เสียงปืนกลหนักยังคงกระหึ่มราวกับพายุร้ายที่ไม่มีวันหยุด อัคราคลานหลบเข้าไปอยู่ใต้ซากอาคารที่กำลังจะพังทลาย ฝุ่นปูนสีเทาคลุ้งตลบจนแสบตาไปทั่วทุกอณู ร่างกายทุกส่วนของเขากรีดร้องระงมราวกับถูกบดขยี้ เขากัดฟันแน่น พยายามกลั้นเสียงครางที่พร้อมจะหลุดออกมา เขาเหลือบมองไปรอบตัว เห็นเพียงเศษซากปรักหักพังของเมืองที่เคยรุ่งเรือง บัดนี้กลายเป็นเพียงสุสานขนาดมหึมาที่ถูกทิ้งร้าง
“ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้” เสียงในใจของอัคราดังขึ้นอย่างหนักแน่น แขนซ้ายที่บาดเจ็บอย่างหนักถูกพันด้วยเศษผ้าที่เขาพอจะหาได้จากซากอาคาร มันปวดร้าวเสียดแทงทุกครั้งที่เขาขยับตัว แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เลือดไหลไม่หยุด
เขาหยิบปืนพกคู่ใจขึ้นมาตรวจสอบ ตรวจสอบแม็กกาซีนให้แน่ใจว่ายังมีกระสุนเหลือพอที่จะใช้ต่อสู้ได้บ้าง “แค่พอประทังไปก่อน” เขาพึมพำกับตัวเอง
การได้ยินเสียงฝีเท้าของหน่วยทหารศัตรูที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ทำให้หัวใจของอัคราเต้นระรัวแรงขึ้น เขาต้องรีบหาทางหนีให้เร็วที่สุด ก่อนที่พวกเขาจะตรวจพบ
“หนึ่ง... สอง... สาม...” เขาค่อยๆ นับจำนวนศัตรูที่ได้ยินเสียง การประเมินสถานการณ์คือสิ่งสำคัญที่สุดในยามคับขันเช่นนี้
เมื่อเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาจนถึงระดับที่เขาคาดคะเนได้ว่าน่าจะอยู่ห่างออกไปไม่เกินยี่สิบเมตร อัคราก็ตัดสินใจ เขาค่อยๆ โผล่หน้าออกไปมอง เห็นเงาร่างของทหารศัตรูสวมชุดสีดำสนิทหลายนายกำลังเดินลาดตระเวนเข้ามาในซากอาคารที่เขาหลบอยู่
“พวกมันกำลังกวาดล้าง” อัคราคิดในใจ
เขาตัดสินใจที่จะรอจังหวะที่ดีที่สุด การเผชิญหน้าตรงๆ ในสภาพนี้มีแต่จะทำให้เขาตกเป็นเป้าได้ง่าย
“หนึ่งในนั้น กำลังหันมา” อัคราสังเกตเห็นทหารศัตรูคนหนึ่งกำลังหันหน้ามาทางซากอาคารที่เขาซ่อนตัวอยู่ เขาจึงรีบหมอบลงไปทันที
“ใจเย็นๆ อัครา” เขาปลอบตัวเอง “แค่รอจังหวะ”
เมื่อเสียงฝีเท้าของหน่วยลาดตระเวนเดินผ่านไป อัคราก็รีบขยับตัวอย่างรวดเร็ว เขาคลานออกจากใต้ซากอาคาร มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เขาคิดว่าปลอดภัยที่สุด
“ต้องไปให้ถึงจุดนัดพบ” เขาจำคำสั่งสุดท้ายของหัวหน้าหน่วยได้
เส้นทางหนีของเขาเต็มไปด้วยอุปสรรค ซากอาคารที่ถล่มลงมาขวางกั้นเป็นระยะๆ เปลวไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ตามจุดต่างๆ ทำให้เกิดความร้อนระอุ และที่สำคัญที่สุดคือ เสียงการปะทะกันที่ยังคงดังไม่หยุดหย่อน
เขาต้องใช้ความคล่องแคล่วและความชำนาญในการเคลื่อนที่หลบหลีกกระสุนที่สาดกระหน่ำมาจากทั่วทิศทาง
“อีกนิดเดียว” เขามองเห็นแสงสว่างรำไรจากด้านนอกซากอาคาร
เมื่อเขาโผล่ออกมานอกอาคาร ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทำเอาเขาถึงกับผงะ
เมืองทั้งเมืองถูกทำลายจนไม่เหลือเค้าเดิม ตึกสูงระฟ้ากลายเป็นเพียงเสาหินที่ตั้งตระหง่านขึ้นไปบนฟ้าอย่างน่าเวทนา ท้องฟ้าเต็มไปด้วยควันสีดำจากการระเบิด หมอกควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วราวกับเป็นผ้าห่อศพของเมือง
“นี่มันนรกชัดๆ” เขาพึมพำ
เขาตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางที่เขาคาดว่าน่าจะนำพาเขาออกไปจากใจกลางเมืองที่กำลังถูกทำลาย
การเดินทางผ่านซากปรักหักพังนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เศษแก้ว เศษเหล็ก และคอนกรีตที่แหลมคมพร้อมที่จะบาดเท้าเขาได้ทุกเมื่อ เขาต้องเดินอย่างระมัดระวัง แต่ก็ต้องเคลื่อนที่ให้เร็วที่สุด
“เสียงอะไรน่ะ?” จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังแว่วมา
เขาหยุดชะงัก หรี่ตาเพ่งมองไปยังทิศทางของเสียง
“เสียงเหมือน... สัตว์ป่า?”
เขาไม่แน่ใจนัก แต่ก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน
เขาเดินต่อไปเรื่อยๆ ผ่านซากอาคารที่ทรุดโทรม บางครั้งก็ต้องปีนป่ายข้ามสิ่งกีดขวาง
“ทางนี้!” เสียงแว่วมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม
อัคราตัดสินใจที่จะตรวจสอบ เขาค่อยๆ เดินตามเสียงไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อเขามาถึงบริเวณที่เสียงดังมาจาก ก็พบกับภาพที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
มีกลุ่มทหารศัตรูจำนวนหนึ่งกำลังล้อมกรอบบางสิ่งบางอย่างอยู่
“พวกมันกำลังล้อมอะไร?” เขาซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงที่พังทลาย พยายามสังเกตการณ์
เขาเห็นว่าพวกทหารเหล่านั้นกำลังจ้องมองไปยังกลุ่มสัตว์ป่ากลุ่มหนึ่ง ซึ่งกำลังพยายามป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่
“มันคือ... กวาง?” อัคราเพ่งมองอย่างละเอียด
กลุ่มกวางตัวใหญ่หลายตัวกำลังส่งเสียงขู่ฟ่อ และใช้เขาแข็งของมันปะทะเข้ากับโล่ของทหารศัตรู
“ทำไมพวกมันถึงมาทำร้ายสัตว์ป่า?” อัคราสงสัย
เขาเห็นทหารศัตรูคนหนึ่งกำลังยกอาวุธขึ้นเล็งไปที่กวางตัวหนึ่ง
“ไม่ได้การแล้ว!” อัคราตัดสินใจ
แม้ว่าเขาจะบาดเจ็บและกำลังหลบหนี แต่การเห็นสิ่งมีชีวิตบริสุทธิ์กำลังตกอยู่ในอันตราย ก็ทำให้เขาไม่อาจเพิกเฉยได้
ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ อัคราพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน ยิงปืนพกของเขาไปยังทหารศัตรูที่กำลังจะยิงกวาง
“ตูม! ตูม!”
เสียงปืนของอัคราดังขึ้นดึงความสนใจของทหารศัตรูทั้งหมดมาที่เขา
“ใครน่ะ!” เสียงตะโกนดังขึ้น
เหล่าทหารศัตรูกระจายกำลังออก แล้วหันปากกระบอกปืนมายังอัครา
“ถอยไปซะ!” อัคราตะโกนกลับ พร้อมกับยิงปืนสวนกลับไป
เขาใช้ซากอาคารเป็นที่กำบัง เคลื่อนที่หลบหลีกกระสุนที่สาดเข้ามาอย่างไม่ยั้ง
กลุ่มกวางที่เห็นโอกาส ก็รีบวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ไปให้พ้น!” อัคราพูดกับกวางที่กำลังวิ่งหนี “ข้าจะถ่วงเวลาให้”
การต่อสู้ของอัครากับทหารศัตรูเป็นไปอย่างดุเดือด เขาใช้ทุกทักษะและความสามารถที่มีในการเอาตัวรอด
“หมอนี่มันใครกัน?” ทหารศัตรูคนหนึ่งตะโกนขึ้น
“จัดการมัน!”
อัคราเห็นว่าจำนวนของศัตรูมีมากกว่าเขามาก และอาวุธของพวกมันก็ดูจะทรงพลังกว่าปืนพกคู่ใจของเขา
“ต้องหาทางหนี!” เขาคิด
เขาตัดสินใจที่จะใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ เขาพุ่งตัวไปยังบริเวณที่มีก้อนอิฐและเศษปูนกองใหญ่
“ตูม!”
เขาแกล้งยิงไปที่กองอิฐ ทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งตลบ
“มันหนีไปทางนั้น!” ทหารศัตรูคนหนึ่งชี้ไป
ในขณะที่ศัตรูกำลังสับสน อัคราก็รีบวิ่งเข้าไปในป่าทึบด้านหลัง
“ฮึ่ม...” เขาหอบหายใจแรง แขนซ้ายของเขายังคงปวดร้าว
เขาไม่หยุดวิ่ง เขาพุ่งทะลวงเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงฝีเท้าของทหารศัตรูกำลังไล่ตามมาติดๆ
“จะหนีไปไหน!” เสียงตะโกนดังขึ้น
“ถ้าจับข้าได้ ก็คงได้รู้!” อัคราตอบกลับไป พลางหันไปยิงปืนสั้นๆ เพื่อถ่วงเวลา
ป่าทึบแห่งนี้มีความหนาแน่นของต้นไม้สูงมาก ทำให้การเคลื่อนที่ของทหารศัตรูที่สวมชุดเกราะหนาทำได้ลำบาก
“ไปต่อไม่ได้แล้ว!” อัคราได้ยินเสียงบ่นของทหารศัตรู
เขาใช้จังหวะนั้น พุ่งตัวเข้าไปในพุ่มไม้ที่หนาทึบที่สุด
“หายใจลึกๆ อัครา” เขาบอกตัวเอง “หาที่ซ่อน”
เขาคลานเข้าไปในโพรงไม้ใหญ่ ที่มีใบไม้ปกคลุมอยู่หนาแน่น
เสียงฝีเท้าของทหารศัตรูค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เข้ามา
“ไปทางไหน?”
“ไม่เห็นวี่แววเลย”
“มันต้องอยู่ในบริเวณนี้แน่ๆ”
อัครากลั้นหายใจ เขาได้ยินเสียงของพวกทหารที่กำลังพูดคุยกัน
“มองหาให้ทั่ว!”
“ระวังตัวด้วย พวกมันอาจจะซุ่มโจมตี”
อัคราหลับตาลง เขาพยายามควบคุมสติสัมปชัญญะ เขาได้ยินเสียงใบไม้เคลื่อนไหว เสียงกิ่งไม้หัก
“อยู่ใกล้แค่นี้เอง” เขาได้ยินเสียงทหารคนหนึ่งพูด
จู่ๆ เขาก็รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดต้นคอ
“เจอนายแล้ว!”
อัคราลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว เขากระโดดถีบเสยคางทหารศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าอย่างเต็มแรง
“โอ๊ย!”
ทหารศัตรูเสียหลักล้มลงไป อัคราไม่รอช้า เขาหันไปใช้ปืนสั้นยิงใส่นายทหารคนอื่นๆ ที่กำลังเข้ามา
“ตูม! ตูม! ตูม!”
เขาสามารถกำจัดทหารศัตรูไปได้สองสามนาย แต่ก็มีทหารอีกหลายนายที่เข้ามาล้อมเขา
“หนอยแน่ะ!”
อัคราตกอยู่ในวงล้อมอีกครั้ง เขาใช้ปืนพกยิงต่อสู้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาเสียเปรียบอย่างมาก
“ยอมแพ้ซะเถอะ!” เสียงคำรามดังขึ้น
อัครากัดฟัน เขาเห็นโอกาสบางอย่าง
“ในที่สุด... ก็เจอแล้ว”
เขาเหลือบมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งมีเถาวัลย์ห้อยลงมา
“คิดว่าแค่นี้จะจับข้าได้รึไง!”
ด้วยแรงทั้งหมดที่มี อัคราพุ่งตัวไปคว้าเถาวัลย์ แล้วเหวี่ยงตัวข้ามหัวทหารศัตรูไป
“อะไรน่ะ!”
เขาสามารถหลุดออกจากวงล้อมได้อีกครั้ง เขาวิ่งลึกเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงปืนยังคงดังไล่หลังมา แต่เขาก็วิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงปืนเริ่มจางหายไป
“หายใจลึกๆ อัครา” เขาบอกตัวเอง “นายทำได้”
เขาหยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง หอบหายใจอย่างหนัก
“รอดมาได้อีกครั้ง”
เขามองไปที่แขนซ้ายที่ยังคงบาดเจ็บอยู่ “ต้องหาที่ปลอดภัย... แล้วพักรักษาตัว”
เขาสังเกตเห็นร่องรอยบางอย่างบนพื้นดิน
“รอยอะไรน่ะ?”
เขาเพ่งมองอย่างพิจารณา
“รอยเท้า... ของมนุษย์”
เขาจำได้ว่าเขาเห็นกวางมาก่อนหน้านี้ “หรือว่า... จะมีคนอื่นอยู่ในป่าแห่งนี้?”
ความสงสัยเกิดขึ้นในใจของอัครา เขาตัดสินใจที่จะตามรอยเท้านั้นไป
“บางที... อาจจะเป็นพันธมิตร”
เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล แล้วค่อยๆ เดินตามรอยเท้านั้นไป
ป่าทึบแห่งนี้ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่มากมาย
“ข้าจะไปที่ไหนต่อ?”
เขาไม่รู้เลยว่าเส้นทางที่เขากำลังเดินไป จะนำพาเขาไปพบกับอะไร
จบตอนที่ 4

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก