พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 24 — หมากตัวสุดท้ายของพยัคฆ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 989 คำ

ความมืดสนิทที่ปกคลุมท้องฟ้ายามราตรีของกรุงศรีวิไลยิ่งทวีความลึกลับและความอันตรายให้กับตรอกซอยที่พยัคฆ์และพรรคพวกกำลังย่างก้าวเข้าไป กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ยังคงติดอยู่ตามผนังไม้ที่ผุพัง ผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกองขยะ ส่งกลิ่นฉุนจนแสบจมูก แต่สำหรับพยัคฆ์แล้ว กลิ่นเหล่านี้กลับกลายเป็นดั่งเพลงกล่อมอันคุ้นเคย เป็นสัญญาณว่าเขากำลังเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นทุกขณะ

"แน่ใจนะว่าทางนี้" ‌เสียงกระซิบแหบพร่าของเหม แขนซ้ายของพยัคฆ์ดังขึ้น เขาขยับกายอย่างระแวดระวัง นิ้วมือแข็งแรงกุมด้ามมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อไว้อย่างมั่นคง ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สังเกตการณ์ทุกการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดขึ้น

พยัคฆ์พยักหน้ารับ เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล "มั่นใจที่สุด ​ยิ่งมืด ยิ่งไร้สายตาของพวกมัน" เขาตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่น เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในแผนการที่วางไว้

ในตอนที่แล้ว พยัคฆ์ได้วางแผนลวงครั้งใหญ่ เพื่อล่อให้ทหารยามของขุนนางโกงกินผู้นี้ ออกไปจากคลังสมบัติที่พวกเขาหมายตาไว้ ‍โดยใช้กลุ่มโจรย่อยที่ไร้ฝีมือแต่มีจำนวนมาก เป็นเหยื่อล่อ การปล้นร้านค้าเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากคลังสมบัติ เป็นการสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่าเป็นการโจรกรรมทั่วไป แต่แผนนั้นกลับมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่านั้น

"แผนลวงมันได้ผลเกินคาด" ชาญ ชายร่างกำยำ ‌ผู้เป็นแขนขวาของพยัคฆ์ สบตาเขาอย่างชื่นชม "พวกทหารยามแตกฮือกันไปหมดแล้ว คงวิ่งตามพวกโจรกลุ่มนั้นจนหอบแฮ่ก"

"นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องการ" พยัคฆ์เอ่ยพลางหยุดยืนนิ่ง เขาเงี่ยหูฟังเสียงรอบข้างอย่างตั้งใจ "ไม่มีใครคาดคิดว่าเราจะใช้พวกมันเป็นบันไดขึ้นสู่สมบัติ"

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในตรอกซอยที่แคบลงเรื่อยๆ แสงสลัวจากตะเกียงที่จุดตามทางเดินน้อยนิด ‍พอจะให้มองเห็นโครงร่างของสิ่งปลูกสร้างที่ดูทรุดโทรม แต่ภายในกลับซุกซ่อนความลับอันหอมหวานเอาไว้

"เห็นแล้ว" เสียงของเหมดังขึ้น เขาชี้ไปยังผนังไม้ที่ดูธรรมดา แต่มีรอยต่อที่ผิดปกติ "ตรงนั้นแหละ"

พยัคฆ์เดินเข้าไปสำรวจ เขาใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปตามรอยต่อเหล่านั้น สันนิษฐานได้ว่านี่คือทางเข้าลับที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ​"ชาญ ช่วยดูลาดเลาข้างนอกด้วย ระวังการ์ดที่อาจหลงเหลืออยู่"

"รับทราบ" ชาญพยักหน้า ก่อนจะแอบเงียบหายไปในความมืด

พยัคฆ์และเหมใช้เวลาสักครู่ในการงัดแงะประตูบานนั้นอย่างเงียบเชียบ ความเงียบของยามค่ำคืนถูกทำลายเพียงเสียงเสียดสีของโลหะและเสียงไม้ลั่นเบาๆ เมื่อประตูเปิดออก เผยให้เห็นบันไดแคบๆ ​ทอดลงสู่ความมืดเบื้องล่าง

"ลงไปกัน" พยัคฆ์ออกคำสั่ง เขาก้าวลงบันไดไปก่อน เหมตามมาติดๆ แสงจากตะเกียงที่พยัคฆ์ถืออยู่ ส่องให้เห็นฝุ่นละอองที่ฟุ้งขึ้นมาจากการถูกรบกวน

"กลิ่นอะไรเนี่ย" เหมถาม พลางใช้มือปัดฝุ่นที่ลอยมาเข้าตา ​"เหม็นเหมือนของเก่า"

"ของเก่าที่กำลังจะกลายเป็นของเรา" พยัคฆ์ตอบ เขาก้าวลงไปเรื่อยๆ จนถึงพื้นห้องใต้ดินที่เย็นเฉียบ กลิ่นอับชื้นยิ่งรุนแรงขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไป คือกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ที่ลอยมาปะทะจมูก

"นี่มัน..." เหมอุทาน เขาชะงักเท้า มองไปรอบๆ อย่างตะลึง

ห้องใต้ดินนี้ไม่ได้มีเพียงความมืดและฝุ่น แต่ยังมีชั้นวางไม้เก่าๆ ที่เต็มไปด้วยหีบและกล่องต่างๆ มากมาย หีบเหล่านั้นมีขนาดแตกต่างกันไป บางใบปิดผนึกอย่างแน่นหนา บางใบก็เผยอ้าออกเล็กน้อย

"ไม่ใช่แค่สมบัติธรรมดา" พยัคฆ์กล่าว เขาก้าวเข้าไปใกล้ชั้นวางใบหนึ่งที่เต็มไปด้วยหีบไม้ขนาดเล็ก "นี่คือของมีค่าของขุนนางผู้นี้"

เขาหยิบหีบใบหนึ่งขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ เปิดออก แสงจากตะเกียงส่องกระทบกับสิ่งของที่อยู่ภายใน ทำให้มันระยิบระยับราวกับดวงดาว

"ทองคำ" เหมอุทานด้วยความตื่นเต้น "และอัญมณี! ดูสิ พยัคฆ์! มันเยอะมาก!"

พยัคฆ์ยิ้มมุมปาก เขาหยิบสร้อยคอทองคำประดับด้วยทับทิมเม็ดใหญ่ขึ้นมาดู "ขุนนางผู้นี้สะสมของดีไว้มากจริงๆ"

แต่แล้ว ดวงตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นหีบ เป็นถุงผ้าเล็กๆ ที่ดูธรรมดา เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดออก

"นี่มันอะไร?" เหมถาม มองดูเมล็ดพืชสีเข้มที่อยู่ภายใน "ไม่ใช่ทองคำ ไม่ใช่อัญมณี"

"นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ล้ำค่ากว่าทองคำและอัญมณีเสียอีก" พยัคฆ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาค่อยๆ หยิบเมล็ดพืชขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

"เจ้าหมายความว่ายังไง?"

"จำที่ขุนนางผู้นี้ได้ชื่อว่าอะไรได้ไหม?" พยัคฆ์ถาม

"ก็... ขุนนางแห่งอำพัน ไม่ใช่หรือ?" เหมตอบอย่างไม่แน่ใจ

"อำพัน..." พยัคฆ์พึมพำ "ชื่อของเขามาจากการค้าขายสิ่งหนึ่ง... สิ่งที่ทำให้เขาร่ำรวยมหาศาล"

"เจ้ากำลังจะบอกว่า..." เหมเบิกตากว้าง

"ใช่" พยัคฆ์กล่าว "นี่คือเมล็ดพันธุ์สมุนไพรหายาก เป็นพืชที่ใช้ปรุงยา มีสรรพคุณสูงส่ง ทำให้หายจากโรคร้ายได้ และเป็นที่ต้องการของตลาดมืดอย่างมาก"

เขาเงยหน้ามองเหม "หากเราเอาเมล็ดพวกนี้ไปขาย เราจะได้มากกว่าทองคำที่เห็นทั้งหมดหลายเท่า"

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นจากข้างบน ทำให้ทั้งสองคนชะงัก

"ใครน่ะ!" เสียงตะโกนดังมาแต่ไกล

"แย่แล้ว!" เหมอุทาน

"ชาญ!" พยัคฆ์ตะโกนเรียก "เกิดอะไรขึ้น!"

ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

"พวกมันกลับมาแล้ว!" เหมกล่าว สีหน้าตื่นตระหนก

พยัคฆ์รีบปิดหีบ เขาหยิบถุงเมล็ดพันธุ์สมุนไพรใส่เข้าไว้ในเสื้ออย่างรวดเร็ว "อย่าเพิ่งตื่นตระหนก" เขากล่าว พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องใต้ดิน "เรายังมีทางออก"

เขาเดินไปที่ผนังอีกด้านหนึ่ง พบกับรอยต่อที่ดูเหมือนจะมีกลไกบางอย่าง เขาใช้แรงทั้งหมดงัดแงะมันออกอีกครั้ง

"เร็วเข้า!" พยัคฆ์เร่ง

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาทุกขณะ จนได้ยินเสียงตะโกนบอกทางกันไปมา

"อยู่ตรงนี้แหละ! พวกมันต้องเข้ามาทางนี้!"

"เปิดประตู!"

"พยัคฆ์!" เหมร้องเรียก "ข้าได้ยินเสียงพวกมันแล้ว!"

ทันใดนั้น ประตูทางเข้าลับที่พวกเขาเข้ามา ก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นร่างของทหารยามจำนวนหนึ่ง ที่มีสีหน้าตกใจเมื่อเห็นพวกเขายืนอยู่ตรงนั้น

"จับตัวมันไว้!" เสียงตะโกนดังขึ้น

"ตามมา!" พยัคฆ์คว้าแขนเหมแล้วพาวิ่งเข้าไปในทางลับที่เพิ่งเปิดออก

เบื้องหน้าของพวกเขาคือทางเดินแคบๆ ที่ทอดหายไปในความมืด แต่เมื่อพวกเขาเหลียวมองกลับไป แสงสว่างจากตะเกียงที่ทหารยามถือมา ก็สาดส่องเข้ามาตามทางเดินนั้น

"พวกมันตามมาแน่!" เหมกล่าว หอบหายใจ

"เราต้องเร็วที่สุด" พยัคฆ์ตอบ เขากระชับถุงเมล็ดพันธุ์ในเสื้อให้แน่นขึ้น

พวกเขาวิ่งผ่านทางเดินที่คดเคี้ยวไปเรื่อยๆ เสียงตะโกนและเสียงฝีเท้าของทหารยาม ดังไล่หลังมาติดๆ

"พวกเขาฉลาดกว่าที่คิด" พยัคฆ์พึมพำ "ชาญคงจะพลาดท่า"

"แล้วตอนนี้เราจะไปไหน?" เหมถาม

พยัคฆ์หยุดชะงัก เขามองไปข้างหน้า เห็นทางแยกสองทาง ทางหนึ่งทอดขึ้นสู่เบื้องบน อีกทางหนึ่งทอดลงสู่เบื้องล่าง

"เราต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด" พยัคฆ์กล่าว "แต่ถ้าเราวิ่งขึ้นไป พวกมันก็จะดักรอเราได้ง่ายๆ"

"ถ้าเราลงไปล่ะ?" เหมเสนอ

"อาจจะเจออุโมงค์ระบายน้ำ..." พยัคฆ์คิด "แต่ก็อาจจะติดอยู่ในนั้นก็ได้"

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาอีกครั้ง พวกเขาไม่มีเวลาตัดสินใจแล้ว

"เลือกทางซ้าย" พยัคฆ์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "ทางที่ลงไปข้างล่าง"

พวกเขาหักเลี้ยวเข้าสู่ทางเดินที่ทอดลงไป พยัคฆ์รู้สึกได้ถึงความชื้นที่เพิ่มมากขึ้น กลิ่นอับชื้นของน้ำเน่าเสียเริ่มคละคลุ้ง

"นี่มัน..." เหมอุทาน

"ทางระบายน้ำ" พยัคฆ์พูด "เราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์"

เขาชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว "เราต้องทิ้งร่องรอยที่ทำให้พวกมันหลงผิด"

เมื่อเสียงฝีเท้าของทหารยามดังใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงหอบหายใจของพวกเขา พยัคฆ์ก็รีบฉวยโอกาส

"เหม! กระโดด!" พยัคฆ์ตะโกน

ทั้งสองคนกระโดดลงไปในน้ำขังสีดำที่ท่วมท้นทางเดินนั้นอย่างแรง เสียงน้ำกระจายดังสนั่น

"พวกมันจะหาเราไม่เจอแน่!" เหมกล่าวอย่างมีความหวัง

แต่เมื่อพวกเขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาในน้ำที่สูงเกือบถึงเอว พยัคฆ์ก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเยียบ

"ไม่..." พยัคฆ์พึมพำ

เบื้องหน้าของพวกเขา ไม่ใช่ทางออกที่พวกเขาคาดหวัง แต่เป็นกำแพงทึบที่ปิดกั้นทางเดินอย่างสมบูรณ์

"เราติดกับแล้ว" เหมกล่าว เสียงสั่นเครือ

"ยังไม่..." พยัคฆ์กล่าว เขากลั้นหายใจ พยายามมองหาทางอื่น "นี่ไม่ใช่กับดัก แต่มันคือ... หมากตัวสุดท้าย"

ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงแรงกระแทกจากด้านหลังอย่างรุนแรง ร่างของเขากระเด็นไปข้างหน้า ก่อนจะจมดิ่งลงไปในความมืดของน้ำที่ขุ่นข้น


โปรดติดตามตอนต่อไป...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!