พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 18 — เสียงเพลงแห่งคมดาบ สู่ประตูคลังมรณะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,035 คำ

ไอหมอกยามเช้าที่ยังคงเหนียวหนึบ ปกคลุมตรอกซอกซอยอันคับแคบของกรุงศรีวิไล ดุจผืนผ้าป่าที่พยายามกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งสู่ความอับชื้นและกลิ่นสาบสางที่คุ้นเคย พยัคฆ์ก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบข้างอย่างไม่วางตา ทุกเงาที่ขยับไหว ทุกเสียงกระซิบกระซาบ ทุกความผิดปกติเล็กน้อย ‌ล้วนเป็นสัญญาณอันตรายที่เขาไม่อาจมองข้าม

หลังจากได้ข้อมูลอันมีค่ามาจาก “แม่เฒ่า” ในซ่องโสเภณีที่ซุกซ่อนอยู่ในซอกหลืบของเมืองหลวง พยัคฆ์ก็รู้แน่ชัดว่าเป้าหมายต่อไปของเขาคือคลังสมบัติของขุนนางผู้หนึ่งนามว่า “เจ้าสัวบุญมา” บุรุษผู้ที่ร่ำรวยจากการขูดรีดไพร่ฟ้าประชาชน และกำลังกักตุนทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ไว้เพื่อรอเวลาจะนำไปใช้ประโยชน์ในการฉ้อโกงครั้งใหญ่

“นายท่าน... ​ข้าเห็นเงาบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น” เสียงกระซิบแผ่วเบามาจากด้านหลังของพยัคฆ์ เป็น “บุญหลาย” ลูกศิษย์ผู้ภักดีที่ติดตามเขามาโดยตลอด ดวงตาของบุญหลายเบิกกว้างเล็กน้อย สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ณ ‍ปากทางเข้าซอยมืดทึบซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไร

พยัคฆ์หรี่ตาลง เขาเห็นเช่นกัน ร่างเงาของชายฉกรรจ์สองคน กำลังยืนคุมเชิงอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของพวกเขาซ่อนอยู่ใต้หมวกปีกกว้าง แต่สัมผัสได้ถึงความแข็งกร้าวดุดันจากท่าที พวกมันคงเป็นพวกอันธพาลที่เจ้าสัวบุญมาจ้างมาเป็นยาม

“มาแล้วสินะ” พยัคฆ์พึมพำกับตัวเอง ‌รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นที่มุมปาก “คิดว่าตรอกซอกซอยแห่งนี้จะเป็นที่หลบภัยของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ”

เขาพยักหน้าให้บุญหลายเป็นสัญญาณ บุญหลายเข้าใจทันที เขาแอบย่องเข้าไปในเงามืดอีกด้านหนึ่งของซอย โดยมีพยัคฆ์เป็นตัวล่อ

เมื่อพยัคฆ์เดินล้ำเข้าไปใกล้จนพวกอันธพาลสองคนเริ่มระแวง ชายคนหนึ่งก้าวออกมาขวางทาง “เฮ้ย! จะไปไหนวะ? ‍ที่นี่ไม่ใช่ทางผ่านของคนนอก” เสียงห้าวห้าวของมันดังขึ้น

พยัคฆ์หยุดยืนนิ่ง ใบหน้ายังคงเรียบเฉย “ข้าแค่มองหาทางเข้าตรอกนี้ ไม่คิดว่าจะเจอผู้คุ้มกันอย่างท่าน”

“ถามอะไรเยอะแยะ! ถ้าไม่อยากมีเรื่อง ก็หันหลังกลับไปซะ!” อันธพาลอีกคนตะโกนขู่

“เสียใจด้วย” ​พยัคฆ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ข้ามีเรื่องที่ต้องทำในตรอกนี้ และข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาขวาง”

ทันทีที่คำพูดจบ พยัคฆ์ก็พุ่งตัวเข้าใส่! ความเร็วของเขาเหลือเชื่อราวกับสายฟ้าฟาด ชายคนแรกที่ขวางทางยังไม่ทันตั้งตัว พยัคฆ์ก็สวนหมัดหนักๆ เข้าที่ปลายคาง ​ส่งให้เขาล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ

อีกคนหนึ่งที่ยืนตะลึงอยู่ไม่นาน ก็รีบชักอาวุธที่ซ่อนอยู่ในเสื้อออกมา มันเป็นมีดสั้นเล่มใหญ่ ปลายมีดสะท้อนแสงจันทร์ที่เล็ดลอดผ่านหมอกบางๆ ได้วูบหนึ่ง

“แก! กล้าดียังไง!” เสียงอันธพาลเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

พยัคฆ์ไม่ตอบ เขาหมุนตัวหลบคมมีดที่ฟาดฟันเข้ามาอย่างฉิวเฉียด ​ก่อนจะใช้เท้าถีบเข้าที่ท้องของมันอย่างแรง ส่งให้ร่างของมันกระเด็นไปชนกำแพงอิฐเสียงดังโครม

แต่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา ก็ดึงดูดความสนใจของ “สิงห์” และ “เสือ” สองสหายที่พยัคฆ์ส่งให้มาสมทบ พวกเขากำลังแฝงตัวอยู่ในกลุ่มนักเลงที่มักจะรวมตัวกันอยู่แถวนี้

“มีเรื่องแล้ว!” สิงห์กระซิบบอกเสือ “ถึงเวลาแล้ว!”

ทั้งสองพุ่งทะยานออกจากเงามืดราวกับพยัคฆ์ พวกเขาเข้าสกัดกั้นพวกอันธพาลที่วิ่งกรูเข้ามาจากอีกฝั่งของซอย พยัคฆ์เห็นดังนั้นก็รู้ว่าแผนการของเขากำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น

เสียงต่อสู้เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ การปะทะกันระหว่างมีด ดาบสั้น และหมัดมวย ดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วตรอกแคบ พยัคฆ์เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วราวกับเงา เขาใช้ความคล่องแคล่วและความแข็งแกร่งที่มี หลบหลีกการโจมตีของพวกอันธพาลได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะตอบโต้กลับด้วยการปล่อยหมัดและเตะที่แม่นยำ

“แกมันไอ้สารเลว!” อันธพาลคนหนึ่งตะโกน พร้อมกับฟันดาบเข้าใส่พยัคฆ์

“ข้าไม่เคยคิดว่าพวกแกจะต่ำตมถึงเพียงนี้” พยัคฆ์ตอบกลับอย่างเย้ยหยัน “รับใช้คนชั่ว ช่างเป็นเกียรติของพวกแกเสียจริง”

พูดจบ พยัคฆ์ก็ใช้ปลายดาบของเขาปัดป้องดาบของอันธพาลออกไป ก่อนจะใช้สันดาบฟาดเข้าที่ขมับ ส่งให้เขาทรุดลงไปกอง

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด แต่มีเพียงพยัคฆ์และพรรคพวกของเขาเท่านั้นที่รู้ว่า นี่เป็นเพียงการเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น

“บุญหลาย! ตอนนี้!” พยัคฆ์ตะโกนบอก

บุญหลายที่แอบย่องเข้ามาจากอีกทางหนึ่ง ได้ยินเสียงสัญญาณ เขารีบวิ่งไปที่กำแพงอิฐที่อยู่ลึกเข้าไปในซอย เป็นกำแพงที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มีร่องรอยบางอย่างที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ

“นี่แหละ! ประตูที่ว่า!” บุญหลายกระซิบกับตัวเอง เขาใช้ปลายมีดที่ซ่อนไว้ค่อยๆ แงะรอยต่อของแผ่นอิฐที่วางเรียงกันอย่างแนบเนียน

เสียงเสียดสีของอิฐที่ถูกงัด ดังเบาๆ พยัคฆ์ที่กำลังสู้กับอันธพาลอีกสองคน เหลือบตามองไปยังทิศทางของบุญหลาย เขาเห็นบุญหลายกำลังพยายามเปิดทาง

“สิงห์! เสือ! เร่งมือหน่อย!” พยัคฆ์เร่ง

สิงห์และเสือที่จัดการอันธพาลรอบข้างได้บ้างแล้ว ก็รีบพุ่งเข้าไปช่วยบุญหลาย พวกเขาทั้งสามคนช่วยกันงัดแงะแผ่นอิฐที่ดูเหมือนจะหนักอึ้ง

ในที่สุด! แผ่นอิฐแผ่นหนึ่งก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องว่างเล็กๆ ที่สามารถลอดเข้าไปได้

“สำเร็จแล้ว!” บุญหลายร้องขึ้นอย่างดีใจ

พยัคฆ์เห็นดังนั้นก็รีบปล่อยหมัดสุดท้ายเข้าใส่ อันธพาลที่เหลืออยู่ก็กระเด็นไปคนละทิศละทาง เขาไม่เสียเวลา เขาพุ่งตรงไปยังช่องเปิดที่บุญหลายเพิ่งจะเปิดได้

“พวกแก! อย่าไป!” อันธพาลที่บาดเจ็บพยายามตะโกนไล่หลัง

“ถึงเวลาที่เจ้าสัวบุญมาจะสำนึกแล้ว” พยัคฆ์กล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะลอดตัวเข้าไปในช่องนั้น

เบื้องหลังแผ่นอิฐที่ถูกเปิดออกนั้น ไม่ใช่ทางเดินธรรมดา แต่มันคืออุโมงค์เล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าไปในความมืด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นของโลหะที่สนิมจับลอยออกมาจากภายใน

“ข้างในคงจะมืดมาก” เสือพูดพลางหยิบโคมไฟเล็กๆ ที่เตรียมมาออกมา

“ไม่ต้องห่วง” พยัคฆ์ตอบ “ข้ามีสิ่งที่ช่วยนำทางอยู่แล้ว”

เขาหยิบเอา “หินเรืองแสง” ที่ได้มาจาก “แม่เฒ่า” ออกมา มันเป็นหินสีเขียวอ่อนที่เปล่งแสงสว่างออกมาได้เองตามธรรมชาติ แสงของมันไม่ได้สว่างจ้า แต่เพียงพอที่จะมองเห็นทางเดินเบื้องหน้า

“นี่มัน... สิ่งลี้ลับนี่เอง” บุญหลายอุทานด้วยความทึ่ง

“เก็บความสงสัยไว้ก่อน” พยัคฆ์กล่าว “เราต้องรีบเข้าไปถึงคลังของเจ้าสัวให้เร็วที่สุด”

ทั้งสี่คนค่อยๆ คืบคลานเข้าไปในอุโมงค์แคบๆ นั้น เสียงฝีเท้าของพวกเขากระทบกับพื้นดินที่ชื้นแฉะ ดังเป็นจังหวะชวนขนลุก แสงจากหินเรืองแสงส่องนำทางให้เห็นถึงกำแพงอิฐที่ก่อตัวอย่างหนาแน่น ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนความลับอันดำมืด

เมื่อเข้าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ อุโมงค์ก็เริ่มมีความกว้างมากขึ้น พวกเขาสามารถเดินตัวตรงได้แล้ว บรรยากาศยิ่งทึบและน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

“ท่านนายท่าน... ข้าได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง” บุญหลายกระซิบ

พยัคฆ์เงี่ยหูฟัง เขาก็ได้ยินเช่นกัน เสียงกุกกักแผ่วเบา ดังมาจากเบื้องหน้า เหมือนกับมีคนกำลังขยับสิ่งของอยู่

“คงจะเป็นยามที่คอยเฝ้าคลัง” พยัคฆ์สันนิษฐาน “เตรียมตัวให้พร้อม”

พวกเขาเคลื่อนตัวไปอย่างเงียบเชียบราวกับผี ปลายเท้าสัมผัสพื้นอย่างแผ่วเบาที่สุด พยัคฆ์นำหน้า ตามมาด้วยบุญหลาย สิงห์ และเสือ

เมื่อใกล้ถึงจุดที่มีเสียง พยัคฆ์ก็หยุด ชะโงกหน้าไปดูตรงมุมของทางเดิน

เบื้องหน้าพวกเขาคือห้องโถงกว้างที่เปิดโล่ง มีแสงไฟจากคบเพลิงส่องสว่างอยู่ทั่วบริเวณ และที่นั่นเอง... คือกลุ่มทหารยามของเจ้าสัวบุญมา กำลังยืนเฝ้าอยู่หลายสิบคน!

“พระเจ้าช่วย...” เสืออุทานเบาๆ

“ดูเหมือนว่า... เราจะเข้ามาเจอแหล่งใหญ่เสียแล้ว” สิงห์กล่าวอย่างกระอักกระอ่วน

พยัคฆ์มองไปยังทหารเหล่านั้น ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย “อย่าเพิ่งตกใจ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง “นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย”

เขาหันไปมองบุญหลาย “บุญหลาย เจ้ายังจำแผนสำรองได้ใช่หรือไม่?”

บุญหลายพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “จำได้ครับนายท่าน!”

“ดี” พยัคฆ์กล่าว “ถึงเวลาที่เราจะต้องสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นแล้ว”

เขากระชับดาบในมือแน่น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะบรรลุภารกิจนี้ให้สำเร็จ แม้ว่าข้างหน้าจะเป็นอันตรายที่มองเห็นได้ชัดเจนก็ตาม

“เตรียมตัวให้พร้อม... การบุกปล้นกำลังจะเริ่มขึ้น”

แต่แล้ว... ท่ามกลางความเงียบของห้องโถงนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิด

“เข้ามาเถอะ... ไพร”

เสียงนั้น... ชวนให้ขนหัวลุก มันไม่ใช่เสียงของทหารยาม แต่เป็นเสียงที่คุ้นเคย... เสียงที่พยัคฆ์พยายามลืมเลือน แต่กลับปรากฏขึ้นมาในเวลาที่อันตรายที่สุด!

พยัคฆ์ชะงักงันไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่เข้าใจว่าเสียงนั้นมาจากไหน และรู้ได้อย่างไรว่าเขาคือ “ไพร”...

ใครกันแน่ที่กำลังรอเขาอยู่ในคลังสมบัติของเจ้าสัวบุญมา? และนี่คือกับดักที่วางไว้ หรือเป็นเพียงการเผชิญหน้ากับอดีตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

ความสงสัยและความอันตรายกำลังถาโถมเข้ามา...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!