เสียงกระสุนปืนกลหนักยังคงดังสะท้อนกึกก้องไปทั่วผืนฟ้าที่บัดนี้เต็มไปด้วยเขม่าควันสีดำทะมึนราวกับนรกอเวจี อัครากระเสือกกระสนคลานไปตามซากปรักหักพังของอาคารที่เคยเป็นแหล่งกำบัง เขาเหลือบมองแขนซ้ายที่บัดนี้ถูกพันด้วยเศษผ้าที่เปื้อนเลือดจนเป็นสีคล้ำ รอยปวดแล่นริ้วเป็นระยะๆ ทว่าเสียงอึกทึกของยานรบที่บินวนอยู่เหนือหัว และเสียงปืนที่ดังไม่ขาดสาย ยังคงเป็นแรงขับดันให้เขามุ่งหน้าต่อไป
"อยู่นี่เอง!" เสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านหลัง เขาหันขวับไปมอง เห็นเงาตะคุ่มของทหารศัตรูหลายนายกำลังพุ่งเข้ามา อัครากัดฟันแน่น นี่คือเวลาที่ต้องใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อเอาชีวิตรอด เขาหยิบเศษเหล็กที่แข็งแรงที่สุดที่หาได้จากซากปรักหักพังขึ้นมา เป็นเพียงเครื่องมือชั่วคราว แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย
"อย่าให้มันหนีไปได้!" ทหารนายหนึ่งตะโกนสั่ง เพื่อนร่วมทีมอีกสองสามนายยิงสกัดกั้นอย่างบ้าระห่ำ กระสุนปะทะกับซากปูนที่อยู่รอบตัวอัคราจนเศษหินกระเด็นว่อน เขาใช้ความคล่องแคล่วที่ยังหลงเหลืออยู่ พุ่งตัวหลบเข้าไปใต้ซากโครงเหล็กที่เอนทับกันอย่างน่าหวาดเสียว
"แกหนีไม่พ้นหรอก!" เสียงหนึ่งดังขึ้นใกล้เข้ามา อัคราเงยหน้ามองเห็นรองเท้าบู๊ตทหารที่กำลังย่ำเข้ามา เขาพลิกตัวอย่างรวดเร็ว ใช้เศษเหล็กในมือปัดป้องการโจมตีที่เข้ามาอย่างฉับพลัน เสียงปะทะดังเคร้ง! เขาสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่ปลายเหล็ก เขาอาศัยจังหวะนั้น ดึงตัวเองถอยห่างออกมา
"อย่าเสียเวลา! ตามมันไป!"
อัคราไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่ทหารศัตรูกำลังสับสน วิ่งฝ่าเปลวเพลิงที่ลุกไหม้จากอาคารใกล้เคียงออกไป กลิ่นไหม้ฉุนกึ๊กจนแสบจมูก ยิ่งเพิ่มความทรมานให้กับอาการบาดเจ็บของเขา
"แกจะไปไหน!" เสียงตะโกนไล่หลังมาติดๆ เขาหันไปมอง เห็นเงาของทหารศัตรูที่ยังคงไล่ตามมาไม่ลดละ เขาต้องหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้
"บ้าเอ๊ย!" เขาพึมพำกับตัวเองขณะวิ่งไปข้างหน้า สิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้าคือทางตัน กองเศษซากปรักหักพังขวางทางอยู่เกือบทั้งหมด แต่ทว่า... มีช่องว่างเล็กๆ ช่องหนึ่งที่พอจะลอดผ่านไปได้
"ถึงทางตันแล้วสินะ!" ทหารนายหนึ่งตะโกนอย่างผู้มีชัย มันกำลังจะพุ่งเข้ามา อัคราไม่ลังเล เขากระโจนเข้าสู่ช่องว่างนั้น ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวจนแทบจะหลุดออกจากกัน เขาไม่สนใจเสียงร้องของกล้ามเนื้อที่ประท้วง
"เปิดฉากยิง!"
เสียงปืนกลหนักกระหน่ำเข้าใส่ช่องว่างที่เขาเพิ่งผ่านไป ร่างของเขาทะลุผ่านซากปรักหักพังออกมาสู่ด้านนอก ที่ซึ่งยังคงมีซากอาคารบางส่วนตั้งตระหง่านอยู่ แต่ก็เต็มไปด้วยหลุมและรอยกระสุนที่สาดเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
"นั่นไง! มันอยู่ตรงนั้น!"
อัคราวิ่งไปตามทางที่พอจะหลบซ่อนได้ เขาใช้ทุกอณูของร่างกายเพื่อเร่งความเร็ว แม้ความเจ็บปวดจะกัดกินทุกเซลล์ เขาเห็นเงาของกลุ่มทหารศัตรูกำลังปรากฏขึ้นอีกครั้งจากมุมต่างๆ
"จับมันให้ได้!"
เขาเหลือบมองไปรอบๆ พลางประเมินสถานการณ์ ในที่สุดสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลจากตัวนัก... ทางเข้าอุโมงค์ระบายน้ำ!
"ใช่แล้ว... ที่นี่แหละ!"
เขาพุ่งตัวไปยังทางเข้าอุโมงค์นั้นอย่างไม่คิดชีวิต เสียงกระสุนตามหลังมาติดๆ เฉียดไปเฉียดมาจนขนลุก เขาไม่รอช้า กระโดดลงไปในความมืดมิดของอุโมงค์นั้นทันที
"มันลงอุโมงค์ไปแล้ว! ปิดทางเข้า!"
เสียงตะโกนดังมาจากปากอุโมงค์ ก่อนที่แสงไฟฉายจากทหารศัตรูจะสาดส่องเข้ามา อัคราไม่รอช้า วิ่งลึกเข้าไปในความมืดมิดนั้น กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบของน้ำเน่ากรีดเข้ามาในจมูก เขากลั้นหายใจ พยายามใช้ความมืดเป็นเครื่องกำบัง
"หาตัวมันให้เจอ! อย่าให้มันหนีไปได้!"
เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนของทหารศัตรูยังคงตามมาเป็นระยะๆ เขาเห็นแสงไฟฉายที่สาดเข้ามาในอุโมงค์ ทำให้เขามองเห็นทางเดินที่วกวนและมีน้ำขังอยู่เป็นช่วงๆ เขารู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ซึมผ่านเสื้อผ้า
"พวกมันเข้ามาแล้ว!"
อัคราเร่งฝีเท้าขึ้นไปอีก เขาต้องหาทางหลบหนีออกไปให้ได้ ก่อนที่พวกมันจะจับตัวเขาได้ เขาเหลือบมองไปที่แขนซ้ายที่ยังคงมีเลือดซึมออกมาจากผ้าพันแผล เขาต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อรักษาบาดแผล
"มันไปทางไหน?"
"มองไม่เห็นเลย! มืดเกินไป!"
เสียงบ่นของทหารศัตรูดังขึ้น เขาแอบยิ้มอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยังคงวิ่งต่อไป เขาได้ยินเสียงน้ำไหล และนั่นทำให้เขามีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา
"ถ้าจะจับฉัน... พวกแกก็ต้องพร้อมที่จะเปียก!"
เขาตัดสินใจวิ่งเข้าไปในส่วนที่มีน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ เขาพยายามใช้ความเชี่ยวชาญในการเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
"มันลงน้ำไปแล้ว!"
"ไอ้สารเลว! คิดจะหนีแบบนี้เหรอ!"
อัคราไม่สนใจคำด่าทอ เขาก้มตัวลงต่ำ พยายามดำน้ำเพื่อหลบซ่อนตัว เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะดำลงไปในน้ำเย็นเฉียบ เขาเห็นฟองอากาศลอยขึ้นมาเป็นระยะๆ เขาแอบมองขึ้นไปบนผิวน้ำ เห็นเงาของทหารศัตรูกำลังเดินไปมาอยู่เหนือหัว
"หาให้เจอ! อย่าให้มันหายไป!"
เขาดำน้ำลึกเข้าไปเรื่อยๆ พยายามหาทางออกจากบริเวณที่พวกมันกำลังค้นหา เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นที่กัดกินร่างกาย แต่ก็ยังคงต้องทนต่อไป เขาต้องรอด!
หลังจากที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว อัคราก็ค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาจากน้ำ เขาสำรวจดูรอบๆ พบว่าทหารศัตรูได้ถอยร่นออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ จางหายไป
"รอดไปอีกครั้ง..." เขาพึมพำอย่างเหนื่อยอ่อน เขารู้สึกได้ถึงความปวดร้าวที่แขนซ้ายอย่างชัดเจน เขาค่อยๆ ดึงผ้าพันแผลออก เลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาอีกครั้ง เขาจำได้ว่าเมื่อครู่เขามีโอกาสได้หยิบเอากระบอกปฐมพยาบาลเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อไปตอนที่วิ่งเข้ามาในอุโมงค์
เขาค่อยๆ เปิดกระบอกปฐมพยาบาลออกมา พบว่าภายในมีเพียงยาฆ่าเชื้อและผ้าพันแผลสำรองอยู่จำนวนหนึ่ง แม้จะไม่เพียงพอต่อการรักษาบาดแผลลึก แต่ก็ดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้ เขาทำความสะอาดแผลอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางกัดฟันแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง
"ต่อไป... ต้องหาทางออกจากเมืองนี้ให้ได้"
ความคิดนั้นดังขึ้นในหัวของเขา เขาเหลือบมองไปที่ทางออกของอุโมงค์ เขารู้ว่าด้านนอกคืออันตราย แต่การอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่ทางออกเช่นกัน เขาตัดสินใจลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
"ไปกันต่อ..."
เขาเดินออกจากอุโมงค์อย่างระมัดระวัง แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลงมา แต่กลับเห็นภาพความพินาศของเมืองที่เขาเคยรู้จัก ซากอาคารที่พังทลาย กองเพลิงที่ยังคงลุกไหม้ และเสียงไซเรนที่ดังไม่ขาดสาย
"ยังคงเป็นนรก..."
เขาเดินไปตามซากปรักหักพังอย่างเงียบเชียบ พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับทหารศัตรูให้มากที่สุด เขาต้องมุ่งหน้าไปยังชายป่าที่อยู่ห่างออกไป เขาหวังว่าในป่าทึบนั้น จะเป็นที่ที่เขาจะสามารถหลบซ่อนและพักฟื้นได้อย่างปลอดภัย
"เหลือแต่ป่า... ที่จะเป็นที่พึ่งสุดท้าย"
เขาเดินต่อไปเรื่อยๆ การเดินทางผ่านเมืองที่ถูกทำลายนั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งซากปรักหักพังที่ขวางทาง และทหารศัตรูที่ยังคงลาดตระเวนอยู่ เขาต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด
"ต้องระวัง... ทุกย่างก้าว"
เขาก้มตัวหลบหลังซากรถยนต์ที่ถูกเผาไหม้ เมื่อเห็นทหารศัตรูเดินสวนทางไป เขาหายใจเข้าลึกๆ พลางกำหมัดแน่น
"อดทนอีกนิด... อัครา"
ในที่สุด เขาก็มาถึงชายป่าที่อยู่ห่างออกไปจากใจกลางเมือง ภาพของต้นไม้สูงใหญ่และพุ่มไม้ที่หนาทึบดูเหมือนจะเป็นสวรรค์อันเงียบสงบ เมื่อเทียบกับภาพความพินาศเบื้องหลัง
"ป่า... คือที่หลบภัย"
เขาไม่รีรอที่จะก้าวเข้าไปในป่าทึบนั้นทันที เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ปล่อยให้แสงแดดที่สาดส่องผ่านใบไม้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่คอยนำทาง
"ทิ้งความโหดร้ายของเมืองไว้เบื้องหลัง"
เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างอากาศในเมืองกับอากาศในป่า ความชื้น กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง และเสียงแมลงที่ดังระงม ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
"อย่างน้อย... ที่นี่ก็ไม่มีเสียงปืน"
เขาเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรอเขาอยู่เบื้องหน้า เขาเพียงหวังว่าป่าแห่งนี้จะมอบความปลอดภัยที่เขาต้องการ
"ข้าจะไปจากเมืองนรกนี่ให้ได้... ข้าจะไปให้ไกลที่สุด"
เขาเดินลึกเข้าไปในป่า จนกระทั่งเห็นแสงสว่างรำไรจากด้านหน้า เขาเดินต่อไปอีกเล็กน้อย ก็พบกับลำธารสายเล็กๆ ที่ไหลเอื่อย
"น้ำ... อย่างน้อยก็มีน้ำ"
เขาทรุดตัวลงนั่งข้างลำธาร พลางเอามือไปวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า เขาแสบร้อนไปทั่วใบหน้า แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด
"ต้องรักษาตัว... และวางแผนต่อไป"
เขาเหลือบมองแขนซ้ายอีกครั้ง เลือดที่ซึมออกมาเริ่มหยุดแล้ว เขาค่อยๆ ทำความสะอาดแผลอีกครั้ง และพันผ้าพันแผลให้แน่นหนาขึ้น
"ต่อไป... คือการเอาชีวิตรอดในป่า"
เขาได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดังมาจากด้านหลัง เขาหันขวับไปมองด้วยความระแวง
"ใครน่ะ!"
เงาตะคุ่มของบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ เขาเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ แต่ก็รู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง
"ไม่เหมือนทหาร..."
สิ่งที่ปรากฏออกมาจากพุ่มไม้ ไม่ใช่ทหาร แต่เป็น... ร่างเงาของชายคนหนึ่งที่ดูผอมโซและมีท่าทางที่ดูไม่น่าไว้วางใจ
"เจ้าเป็นใคร?" เสียงของชายคนนั้นแหบแห้ง
อัคราไม่ตอบ เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมเผชิญหน้า
"ข้าไม่ใช่ศัตรู... แต่เจ้าก็ดูเหมือนจะไม่ใช่พวกเดียวกับข้า"
"เจ้า... รู้ได้อย่างไร?" อัคราถามด้วยความสงสัย
"กลิ่นของเมือง... กลิ่นของเลือด... มันติดตัวเจ้ามา" ชายปริศนาตอบ
"แล้วเจ้าล่ะ? มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
"ข้า... คือผู้ที่หลบหนี"
ใบหน้าของชายปริศนาปรากฏขึ้นในแสงสลัว รอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ยินดีต้อนรับสู่ป่า... ที่นี่... คือสมรภูมิแห่งใหม่"
อัครามองชายปริศนาด้วยความไม่ไว้ใจ ทว่าเขาก็รู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ เขาอาจจะต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าคนนี้
"แล้ว... เจ้าจะช่วยข้าหรือไม่?"
"บางที... หากเจ้ามีสิ่งที่มีค่าพอจะแลกเปลี่ยน" ชายปริศนาตอบ พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น
อัคราสัมผัสได้ถึงอันตรายที่แฝงมากับคำพูดนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้ว่าการต่อสู้เพียงลำพังในป่าแห่งนี้ อาจไม่ใช่หนทางที่จะพาเขารอดไปได้
"ข้า... จะพยายามหาให้เจ้า" อัคราตอบรับอย่างจำใจ
"ดี... เช่นนั้น... เรามาทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้" ชายปริศนากล่าว
อัคราก้าวถอยหลังเล็กน้อย เขาไม่รู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำพาเขาไปสู่อะไร แต่สิ่งที่แน่ๆ คือ การเอาชีวิตรอดในป่าแห่งนี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และมันอาจจะโหดร้ายยิ่งกว่าการต่อสู้ในเมืองเสียอีก.

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก