เสียงตะโกนก้องโหยหวนปะปนกับเสียงระเบิดที่ยังคงดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า อัคราสูดหายใจลึก พยายามกลั้นกลิ่นไหม้เกรียมและฝุ่นปูนที่คลุ้งตลบอบอวลในอากาศ ร่างกายของเขาปวดร้าวไปทุกอณู แขนซ้ายของเขาถูกพันด้วยผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดนั้นแข็งแกร่งกว่าความเจ็บปวด เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ท่ามกลางซากปรักหักพังของสิ่งที่เคยเป็นมหานครอันรุ่งเรือง
แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลอดผ่านกลุ่มควันดำทะมึน เผยให้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัว กึกก้องไปด้วยเสียงเหล็กเสียดสี กระจกแตกละเอียด และเสียงร้องไห้ของผู้รอดชีวิตที่สิ้นหวัง ตึกสูงระฟ้าที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ บัดนี้กลายเป็นเพียงโครงกระดูกเหล็กบิดเบี้ยว หรือไม่ก็ทรุดตัวลงกลายเป็นกองอิฐมหึมา
“คุณอัครา! คุณอัครา!” เสียงของพลอยใส แว่วมาแต่ไกล เธอคือหนึ่งในไม่กี่คนที่เขายังคงเห็นความหวังอยู่เบื้องหน้า ร่างเล็กบอบบางวิ่งฝ่ากองซากปรักหักพังมาหาเขา ใบหน้าเปื้อนฝุ่นและคราบน้ำตา แต่ดวงตายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว
“พลอยใส! เป็นยังไงบ้าง?” อัคราเอ่ยถาม พยายามซ่อนความกังวลเอาไว้ในน้ำเสียง
“หนูไม่เป็นไรค่ะ แต่คุณ... แขนคุณ” พลอยใสรีบเข้ามาประคองเขา มือเล็กๆ สั่นเทาขณะพยายามสำรวจบาดแผล
“แค่นี้สบายมาก” อัคราพยายามยิ้มให้เธอ “เราต้องรีบไปจากที่นี่ก่อนที่ไอ้พวกนั้นจะกลับมา”
“พวกมัน... พวกมันมีอาวุธที่น่ากลัวเกินไปค่ะ หนูไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน” พลอยใสพูดเสียงสั่น เธอเล่าถึงฝูงมนุษย์ต่างดาวที่บุกเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว พร้อมด้วยอาวุธที่ปลิดชีพผู้คนได้อย่างง่ายดาย พวกมันมีผิวหนังสีดำเงาวาว ดวงตาเรืองแสงสีแดง และรูปร่างสูงใหญ่ผิดมนุษย์
“ฉันรู้... แต่มันไม่ใช่วิธีที่เราจะยอมจำนน” อัครากอดไหล่พลอยใสเบาๆ “จำได้ไหมที่เราวางแผนกันไว้? ทางออกอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน”
“จำได้ค่ะ แต่... ทางเข้ามันอยู่ตรงนั้น” พลอยใสชี้ไปยังอาคารที่กำลังจะถล่มลงมา
“งั้นเราก็ต้องไปให้ถึง” อัคราตัดสินใจแน่วแน่
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากเบื้องบน อัคราและพลอยใสเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเงาร่างสูงใหญ่กำลังเดินตรวจตราอยู่บนซากอาคาร อาวุธที่ดูเหมือนปืนเลเซอร์สีดำวาววับอยู่ในมือของมัน
“ต้องไปเดี๋ยวนี้!” อัครากระชับแขนที่บาดเจ็บ พลางมองหาเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด
พวกเขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว หลบหลีกเศษหินเศษปูนที่ยังคงร่วงหล่นลงมา เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อยู่ใกล้กว่าเดิม แรงสั่นสะเทือนทำให้พื้นดินสั่นคลอน อัคราดึงพลอยใสหลบเข้าไปในซอกตึกเก่าที่ยังพอมีที่กำบัง
“พวกมันกำลังตามหาเรา” อัครากระซิบ
“เราจะหนีไปไหนได้คะ? เมืองทั้งเมืองกลายเป็นแบบนี้แล้ว” พลอยใสถามอย่างสิ้นหวัง
“เราจะไปที่ป่า” อัคราตอบ “ที่นั่นเรายังมีโอกาส”
“ป่า? แต่เราจะไปถึงได้ยังไงคะ?”
“ฉันจะพาไป” อัคราพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเกินกว่าที่พลอยใสจะปฏิเสธได้ เขารู้ว่ามันเป็นไปได้ยากเพียงใดที่จะออกจากใจกลางเมืองที่ถูกปิดล้อมด้วยกองกำลังศัตรู แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
พวกเขากระโจนออกจากที่กำบังอีกครั้ง วิ่งต่อไปยังทิศทางของทางเข้าอุโมงค์ พลอยใสวิ่งตามอัคราอย่างไม่ลดละ แม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าและหวาดกลัวเพียงใดก็ตาม
ระหว่างทาง พวกเขาเห็นภาพอันน่าสลดใจ ผู้คนมากมายที่พยายามหนีเอาชีวิตรอด แต่ส่วนใหญ่ก็จบชีวิตลงด้วยอาวุธของศัตรู อัคราพยายามดึงพลอยใสให้หลบเลี่ยงการปะทะที่เกิดขึ้นรอบตัว เขาไม่ต้องการให้เธอเห็นความโหดร้ายที่เกินกว่าจะรับไหว
“ต้องไปทางนี้!” อัคราชี้ไปยังซอยแคบๆ ที่มีเศษซากรถยนต์กีดขวางอยู่
พวกเขากระโดดข้ามสิ่งกีดขวางไปอย่างทุลักทุเล เสียงฝีเท้าของศัตรูเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อัคราเหลือบมองข้างหลัง เห็นเงาร่างสีดำกำลังวิ่งไล่ตามมาติดๆ
“เกือบถึงแล้ว!” อัคราตะโกน
พวกเขามาถึงหน้าอาคารเก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก แต่ก็มีทางเข้าอุโมงค์ที่พวกเขาต้องการอยู่ตรงนั้น
“เปิดมันเร็วเข้า!” อัคราเร่ง
พลอยใสพยายามดึงประตูเหล็กเก่าแก่ที่หนักอึ้ง แต่ดูเหมือนจะติดขัด
“มันเปิดไม่ได้!” เธอร้อง
ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังขึ้นใกล้ๆ แรงระเบิดทำให้ประตูเหล็กที่ว่านั้นเผยอออกเล็กน้อย
“ดีเลย! เข้าไป!” อัคราผลักพลอยใสเข้าไปก่อน แล้วตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ภายในอุโมงค์มืดสนิท มีเพียงแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องว่างของประตูเข้ามา กลิ่นอับชื้นและเสียงน้ำหยดแผ่วเบาเป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาสัมผัสได้
“ปิดประตูให้สนิท!” อัคราสั่ง
พลอยใสพยายามดันประตูเหล็กให้ปิดลงอย่างสุดกำลัง อัคราช่วยอีกแรง จนกระทั่งประตูเหล็กปิดสนิท เหลือเพียงความมืดและความเงียบที่ปกคลุมไปทั่ว
“เรามาถึงแล้ว” พลอยใสพึมพำด้วยความโล่งอก
“ยัง เรายังไม่ปลอดภัย” อัคราตอบ เขาพิงแผ่นหลังกับประตูเหล็กที่เย็นเฉียบ รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา
“เราจะไปต่อยังไงคะ?”
“เดินไปเรื่อยๆ ตามทางนี้” อัคราบอก “อุโมงค์นี้จะพาเราออกไปนอกเมือง”
พวกเขาเริ่มต้นการเดินทางเข้าไปในความมืด โดยมีเพียงแสงจากไฟฉายโทรศัพท์มือถือของพลอยใสเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงน้อยนิด
“คุณแน่ใจเหรอคะว่าทางนี้จะพาเราออกไปได้จริงๆ?” พลอยใสถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“ฉันเคยสำรวจเส้นทางนี้มาก่อนตอนเด็กๆ” อัคราตอบ “มันค่อนข้างยาวและซับซ้อน แต่มันคือทางเดียวที่จะพาเราหนีพ้นจากเงื้อมมือของพวกมัน”
ระหว่างที่เดินไปเรื่อยๆ อัคราก็เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เขาเล่าถึงการบุกเข้ามาอย่างกะทันหันของเหล่ามนุษย์ต่างดาว การต่อสู้ที่ดุเดือดที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเมือง และการเสียสละของเพื่อนร่วมทีมของเขาหลายคน
“พวกมันต้องการอะไรกันแน่?” พลอยใสถาม
“ฉันไม่รู้... แต่สิ่งที่ฉันรู้แน่ๆ คือพวกมันไม่ต้องการให้เรามีชีวิตรอด” อัคราตอบ
“แล้วเราจะสู้กับพวกมันได้ยังไงคะ? อาวุธของพวกมันน่ากลัวมาก”
“เราอาจจะสู้ตรงๆ ไม่ได้” อัคราครุ่นคิด “แต่เรามีความได้เปรียบอย่างอื่น”
“อย่างอื่น?”
“พวกมันไม่รู้จักพื้นที่ของเรา ไม่รู้จักป่า ไม่รู้จักภูมิประเทศของเรา” อัคราพูด “และเรา... เราก็ยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์อีกหลายคนที่ยังหลงเหลืออยู่”
พลอยใสเงยหน้ามองอัครา ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความหวังอีกครั้ง
“คุณหมายถึง...”
“ใช่” อัคราพยักหน้า “กลุ่มต่อต้านของเรายังคงกระจายตัวอยู่ตามที่ต่างๆ และเราจะรวมตัวกันอีกครั้ง”
การสนทนาของพวกเขาหยุดลงเมื่อเสียงหยดน้ำที่ดังเป็นจังหวะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ และน้ำที่เริ่มท่วมขังอยู่ที่ข้อเท้าของพวกเขา
“น้ำมันสูงขึ้น” พลอยใสเอ่ย
“เราต้องรีบไป” อัคราเร่ง เขาจับมือพลอยใสไว้แน่น
พวกเขาเดินลุยน้ำไปเรื่อยๆ ความมืดและความอับชื้นเริ่มบีบคั้น แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไป
“คุณคิดว่าเราจะเจอใครที่นั่นคะ?” พลอยใสถาม
“ฉันหวังว่าจะเป็นคุณพงษ์” อัคราตอบ “เขาเป็นคนเดียวที่น่าจะรู้แผนการของศัตรูได้ดีที่สุด”
“แล้วถ้าไม่เจอเขา?”
“เราก็จะหาทางของเราเอง” อัคราตอบด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ “เราจะหาทางปกป้องโลกใบนี้เอาไว้”
พวกเขาเดินต่อไปในอุโมงค์อันมืดมิดที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เสียงฝีเท้าของพวกเขาในน้ำที่ท่วมขังเป็นสิ่งเดียวที่ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ จนกระทั่ง...
“แสง!” พลอยใสร้องขึ้น
เบื้องหน้าของพวกเขา มีแสงสว่างสาดส่องเข้ามาจากช่องทางออกของอุโมงค์
“เรากำลังจะได้ออกไปแล้ว” อัคราพูด
พวกเขาเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า และในที่สุด ก็ก้าวออกมาสู่โลกภายนอกอีกครั้ง
แต่สิ่งที่พวกเขาพบ ไม่ใช่ภาพของป่าอันเขียวชอุ่มอย่างที่คาดหวัง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า พวกเขากลับเห็นภาพของป่าที่ถูกเผาไหม้ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นกลายเป็นเถ้าถ่าน ท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันไฟ และมีเสียงปะทะกันของอาวุธดังมาจากไม่ไกล
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่?” อัคราอุทาน
“ไม่ใช่... ไม่ใช่แบบนี้” พลอยใสพูดเสียงสั่น
พวกเขาพบว่าอุโมงค์นี้ไม่ได้พาพวกเขาหนีออกจากอันตราย แต่กลับพาพวกเขาเข้าไปสู่สมรภูมิรบแห่งใหม่
“ดูนั่น!” อัคราชี้ไปยังกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกลางป่าที่กำลังลุกไหม้
มีทั้งมนุษย์และ... สิ่งมีชีวิตอื่นที่ดูคุ้นตา
“นั่น... นั่นมันพวกเดียวกันกับที่บุกเมือง!” พลอยใสพูดอย่างตกใจ
“ไม่... ไม่ใช่ทั้งหมด” อัคราสังเกตเห็นบางอย่าง “นั่นคือ... กลุ่มต่อต้านของเรา!”
เขาสังเกตเห็นธงสีแดงสัญลักษณ์ของกลุ่มต่อต้านโบกสะบัดอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง แต่ก็มีกลุ่มมนุษย์ต่างดาวสีดำเงาวาวที่กำลังเข้าปะทะอย่างดุเดือด
“เราต้องไปช่วยพวกเขา!” อัคราตัดสินใจ
“แต่คุณยังบาดเจ็บอยู่เลยนะคะ!” พลอยใสท้วง
“ถ้าเราไม่ไปช่วย พวกเขาก็จะถูกสังหารหมด” อัคราพูด “และถ้าพวกเขาตาย... โอกาสของเราก็จะหมดไปด้วย”
อัคราหันไปมองพลอยใส “เธอจะรออยู่ที่นี่ หรือจะไปกับฉัน?”
พลอยใสลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่
“หนูจะไปกับคุณค่ะ!”
อัคราพยักหน้า เขาเห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตาของเธอ
“งั้น... เตรียมตัวให้พร้อม” อัครากระชับแขนข้างที่บาดเจ็บ “การต่อสู้ครั้งใหม่... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น”
พวกเขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้สมรภูมิรบที่กำลังลุกลาม โดยไม่รู้เลยว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม และเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการรุกรานครั้งนี้
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก