โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 825 คำ
ความเงียบที่แผ่ซ่านหลังเสียงดาบกระทบกันเมื่อครู่ ไม่ได้นำมาซึ่งความผ่อนคลาย หากแต่บีบคั้นทุกอณูของอากาศให้ตึงเครียดราวกับเชือกที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด พยัคฆ์ยืนนิ่ง หัวใจเต้นระรัวเป็นจังหวะถี่ ท่ามกลางความมืดที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่กำลังคุกคาม เสียงหอบหายใจของเขาดังแผ่วเบา แต่หนักหน่วง ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังตั้งท่าจู่โจม
เงาตะคุ่มที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขาคือเหล่านักฆ่าของขุนนางอัคคี ร่างทุกร่างปกปิดด้วยอาภรณ์สีดำสนิท ใบหน้าซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ผ้าคลุม ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายวาวโรจน์ราวกับเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ ความเงียบที่พวกมันนำมาไม่ใช่ความว่างเปล่า หากแต่เป็นเสียงขู่คำรามที่อัดอั้นรอวันปลดปล่อย
"แก... คือพยัคฆ์สินะ" เสียงทุ้มแหบพร่าดังมาจากเงาที่หนาที่สุดราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณ ร่างนั้นสูงใหญ่กว่าใครเพื่อน แสงจันทร์อันริบหรี่สาดส่องให้เห็นถึงคมดาบยาวเฟื้อยที่มันกวัดแกว่งเบาๆ ปลายดาบสะท้อนแสงสีเงินยวง ราวกับลิ้นของอสรพิษร้ายที่พร้อมจะพ่นพิษ
พยัคฆ์เชิดหน้าขึ้น ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาที่ซ่อนอยู่ในเงาเหล่านั้น "ถ้าไม่ใช่... พวกแกคงไม่เสียเวลามาดักรอข้าในที่แบบนี้" เสียงของเขาหนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยัน
"เสียเวลา? ฮ่าๆๆ" เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นจากเหล่านักฆ่า "แกมันก็แค่หนูสกปรกที่หลงเข้ามาในอาณาเขตของราชสีห์ อย่าคิดว่าแค่มีคมดาบกับความบ้าบิ่นจะเอาชนะเราได้"
"ราชสีห์?" พยัคฆ์หัวเราะกลับ "ข้าเห็นแต่กลุ่มอีกาที่กำลังรอเวลาคาบศพต่างหาก"
คำพูดของพยัคฆ์จุดชนวนความโกรธในหมู่เหล่านักฆ่า เงาสีดำเริ่มขยับเขยื้อน ปรายตามองกันไปมา ก่อนที่ร่างที่สูงใหญ่ที่สุดจะชี้นิ้วมาทางพยัคฆ์
"จับเป็น... หรือจะให้มันตาย" น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยอำนาจ
"จับเป็น!" เสียงประสานดังมาพร้อมกัน
พยัคฆ์รู้ดีว่านี่คือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล พวกมันไม่ได้ต้องการเพียงแค่สังหารเขา แต่ต้องการจับเป็น เพื่อนำตัวไปทรมาน หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องมือบางอย่าง แต่สำหรับพยัคฆ์ การยอมจำนนไม่ใช่ทางเลือก
"อยากได้ข้า ก็ต้องเข้ามาเอาเอง!" พยัคฆ์ตะโกนสุดเสียง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่กลุ่มนักฆ่าด้วยความเร็วราวกับลมกรด
ดาบในมือของพยัคฆ์ฟาดฟันอย่างรวดเร็วและทรงพลัง แต่ละครั้งที่คมดาบกระทบกัน เกิดเป็นประกายไฟสว่างวาบขึ้นในความมืด เสียงเหล็กกระทบกันกึกก้องไปทั่วตรอกแคบๆ พยัคฆ์ไม่ได้สู้แบบตั้งรับ เขารุกไล่ บุกตะลุยราวกับพายุที่ถาโถมเข้าใส่
เหล่านักฆ่าเองก็ใช่ว่าจะไร้ฝีมือ พวกมันเคลื่อนไหวประสานกันอย่างเป็นระบบ ร่างหนึ่งเข้าปะทะ อีกร่างคอยสนับสนุน วงล้อมของพวกมันค่อยๆ บีบเข้ามา พยัคฆ์ต้องอาศัยความคล่องแคล่วและไหวพริบอันเหนือชั้นในการเอาตัวรอด
"แกนี่มันแข็งข้อดีจริงๆ" เสียงของหัวหน้านักฆ่าดังขึ้นอีกครั้ง "แต่ความแข็งข้อของแกจะนำมาซึ่งความพินาศ!"
