ไอหมอกยามเช้าที่เคยปกคลุมกรุงศรีวิไลเมื่อวานนี้ จางหายไปตามกาลเวลา เหลือเพียงความชื้นที่ยังคงเกาะเกี่ยวตามผนังไม้ผุพังของตรอกซอยอันคับแคบ กลิ่นสาบสางที่คุ้นเคยยังคงอบอวล ผสมผสานกับกลิ่นดินชื้นและคราบสกปรกที่หมักหมมมานาน ไพร หรือที่ชาวใต้ดินเรียกขานว่า "พยัคฆ์" ยืนนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งของตรอก ดวงตาคมกริบของเขากวาดสำรวจไปรอบตัวอย่างละเอียด แม้ความสว่างยามสายจะสาดส่องลงมาบ้าง แต่เงาของอาคารไม้เก่าแก่ก็ยังคงทอดตัวเป็นม่านทึบ บดบังบางส่วนของพื้นที่
เมื่อวานนี้ เขาได้ข้อมูลสำคัญจาก "นก" แม้จะเป็นข้อมูลที่ได้มาอย่างยากลำบากและเสี่ยงอันตราย แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามุ่งหน้าต่อไปได้ ขุนนางนาม "ท่านเจ้าพระยาเมฆา" คือเป้าหมายต่อไปของเขา ขุนนางผู้นี้ร่ำรวยมหาศาลจากการรีดนาทาเร้นจากชาวบ้าน และที่สำคัญคือเขามีอำนาจมืดที่คอยปกป้องทรัพย์สินของตนเองอยู่เบื้องหลัง
"มันไม่ง่ายเลยสินะ" ไพรพึมพำกับตัวเอง มือของเขาขยับสัมผัสมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ความรู้สึกคุ้นเคยกับของมีคมที่อยู่ใกล้ตัวทำให้เขารู้สึกมั่นใจขึ้น
"เจ้าไพร! มายืนเฉยๆ ตรงนี้ทำไมวะ?" เสียงห้าวๆ ตะโกนดังมาจากอีกฝั่งของตรอก ชายร่างใหญ่สองคนเดินเข้ามาใกล้ ไพรจำพวกเขาได้ นี่คือลูกสมุนของ "งูเห่า" หัวหน้าแก๊งมาเฟียในย่านนี้
"กำลังพักผ่อนน่ะ มีอะไรรึเปล่า?" ไพรตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาท่าทีให้เป็นปกติที่สุด
"พักผ่อน? แถวนี้ไม่ใช่ที่พักผ่อนของคนอย่างแกนะเว้ย!" ชายร่างใหญ่คนหนึ่งพูดพลางเดินเข้ามาประชิด "หัวหน้าอยากคุยด้วย"
ไพรเหลือบมองไปที่ใบหน้าของชายทั้งสองอย่างประเมิน สายตาของพวกเขามีประกายแห่งความคุกคามชัดเจน "หัวหน้าแก... อยากคุยเรื่องอะไร?"
"เรื่องที่แกไปยุ่งกับเรื่องของเขาไง" ชายอีกคนพูดเสริม "หัวหน้าไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องของตัวเอง"
ไพรขยับตัวเล็กน้อย มือยังคงวางอยู่ใกล้มีดสั้น "ข้าไม่เคยคิดจะยุ่งกับเรื่องของใคร"
"แต่แกกำลังทำอยู่นี่ไง!" ชายร่างใหญ่คนแรกตะคอก "แกไปสืบเรื่องของท่านเจ้าพระยาเมฆาใช่ไหม? หัวหน้าของฉันไม่พอใจที่แกไปทำให้เรื่องมันยุ่งยาก"
หัวใจของไพรเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดว่าเรื่องจะไปถึงหูของ "งูเห่า" เร็วขนาดนี้ "ข้าไม่รู้เรื่องที่เจ้าพูด"
"อย่ามาโกหก! แกมันก็พวกชอบสอดรู้สอดเห็น" ชายร่างใหญ่คนแรกพูดพลางยื่นมือเข้ามาจะคว้าแขนของไพร
แต่ก่อนที่มือของเขาจะสัมผัสตัวไพรได้ เขาก็ผงะถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ไพรหมุนตัวหลบอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะใช้สันมือฟาดเข้าที่ใบหน้าของชายอีกคนอย่างแรง ทำให้ชายคนนั้นเซถอยหลังไป
"อั่ก!"
"แก!"
ชายร่างใหญ่ทั้งสองตกใจกับปฏิกิริยาที่รวดเร็วของไพร พวกเขาไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ดูธรรมดาคนนี้จะมีความสามารถถึงเพียงนี้
"ข้าเตือนแล้ว" ไพรพูดเสียงเย็น ดวงตาของเขากลายเป็นประกายดุจพยัคฆ์ที่กำลังจะตะปบเหยื่อ "อย่ามายุ่งกับข้า"
ว่าแล้วไพรก็ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าใส่ชายร่างใหญ่คนแรกที่กำลังตั้งหลักไม่ทัน อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายยังประหลาดใจ เขาใช้หมัดที่หนักหน่วงต่อยเข้าที่ท้องของชายคนนั้นอย่างจัง
"อูยยย!"
ชายคนนั้นร้องครวญคราง หน้าซีดเผือด เขาทรุดตัวลงไปกับพื้น ไพรไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไป เขาหันไปจัดการกับชายร่างใหญ่อีกคนที่กำลังจะชักมีดออกมา
"แกตายแน่!"
แต่ไพรเร็วกว่า เขาเตะขาของชายคนนั้นอย่างแรง ทำให้มีดหลุดมือไป ก่อนจะใช้ท่อนแขนรวบเข้าที่ลำคอของคู่ต่อสู้ บีบอย่างแรงจนอีกฝ่ายเริ่มหน้าเขียว
"บอกหัวหน้าแกว่า... ข้าไม่กลัว" ไพรพูดเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะปล่อยมือ ชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้น หายใจหอบ
ไพรยืนมองดูสภาพของลูกสมุนทั้งสอง ก่อนจะก้าวเดินต่อไป ทิ้งให้พวกเขาอยู่กับความเจ็บปวดและความอับอาย
"เรื่องมันเริ่มจะวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แล้ว" เขาพึมพำ
ช่วงบ่ายของวันนั้น ไพรใช้เวลาในการสำรวจพื้นที่รอบๆ คฤหาสน์ของท่านเจ้าพระยาเมฆา คฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านตรอกซอยที่เขาอาศัยอยู่มากนัก แต่กลับมีความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ทึบ มีทหารยามคอยตรวจตราอย่างเข้มงวด
เขาแฝงตัวอยู่ในเงามืด สังเกตการณ์การเข้าออกของทุกคน จังหวะการเปลี่ยนเวรยาม และจุดอ่อนของป้อมยามต่างๆ เขาจดจำทุกรายละเอียดไว้ในหัวอย่างแม่นยำ
"กำแพงสูง... ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา... ทหารก็มากพอสมควร" เขาคิดในใจ "คงต้องหาทางอื่นเข้าไป"
คืนนั้น ความมืดมิดได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีของไพร เขาเคลื่อนไหวไปตามตรอกซอยที่มืดมิด ไร้เสียงฝีเท้าที่ดังจนเป็นที่สังเกต เขากลายเป็นเงาที่ล่องลอยไปตามลม
เป้าหมายของเขาคือการบุกเข้าไปในคฤหาสน์ของท่านเจ้าพระยาเมฆา เพื่อค้นหาหลักฐานการทุจริตของขุนนางผู้นี้ และที่สำคัญกว่านั้นคือการหาทางนำทรัพย์สินที่ถูกขโมยมาจากชาวบ้านไปคืน
เขามาถึงบริเวณใกล้เคียงคฤหาสน์อีกครั้ง ท้องฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านก้อนเมฆบางๆ สาดส่องลงมาเล็กน้อย
"เอาล่ะ ถึงเวลาทำงานแล้ว" เขาพึมพำ
ไพรแฝงตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ริมกำแพง เขาเห็นทหารยามสองนายเดินลาดตระเวนไปมาอย่างไม่เร่งรีบ
"เหนื่อยจริงๆ เว้ย" หนึ่งในทหารยามพูดขึ้น
"ก็งานเรานี่หว่า" อีกคนตอบ
ไพรรอจังหวะที่ทหารยามทั้งสองหันหลังให้ เขาใช้เชือกที่เตรียมมาเกี่ยวเข้ากับยอดกำแพงอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ จากนั้นก็ดึงขึ้นอย่างชำนาญ
"เฮือก!"
เขากระโดดขึ้นไปบนกำแพงอย่างว่องไว ร่างกายผอมเพรียวของเขาพลิ้วไหวราวกับแมงมุม เขาปีนข้ามกำแพงไปอย่างง่ายดาย และลงสู่พื้นดินภายในคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล
พื้นที่ภายในคฤหาสน์กว้างขวาง เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านใบไม้ และเสียงยามครางแว่วๆ มาจากที่ไกลๆ
ไพรหมอบตัวต่ำ เคลื่อนไหวไปตามเงาของต้นไม้และอาคารต่างๆ เขาหลบเลี่ยงสายตาของทหารยามที่เดินตรวจตราอยู่เป็นระยะๆ
"ต้องหาทางเข้าตัวคฤหาสน์หลักให้ได้" เขาคิด
เขาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินในสวน สังเกตการณ์ประตูหน้าต่างต่างๆ
"ประตูหลัง... ดูจะเปิดง่ายกว่า" เขาตัดสินใจ
เขาค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้ประตูหลังของคฤหาสน์ เมื่อมาถึง ไพรหยิบเครื่องมือเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า เขามีความชำนาญในการสะเดาะกุญแจเป็นอย่างดี
"กรึก... กริ๊ก..."
เสียงกลไกเล็กๆ ดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบ ไพรใช้สมาธิทั้งหมดไปกับภารกิจตรงหน้า เขาไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย
"แกร๊ก!"
ประตูหลังเปิดออกอย่างเงียบเชียบ ไพรยิ้มมุมปาก เขาค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปภายใน
ภายในคฤหาสน์มืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่สาดเข้ามาเป็นลำแสงบางๆ ไพรเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของอากาศภายใน
"ต้องหาห้องทำงานของท่านเจ้าพระยาเมฆาให้เจอ"
เขาเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมหนา เสียงฝีเท้าของเขาแทบจะไม่ได้ยินเลย เขาเหลือบมองไปรอบๆ ห้องต่างๆ เห็นแต่ห้องโถงใหญ่ ห้องรับแขก และห้องอาหารที่ปิดเงียบ
"ทางนี้!" เขาเห็นบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปยังชั้นสอง
ไพรปีนบันไดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เขามั่นใจว่าชั้นบนต้องมีห้องทำงานของขุนนางผู้นี้
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง เขาพบกับทางเดินที่ทอดยาวไปสองข้างทาง มีประตูห้องต่างๆ เรียงรายกันไป
"ต้องหาห้องที่มีความพิเศษกว่าห้องอื่น" เขาคิด
เขาเดินสำรวจไปทีละห้อง แต่ละห้องดูเหมือนจะเป็นห้องนอนของคนในครอบครัว
จนกระทั่งเขามาถึงห้องสุดท้ายที่อยู่สุดทางเดิน ประตูห้องนี้ดูแข็งแรงกว่าห้องอื่นๆ และมีตราประจำตระกูลของท่านเจ้าพระยาเมฆาประทับอยู่
"ใช่แน่ๆ"
ไพรลองผลักประตู แต่ประตูถูกล็อคอย่างแน่นหนา
"อืม... ต้องหาทางอื่น"
เขามองไปที่หน้าต่างบานใหญ่ของห้องนี้ หน้าต่างเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย
"โอกาสมาถึงแล้ว"
ไพรปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆ และค่อยๆ ดันหน้าต่างให้เปิดออกอย่างเงียบเชียบ เขาใช้ร่างกายที่ยืดหยุ่นค่อยๆ เลื้อยเข้าไปในห้อง
เมื่อเข้ามาภายในห้อง เขาก็พบกับห้องทำงานที่หรูหรา โอ่อ่า เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากไม้เนื้อดี มีตู้เอกสารจำนวนมาก และโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
"เอาล่ะ... ได้เวลาค้นหาแล้ว"
ไพรเริ่มค้นหาในลิ้นชักต่างๆ ของโต๊ะทำงาน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ เขาหยิบกุญแจดอกเล็กๆ ออกมาเพื่อจะลองไขตู้เอกสาร
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอกประตูห้อง
"ใครอยู่ข้างใน!"
