เพลิงกาฬผลาญพสุธา

ตอนที่ 7 — แสงดาวนำทางสู่ความหวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 939 คำ

เสียงระเบิดยังคงดังเป็นระยะ สั่นสะเทือนไปถึงกระดูกสันหลังของอัครา แม้จะหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ซากอาคารที่พังทลาย แต่แรงสะเทือนนั้นก็มิอาจเลือนหายไปได้ เขาหอบหายใจถี่กระชั้น กลิ่นอายของความตายและฝุ่นปูนคลุ้งจนแทบจะทำให้สำลัก ร่างกายที่อ่อนล้าและบาดเจ็บประท้วงทุกครั้งที่ขยับตัว แขนซ้ายที่ถูกกระสุนเฉี่ยวไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน ‌บัดนี้ปวดแสบปวดร้อนราวกับมีไฟลามทุ่ง โลหิตสีแดงสดค่อยๆ ซึมผ่านผ้าพันแผลที่ฉีกขาดออกมาเป็นวงกว้าง

“อีกนิดเดียว” อัคราพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เขาพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไปตามแรงอัดอากาศที่รุนแรงจากการระเบิดครั้งก่อน การประเมินสถานการณ์รอบตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก ทัศนวิสัยถูกบดบังด้วยฝุ่นควันและความมืดที่เข้ามาแทรกซึมทุกซอกมุมของเมืองที่เคยเจริญรุ่งเรือง ​บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่สะท้อนความโหดร้ายของสงคราม

เขาค่อยๆ ขยับตัวอย่างระมัดระวัง มือขวาที่ยังคงใช้งานได้ดีกอดประคองแขนซ้ายที่บาดเจ็บไว้แน่น เขาเหลือบมองไปรอบๆ สิ่งที่เห็นคือเศษเหล็กที่บิดเบี้ยว เสาคอนกรีตที่แตกเป็นเสี่ยงๆ และกองอิฐที่ทับถมกันจนมองไม่เห็นพื้นดิน เสียงไซเรนที่ดังมาแต่ไกลยังคงดังเป็นระยะ ‍สลับกับเสียงปืนที่ยิงตอบโต้กันเป็นพักๆ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับสถานการณ์

“ต้องออกไปจากตรงนี้ให้ได้” เขาคิด เขาจำได้ว่าก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง ตนเองกำลังปฏิบัติภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต แต่ตอนนี้ ความสำคัญนั้นเลือนรางไปเสียหมดเมื่อเผชิญหน้ากับความตายที่ไล่ล่าอยู่ทุกย่างก้าว

เขาตัดสินใจคลานต่อไปอย่างช้าๆ มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เขาคาดว่าจะเป็นทางออก ‌เขาต้องใช้สัญชาตญาณและประสบการณ์ที่สั่งสมมาในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์เช่นนี้ เสียงกระสุนยังคงสาดกระเซ็นเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็เฉียดผ่านศีรษะของเขาไปอย่างหวุดหวิด ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม

“อัครา! ได้ยินไหม!” เสียงตะโกนแผ่วเบาแต่ชัดเจนดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงปืนที่ดังไม่หยุด เขาชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวัง

“เสียงใคร?” ‍เขาพึมพำพยายามเพ่งฟัง

“อัครา! ทางนี้!” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังชัดเจนกว่าเดิม เขาพยายามชะโงกหน้ามองไปทางต้นเสียง

ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดของซากอาคาร มันคือ “อรุณ” ​เพื่อนร่วมทีมที่เขาคิดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้วในระหว่างการโจมตี

“อรุณ! แกยังไม่ตาย!” อัคราตะโกนกลับด้วยความตื่นเต้นจนแทบจะลืมความเจ็บปวด

อรุณรีบวิ่งเข้ามาหาอัคราอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบเขม่าและเหงื่อไคล “ฉันบอกแล้วไง ว่าฉันไม่ตายง่ายๆ” อรุณตอบพลางประคองอัคราขึ้น “แขนแกเป็นอะไรไป?”

“โดนลูกหลงมานิดหน่อย” ​อัคราพยายามยิ้ม แต่สีหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

“ไม่นิดหน่อยแล้วมั้ง” อรุณประเมินบาดแผล “เราต้องรีบไปจากที่นี่ พวกนั้นกำลังไล่ล่าเราอย่างหนัก”

“แล้วคนอื่นล่ะ?” อัคราถามด้วยความกังวล

อรุณส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ ฉันพยายามหาพวกเธอแล้ว ​แต่การติดต่อสื่อสารขาดหายไปหมด ฉันเจอเธอที่นี่โดยบังเอิญ”

“เราจะไปไหนกัน?” อัคราถาม

“ฉันมีแหล่งหลบภัยที่เตรียมไว้ ถ้าเราผ่านแนวการต่อสู้นี้ไปได้” อรุณตอบ “แต่มันอันตรายมาก”

“ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหน ก็ดีกว่าอยู่ที่นี่” อัคราตัดสินใจ “พาฉันไป”

อรุณพยักหน้า เขาช่วยพยุงอัคราที่อ่อนแรงให้ลุกขึ้นยืน พวกเขาเริ่มคลานหลบหลีกตามซอกมุมต่างๆ ของซากปรักหักพัง เสียงปืนกลยังคงดังเป็นระยะ แต่คราวนี้พวกเขามีเป้าหมายที่ชัดเจนกว่าเดิม

การเดินทางผ่านซากเมืองที่กำลังจะล่มสลายเต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับหน่วยลาดตระเวนของศัตรูหลายครั้งหลายครา อัคราแม้จะบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังคงต่อสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เขาใช้ปืนพกคู่ใจที่ยังพอใช้งานได้ ยิงตอบโต้กับศัตรูอย่างดุเดือด ในขณะที่อรุณคอยคุ้มกันและหาจังหวะโจมตี

“ระวัง!” อรุณตะโกนพลางผลักอัคราหลบกระสุนที่พุ่งเข้ามา “พวกมันมาอีกแล้ว!”

อัคราเห็นกลุ่มศัตรูกำลังบุกเข้ามาจากด้านหน้า เขาเหลือบมองไปรอบๆ เห็นเพียงทางตัน

“ไม่มีทางหนีแล้ว!” อัคราตะโกน

“อย่าเพิ่งยอมแพ้!” อรุณพูดพลางชักปืนขึ้น “ฉันจะเปิดทางให้ แกไปก่อน!”

“ไม่! เราจะไปด้วยกัน!” อัคราไม่ยอมทิ้งเพื่อน

ทั้งสองคนตัดสินใจเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างกล้าหาญ อัคราใช้ความคล่องแคล่วที่ยังเหลืออยู่หลบหลีกการโจมตี พร้อมกับยิงตอบโต้เพื่อถ่วงเวลา อรุณเองก็แสดงฝีมือการต่อสู้ที่น่าทึ่ง เขาใช้ระเบิดควันเพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรู ก่อนที่จะพุ่งเข้าโจมตีระยะประชิด

การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ร่างกายของทั้งสองคนเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเลือด แต่พวกเขาก็ยังคงสู้ต่อไปเพื่อเอาชีวิตรอด

“ทางนี้!” อรุณตะโกนพลางชี้ไปยังช่องแคบระหว่างอาคารที่กำลังจะถล่ม “ถ้าเราผ่านไปได้ อาจจะถึงที่หมาย!”

ทั้งสองคนวิ่งเข้าไปในช่องแคบนั้นอย่างไม่คิดชีวิต เสียงปืนยังคงดังตามมาติดๆ แต่ช่องแคบนั้นแคบเกินกว่าที่ศัตรูจะตามเข้ามาได้ง่ายๆ

ในที่สุด พวกเขาก็หลุดพ้นจากวงล้อมของศัตรูออกมาได้ พวกเขามาถึงขอบของเมืองที่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงและควันไฟ เบื้องหน้าคือผืนป่าทึบที่มืดมิด

“เราต้องไปที่นั่น” อรุณชี้ไปยังแนวป่า “ที่นั่นคือความหวังเดียวของเรา”

อัครามองไปยังผืนป่าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด และความหวังปะปนกันไป เขาจับแขนซ้ายที่บาดเจ็บแน่น “ไปกันเถอะ”

พวกเขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปในป่าทึบ ทิ้งเสียงระเบิดและเปลวเพลิงของเมืองไว้เบื้องหลัง แสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลอดผ่านกิ่งไม้หนาทึบลงมาเป็นลำแสงสีทองที่ดูอ่อนโยน บรรยากาศภายในป่าแตกต่างจากความโกลาหลของเมืองอย่างสิ้นเชิง

“เราปลอดภัยแล้วใช่ไหม?” อัคราถาม

“อย่างน้อยก็ชั่วคราว” อรุณตอบ “แต่เรายังไม่รู้ว่าพวกนั้นตามมาหรือไม่ เราต้องเดินทางอย่างระมัดระวัง”

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่มาพร้อมกับความลึกลับ อัคราค่อยๆ ประเมินบาดแผลของตัวเอง เขาต้องหาทางรักษาแขนซ้ายนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะติดเชื้อ

“ฉันไม่คิดว่าจะมีใครรอดชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้มากนัก” อัครากล่าวด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง

“เราต้องเชื่อมั่น” อรุณพูด “เรายังต้องทำภารกิจให้สำเร็จ”

“ภารกิจ?” อัคราทวนคำ

“ใช่ ภารกิจของเรา” อรุณหยุดเดินและหันมามองอัครา “เราต้องหาทางหยุดยั้งพวกมันให้ได้ ก่อนที่พวกมันจะทำลายทุกอย่าง”

อัคราพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขานึกถึงคำพูดของผู้บังคับบัญชา การสูญเสียเมือง การสูญเสียเพื่อนร่วมทีม ทั้งหมดนี้เป็นแรงผลักดันให้เขาต้องสู้ต่อไป

“เราจะไปที่ไหนต่อ?” อัคราถาม

“ฉันมีข้อมูลบางอย่าง” อรุณหยิบอุปกรณ์สื่อสารรุ่นเก่าออกมา “ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ พวกมันมีฐานลับอยู่ที่ไหนสักแห่งบนดาวดวงนี้ และยานแม่ของพวกมันน่าจะลอยอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ”

“ยานแม่?” อัคราประหลาดใจ “ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ใหญ่มาก” อรุณยืนยัน “และนั่นคือเป้าหมายสุดท้ายของเรา”

พวกเขาเดินทางต่อไปในความมืดที่เริ่มคืบคลานเข้ามา แสงดาวเริ่มปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเป็นประกายระยิบระยับ ราวกับเป็นกำลังใจเล็กๆ ที่ส่องนำทางให้กับพวกเขา

“ดูนั่นสิ” อัคราชี้ขึ้นไปบนฟ้า “ดาวพวกนั้นสวยงามเสมอ”

“ใช่” อรุณตอบ “แต่ความสวยงามนั้นกำลังจะถูกทำลาย ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย”

อัครามองไปยังดวงดาวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความรู้สึกผิดที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ ความโกรธแค้นต่อผู้ที่ก่อสงคราม และความหวังริบหรี่ที่จะได้เห็นวันพรุ่งนี้

“เราจะไปถึงยานแม่นั่นให้ได้” อัครากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ใช่ เราจะต้องทำ” อรุณตอบรับ

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่า ท่ามกลางเสียงแมลงกลางคืนที่เริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว บาดแผลยังคงเจ็บปวด ร่างกายยังคงอ่อนล้า แต่ในหัวใจของทั้งสองคน บัดนี้มีประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นมาแทนที่

คืนนี้ ความมืดมิดของป่าได้กลืนกินพวกเขาไป แต่ในความมืดนั้น แสงดาวบนฟากฟ้ากลับส่องสว่างนำทางพวกเขาไปสู่การผจญภัยครั้งต่อไป สู่การเผชิญหน้าที่เดิมพันด้วยชะตากรรมของโลกใบนี้...

(จบตอนที่ 7)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงกาฬผลาญพสุธา

เพลิงกาฬผลาญพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!