว ท่านขุนผาคงจะกังวลไปเอง" ยามคนหนึ่งกล่าว

"ก็คงอย่างนั้น" ยามอีกคนตอบ

เมื่อยามทั้งสองเดินออกไป พยัคฆ์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขากลับมาที่ช่องระบายอากาศอีกครั้ง พร้อมกับเอกสารสำคัญที่อยู่ในมือ

"ภารกิจแรกสำเร็จแล้ว" พยัคฆ์กล่าว "แต่ภารกิจที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"

เขาหันไปมองดูความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นภายนอกคลังสมบัติ ภาพยามที่วิ่งวุ่น กระสุนปืนที่ดังเซ็งแซ่ แสดงให้เห็นว่าแผนลวงของเขากำลังได้ผล

แต่ในขณะเดียวกัน พยัคฆ์ก็รู้สึกถึงอันตรายบางอย่างที่คืบคลานเข้ามา ยามที่เขาเผชิญหน้าเมื่อครู่... เขาเห็นประกายตาของยามคนหนึ่งที่ดูอันตรายกว่ายามทั่วไป มันไม่ใช่แค่ยามธรรมดาๆ แต่เป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องความลับของท่านขุนผา

พยัคฆ์รู้ดีว่า การได้มาซึ่งเอกสารนี้ อาจหมายถึงการจุดชนวนสงครามครั้งใหญ่... และเขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจยิ่งกว่าที่เคยเจอมา

เขาจะทำอย่างไรต่อไป? เอกสารเหล่านี้จะนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงใด? และนักฆ่าลึกลับที่เขาเพิ่งจะเผชิญหน้า จะเป็นอุปสรรคสำคัญเพียงใด? เรื่องราวของพยัคฆ์กำลังจะเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!