เสียงตะโกนดังมาจากทหารยามที่กำลังตรวจตราอยู่ ไพรตกใจเล็กน้อย แต่เขายังคงมีสติ เขาปิดลิ้นชักทันทีและกระโดดลงไปซ่อนหลังม่านหนาทึบ
"แกร๊ก!"
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรง ทหารยามสองนายเดินเข้ามา พร้อมกับถือไฟฉายส่องไปรอบๆ
"มีใครอยู่ไหม?"
ไพรกลั้นหายใจ เขารู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น
"สงสัยจะไม่มีใคร" ทหารยามคนหนึ่งพูด
"แต่เมื่อกี้ได้ยินเสียงนี่นา" อีกคนแย้ง
"อาจจะเป็นแมวก็ได้"
ขณะที่ทหารยามกำลังจะหันหลังกลับ ไพรก็ตัดสินใจแล้วว่าเขาไม่สามารถรอต่อไปได้อีก เขาต้องลงมือ
เขาพุ่งออกมาจากหลังม่านอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีดสั้นที่อยู่ในมือ
"อั่ก!"
ทหารยามคนแรกถูกไพรใช้มีดฟันเข้าที่ต้นแขนอย่างแรงจนร้องลั่น
"อะไรกัน!"
อีกคนหันมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เขารีบชักดาบออกมา แต่ไพรก็รวดเร็วกว่า เขาใช้หมัดต่อยเข้าที่ปลายคางของทหารยามคนนั้นอย่างจัง
"ตุ้บ!"
ทหารยามคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้น ไพรไม่รีรอ เขากระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทำงาน และใช้เท้าเตะกุญแจที่วางอยู่บนชั้นอย่างแรง ทำให้มันกระเด็นไปตกในมุมที่ทหารยามคนที่สองกำลังพยายามจะลุกขึ้น
"แกร๊ก!"
ไพรใช้จังหวะที่ทหารยามกำลังงงงวย เขากระโดดลงมาคว้ากุญแจดอกนั้นมาได้สำเร็จ
"ขอบใจสำหรับของขวัญ" ไพรพูดเสียงเย็น ก่อนจะหันไปไขลิ้นชักที่เขาเพิ่งจะเปิดค้างไว้
เขาล้วงมือเข้าไปในลิ้นชัก และหยิบเอกสารบางส่วนออกมา
"นี่แหละ ที่ข้าตามหา"
ไพรไม่รอช้า เขาหันไปทางหน้าต่างที่เขาเข้ามา และกระโดดออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้ทหารยามทั้งสองนอนระบมอยู่เบื้องหลัง
เสียงสัญญาณดังสนั่นขึ้นทั่วบริเวณคฤหาสน์ "จับขโมย! จับขโมย!"
ไพรวิ่งหนีไปตามทางเดินภายในคฤหาสน์ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารยามจำนวนมากกำลังวิ่งไล่ตามมา
"ดูเหมือนว่าคืนนี้... จะต้องสนุกกว่าที่คิด" ไพรแสยะยิ้ม
เขาต้องออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด พร้อมกับหลักฐานสำคัญที่อยู่ในมือ
แต่เส้นทางที่เขาใช้เข้ามา อาจจะไม่ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อเสียงฝีเท้าของทหารยามกำลังไล่ตามเขามาติดๆ

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก