พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

ตอนที่ 25 — พายุในคลังสมบัติ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 999 คำ

ความเงียบที่คืบคลานเข้ามาหลังจากเสียงปะทะของเหล็กในตอนที่แล้ว ไม่ได้นำมาซึ่งความสงบ หากแต่เป็นความตึงเครียดที่เกาะกุมทุกอณูในอากาศ ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวก่อนจะปลดปล่อยความโกรธเกรี้ยว พยัคฆ์ยืนนิ่ง ดาบในมือยังคงชุ่มฉ่ำไปด้วยเลือดขององครักษ์ที่ล้มลงไปไม่นานนัก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ ‌ทางเข้าคลังสมบัติขนาดมหึมาที่บัดนี้มีเพียงร่างของศัตรูที่นอนจมกองเลือดเป็นเครื่องหมายของการมาเยือน

“เร็วเข้า! ปลดโซ่ประตู!” เสียงตะโกนของพยัคฆ์ดังแหวกความเงียบ เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่มิอาจสั่นคลอน เขารู้ดีว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า ทุกนาทีที่เสียไป อาจหมายถึงโอกาสที่พวกมันจะรู้ตัวและส่งกำลังเสริมมา

เด็กหนุ่มนักย่องเบา ผู้มีนามว่า ​"เงา" รีบเข้ามาสวมบทบาท เขาใช้เครื่องมือที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างชำนาญ ค่อย ๆ งัดแงะกลไกของโซ่เหล็กขนาดมหึมาที่ตรึงประตูคลังไว้ เสียงเสียดสีของโลหะดังแผ่วเบา แต่ในความเงียบสงัดนี้ ‍มันกลับฟังดูราวกับเสียงฟ้าร้อง

"ใกล้แล้วครับนาย" เงากระซิบตอบ ใบหน้าของเขาฉายแววตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น

อีกด้านหนึ่ง "ตะวัน" ชายร่างใหญ่ผู้มีกำลังวังชาดุจหมีป่า ก็ยืนคอยพร้อมจะพุ่งทะยานเข้าไปทันทีที่ประตูเปิดออก มือหนาของเขากำด้ามกระบองไม้อย่างแน่น ดวงตาจ้องมองไปยังทางเข้าด้วยความกระหายเลือดที่พร้อมจะปะทุ

"พวกมันคงไม่ทันรู้ตัวหรอกน่า" ‌ตะวันพึมพำ เสียงห้าวของเขากระตุกมุมปากของพยัคฆ์เล็กน้อย

"อย่าประมาทตะวัน" พยัคฆ์เตือน "ขุนนางอย่างมัน ย่อมมีช่องโหว่ที่คาดไม่ถึงเสมอ"

ในที่สุด เสียง "แกร๊ก!" ดังขึ้น ‍โซ่เหล็กหลุดออกจากกลไก ประตูไม้โอ๊กหนาหนักที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง ก็ค่อย ๆ เปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดเบื้องใน

"เข้าไป!" พยัคฆ์ออกคำสั่ง

ตะวันพุ่งทะยานนำหน้าเข้าไปก่อน ตามด้วยเงาที่วิ่งตามติด และพยัคฆ์ที่ก้าวเท้าสุดท้ายเข้าไปในคลังสมบัติ

ภายในคลังสมบัติมืดสนิท ​มีเพียงแสงริบหรี่จากคบไฟที่พวกเขานำติดตัวมา สาดส่องให้เห็นกองสมบัติที่กองสุมอยู่เบื้องหน้า เป็นภาพที่ชวนตะลึงยิ่งนัก ทองคำแท่งส่องประกายระยิบระยับ เหรียญเงินกองพะเนิน เครื่องประดับอัญมณีหลากสีสัน และผ้าไหมชั้นดีที่ถูกเก็บรักษาอย่างดี

"โอ้โห!" เงาอุทานด้วยความตื่นตะลึง ​เขาไม่เคยเห็นสมบัติมากมายถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิต

"นี่แหละ คือผลงานของคนชั่ว" พยัคฆ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ที่ขโมยมาจากน้ำพักน้ำแรงของประชาชน"

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านในของคลังสมบัติ!

"แย่แล้ว! มีคนอยู่ข้างใน!" เงาตะโกน

พยัคฆ์หันขวับ ดาบในมือถูกชักออกมาอย่างรวดเร็ว ​"เตรียมพร้อม!"

จากเงามืด ปรากฏร่างของเหล่าทหารยามของขุนนางคนนั้น พวกเขามีจำนวนมากกว่าที่คาดไว้ และดูเหมือนจะรู้ตัวแล้วว่ามีผู้บุกรุก

"จับพวกมันให้ได้!" เสียงหัวหน้ายามดังขึ้น

การต่อสู้ที่ดุเดือดก็อุบัติขึ้นภายในคลังสมบัติอันคับแคบแห่งนี้ พยัคฆ์ประจันหน้ากับหัวหน้ายามผู้มีร่างกายกำยำ เขาฟันดาบเข้าใส่ด้วยความเร็วและแม่นยำ หัวหน้ายามรับดาบด้วยท่อนแขนที่แข็งแกร่ง แล้วสวนกลับด้วยกระบองเหล็กอันหนักอึ้ง

"แกมันก็แค่หมาจรจัด!" หัวหน้ายามตะโกนขณะออกอาวุธ "บังอาจมาบุกรุกที่ของนายท่าน!"

"นายท่านของแก มันก็แค่โจรที่ปล้นประชาชน!" พยัคฆ์สวนกลับ เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว

ในขณะเดียวกัน ตะวันก็กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับทหารยามอีกหลายนาย เขาใช้กระบองคู่ใจฟาดฟันไปรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง ไม่เกรงกลัวต่อคมดาบที่พุ่งเข้ามา

"มาเลย! พวกขี้ข้าคนชั่ว!" ตะวันคำรามอย่างบ้าคลั่ง "วันนี้แกจะได้รู้ว่าใครคือของจริง!"

เงา แม้จะไม่ใช่นักสู้ที่แข็งแกร่ง แต่ด้วยความคล่องแคล่วของเขา เขาก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของทหารยามได้อย่างว่องไว เขาใช้มีดสั้นที่พกติดตัวเพื่อต่อสู้ในระยะประชิด ยามเมื่อมีโอกาส เขาก็จะพุ่งเข้าไปคว้าทรัพย์สินมีค่าใส่ย่ามที่เตรียมมา

"เร่งมือหน่อยเงา!" พยัคฆ์ตะโกน ขณะที่เขากำลังรับมือกับหัวหน้ายามอย่างดุเดือด

"กำลังรีบครับนาย! แต่พวกนี้มันเยอะเหลือเกิน!" เงาตอบ เขาพยายามเก็บทรัพย์สินเท่าที่ทำได้ แต่ก็ต้องคอยหลบหลีกการโจมตีไปด้วย

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงอาวุธกระทบกัน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงคำรามดังสะท้อนไปทั่วคลังสมบัติ อากาศภายในคลังอบอ้าวไปด้วยเหงื่อและเลือด

พยัคฆ์เห็นว่าหัวหน้ายามเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า เขาจึงตัดสินใจใช้ท่าไม้ตาย เขาใช้ดาบปัดการโจมตีของหัวหน้ายามออกไปอย่างแรง แล้วพุ่งเข้าประชิด ใช้ปลายดาบจ้วงแทงเข้าที่สีข้างของหัวหน้ายาม

"อั่ก!" หัวหน้ายามร้องด้วยความเจ็บปวด เขาทรุดตัวลงอย่างช้า ๆ

"เจ้า...เจ้ามัน..." หัวหน้ายามพยายามพูด แต่ก็ทำได้เพียงสำลักเลือด

พยัคฆ์ไม่รอช้า เขากระชากดาบออก แล้วหันไปมองทหารยามที่เหลือ "ยอมแพ้ซะ!"

ทหารยามที่เห็นหัวหน้าของตนล้มลง ก็เริ่มหวาดกลัว พวกเขามองหน้ากันไปมา แล้วค่อย ๆ วางอาวุธลง

"เรายอมแพ้!" ทหารยามคนหนึ่งกล่าวเสียงสั่น

"ดี!" พยัคฆ์กล่าว "ตอนนี้จงออกไปให้พ้นหน้าข้า!"

ทหารยามรีบพากันวิ่งหนีออกไปจากคลังสมบัติอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงร่างของหัวหน้ายามที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น

"เสร็จแล้ว!" ตะวันถอนหายใจอย่างโล่งอก เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย

"เก็บของต่อ!" พยัคฆ์สั่ง "เราต้องไปก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว!"

เงารีบเก็บทรัพย์สินมีค่าที่เหลือใส่ย่ามอย่างรวดเร็ว แม้จะรีบร้อน แต่เขาก็ยังคงความแม่นยำในการเลือกหยิบของที่มีค่าที่สุด

"นายครับ เราได้มาเยอะมากเลยครับ!" เงาบอกด้วยความดีใจ

"ดีมาก" พยัคฆ์พยักหน้า "ไปกันเถอะ"

ทั้งสามคนรีบออกจากคลังสมบัติ ไปยังทางที่พวกเขาเข้ามา ก่อนจะหายลับเข้าไปในความมืดของตรอกซอย

ขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวออกจากประตูคลัง ก็มีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากด้านนอก!

"แย่แล้ว! มีคนมา!" ตะวันร้อง

"พวกมันรู้ตัวแล้ว!" พยัคฆ์กล่าว เขาหันไปมองทางเข้าคลังที่บัดนี้มีร่างของทหารยามจำนวนมากยืนล้อมอยู่

"ถอยกลับเข้าไป!" พยัคฆ์ออกคำสั่ง

พวกเขากระโดดกลับเข้าไปในคลังสมบัติอีกครั้ง ประตูไม้โอ๊กหนาหนักถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว

"นี่เราติดกับแล้วหรือนี่?" เงาถามด้วยความตกใจ

"ยังไม่แน่" พยัคฆ์กล่าว พลางมองไปยังกองสมบัติที่อยู่รอบตัว "เรามีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่ง"

"อะไรครับนาย?"

"เราอยู่ในที่ของพวกมัน และพวกมันก็ไม่รู้ว่าเรามีอะไรอยู่บ้าง" พยัคฆ์ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "ได้เวลาเล่นเกมใหม่กันแล้ว"

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามาใกล้ประตูมากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะพังมันเข้ามา พยัคฆ์ยืนประจันหน้ากับประตูที่กำลังจะถูกกระหน่ำโจมตี ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยประกายแห่งความท้าทาย เขาพร้อมแล้วที่จะปลดปล่อยพายุแห่งการต่อสู้เข้าไปในใจกลางของกองทัพศัตรู

แต่ในขณะที่พวกทหารยามกำลังจะบุกเข้ามา พลันก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอกอีกครั้ง! เสียงเหล่านั้นไม่ใช่เสียงของทหารยาม แต่เป็นเสียงของกลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังทะเลาะวิวาทกันอย่างอึกทึก

"อะไรกันน่ะ?" ตะวันสงสัย

"เหมือนจะมีใครก่อกวนพวกมันอยู่" พยัคฆ์กล่าว เขามองออกไปนอกประตูเล็กน้อย แล้วก็เห็นเงาตะคุ่มของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังต่อสู้กับทหารยามกลุ่มแรกที่เข้ามา

"นั่นมัน..." เงาอุทาน "กลุ่มของ 'กริช' นี่นา!"

"พวกมันมาช่วยเรา?" ตะวันถาม

"ไม่น่าจะใช่" พยัคฆ์กล่าว "พวกมันอาจจะมีแผนของตัวเอง"

แต่ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไร โอกาสที่พวกเขาได้รับมานั้น มีค่ามหาศาล

"เอาล่ะ" พยัคฆ์หันมามองตะวันและเงา "นี่คือโอกาสของเรา"

พวกทหารยามที่กำลังจะบุกเข้ามา ต่างก็ถูกดึงความสนใจไปยังเสียงเอะอะโวยวายด้านนอก พวกเขาเริ่มสับสนและไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์อย่างไร

"ตะวัน! ไปจัดการไอ้พวกที่อยู่ข้างนอกนั่น! อย่าให้มันเข้ามาได้!" พยัคฆ์สั่ง

"รับทราบครับนาย!" ตะวันพยักหน้า แล้วพุ่งออกไป

"เงา! ช่วยฉันเก็บของให้เร็วที่สุด!" พยัคฆ์กล่าว

เงารีบพยักหน้า แล้วเริ่มเก็บสมบัติที่เหลืออย่างรวดเร็ว พยัคฆ์เองก็ไม่ปล่อยโอกาสให้เสียไป เขาหยิบทองคำแท่งจำนวนมากที่อยู่ใกล้ตัวใส่ย่าม

ขณะที่ตะวันกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับกลุ่มของกริชที่บุกเข้ามา ก็มีบางอย่างที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

บนระเบียงชั้นสองของคลังสมบัติ ปรากฏร่างของขุนนางเจ้าของสมบัติผู้นั้น เขายืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

"จับมัน! จับพวกมันให้ได้ทั้งหมด!" ขุนนางตะโกนสุดเสียง

และแล้ว การต่อสู้อันดุเดือดที่แท้จริง ก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นภายในคลังสมบัติแห่งนี้ ไม่เพียงแต่กับเหล่าทหารยาม แต่ยังรวมไปถึงแผนการอันซับซ้อนของขุนนางผู้นั้น ที่กำลังจะเผยออกมา.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!