ร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าพยัคฆ์อีกครั้ง ดาบยาวของมันฟาดฟันลงมาอย่างรุนแรง พยัคฆ์ยกดาบขึ้นปัดป้อง เสียงกระทบดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้แขนของเขาชาไปชั่วขณะ
"ฝีมือไม่เลวนี่!" พยัคฆ์พึมพำ เขาเห็นช่องว่างเพียงเสี้ยววินาที เขาจึงหมุนตัวหลบคมดาบ ก่อนจะใช้สันดาบฟาดเข้าที่ข้อศอกของหัวหน้านักฆ่า
"อั๊ก!" เสียงร้องดังขึ้น หัวหน้านักฆ่าเสียหลักเล็กน้อย พยัคฆ์ไม่รอช้า เขาถอยห่างออกมาตั้งหลัก
"แค่นี้เองเหรอ?" พยัคฆ์ยิ้มเยาะ
"แก!" หัวหน้านักฆ่าคำรามด้วยความโกรธ "แกจะตายอย่างทรมาน!"
นักฆ่าอีกสามร่างพุ่งเข้ามาโจมตีพยัคฆ์พร้อมกัน พวกมันใช้ดาบสั้นและมีดสั้น โจมตีจากทุกทิศทุกทาง พยัคฆ์ต้องหมุนตัว หลบหลีก ฟาดฟันอย่างไม่หยุดหย่อน
"พยัคฆ์! ทางนี้!" เสียงของเสือดังขึ้นจากด้านข้าง พยัคฆ์หันไปมอง เห็นเสือกำลังตะลุมบอนกับนักฆ่าสองคน
"จัดการพวกมันให้เร็ว!" พยัคฆ์ตะโกนตอบ
เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับกลุ่มนักฆ่าตรงหน้าอีกครั้ง เขาตระหนักได้ว่าหากยังคงติดอยู่ในวงล้อมนี้ เขาจะเสียเปรียบอย่างมาก เขาต้องหาทางทำลายวงล้อมนี้ให้ได้
พยัคฆ์สังเกตเห็นว่านักฆ่าส่วนใหญ่มักจะเดินเข้ามาโจมตีเขาจากด้านหน้า เขาจึงวางแผนที่จะใช้จังหวะนี้
"พวกแกน่ะ!" พยัคฆ์ร้องเรียก "มานี่สิ! ข้าจะสอนบทเรียนให้!"
เขาแกล้งทำเป็นเสียเปรียบ ถอยร่นไปทางด้านหลังของตรอกซอย นักฆ่าที่โง่เขลาหลงกล พากันกรูเข้ามาอย่างไม่ทันระวัง
เมื่อเข้าใกล้กำแพงด้านหลัง พยัคฆ์ก็กระโดดขึ้นไปเกาะที่ขอบกำแพงอย่างรวดเร็ว เขาใช้แรงส่งจากแขนทั้งสองข้าง ส่งตัวลอยขึ้นไปบนหลังคาของอาคารเก่าๆ
"หา!" เหล่านักฆ่าตะลึงงัน
พยัคฆ์ไม่รอช้า เขากระโดดข้ามหลังคาไปมาอย่างคล่องแคล่ว สายลมยามค่ำคืนพัดโกรก ใบหน้าของเขาเปื้อนเหงื่อ แต่ดวงตาของเขายังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น
"พวกแกจะตามข้าไม่ทันหรอก!" พยัคฆ์ตะโกนก้อง
เหล่านักฆ่าพยายามปีนป่ายตามขึ้นมา แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเทียบได้กับความว่องไวของพยัคฆ์
พยัคฆ์วิ่งไปตามหลังคาราวกับพยัคฆ์จริงๆ ที่กำลังล่าเหยื่อ เขามองลงไปยังตรอกด้านล่าง เห็นเสือกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด
"เสือ! ข้าจะลงไปช่วย!" พยัคฆ์ตะโกน
เขากระโดดลงมาจากหลังคาอย่างแม่นยำ ลงไปสู่ลานเล็กๆ ที่เสือกำลังเผชิญหน้ากับนักฆ่าสองคน
"เห่า!" เสือคำราม พลางฟาดกรงเล็บเข้าใส่นักฆ่าคนหนึ่ง
พยัคฆ์ลงมาอย่างรวดเร็ว ดาบในมือฟาดฟันเข้าใส่เหล่านักฆ่าที่เหลืออย่างไม่รีรอ
"แกเข้ามาแล้วก็ดี! จะได้จบๆ กันไป!" หัวหน้านักฆ่าที่ตามมาถึง ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด
"จบกันไปแน่!" พยัคฆ์ตอบกลับ "แต่คนที่จะจบ... คือพวกแกต่างหาก!"
การต่อสู้กลับมาดุเดือดอีกครั้ง พยัคฆ์และเสือผนึกกำลังเข้าสู้กับเหล่านักฆ่าที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด
"พวกมันเยอะเกินไป!" เสือตะโกนขณะที่หลบคมดาบ "เราต้องถอย!"
"ยัง! ข้ายังไม่ต้องการถอย!" พยัคฆ์ยังคงยืนหยัด
แต่แล้ว พยัคฆ์ก็สังเกตเห็นบางอย่าง ร่างของหัวหน้านักฆ่ากำลังเคลื่อนไหวไปทางอีกฝั่งของตรอก ราวกับจะเปิดทางให้ใครบางคน
"นั่นมันอะไร?" พยัคฆ์พึมพำ
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นมาจากอีกฝั่งของตรอก ปรากฏร่างของทหารยามกรุงศรีวิไลนับสิบ!
"จับเป็นพยัคฆ์! และสหายของมัน!" เสียงตะโกนดังลั่น
พยัคฆ์และเสือถูกล้อมจากทั้งสองด้าน!
"บ้าเอ๊ย!" เสือสบถ
"นี่มันแผนของขุนนางอัคคี!" พยัคฆ์กัดฟัน
เหล่านักฆ่าที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาหยุดการโจมตีชั่วครู่ ราวกับกำลังรอชมฉากจบ
"เตรียมตัวซะ พยัคฆ์! วันนี้คือวันสุดท้ายของแก!" หัวหน้านักฆ่าพูดอย่างเย้ยหยัน
พยัคฆ์มองไปรอบๆ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด แต่ในดวงตาของเขากลับฉายประกายแห่งความไม่ย่อท้อ
"วันสุดท้ายของข้า? ฮ่าๆๆ" พยัคฆ์หัวเราะ "แกคิดผิดแล้ว! นี่อาจเป็นวันสุดท้ายของพวกแกต่างหาก!"
เขาเงื้อดาบขึ้น ดวงตาของเขาทอประกายคมกล้า ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังจะคำรามก่อนจะตะปบเหยื่อ
"เสือ! เตรียมพร้อม!" พยัคฆ์ตะโกน
"พร้อมเสมอ!" เสือตอบรับ
ทั้งสองยืนประจันหน้ากับศัตรูที่รายล้อม ท่ามกลางความมืดที่บีบคั้น ชะตากรรมของพวกเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย แต่จิตวิญญาณแห่งนักสู้ของพยัคฆ์ยังคงไม่ยอมแพ้ เขาจะสู้จนถึงลมหายใจสุดท้าย!

พยัคฆ์ผยองแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก