เพลิงกาฬผลาญพสุธา

ตอนที่ 8 — ฝ่าวงล้อมแห่งเพลิงแค้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 904 คำ

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอความร้อนที่แผดเผาจากเปลวเพลิงที่ยังคงลุกไหม้ทั่วบริเวณ อัคราก้มตัวต่ำ หลบหลีกกระสุนที่เฉี่ยวผ่านกะโหลกศีรษะของเขาไป เสียงปืนกลหนักยังคงกระหน่ำราวกับสายฝนแห่งความตายที่โปรยปรายลงมาไม่หยุดหย่อน ซากอาคารที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างาม บัดนี้กลายเป็นเพียงกองอิฐปูนที่บิดเบี้ยว ท่ามกลางควันดำที่ปกคลุมราวกับผ้าห่มแห่งหายนะ

แขนซ้ายของอัคราปวดร้าวแทบระเบิด เขากัดฟันแน่น ‌พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ แม้ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนถึงขีดจำกัด แต่มันสมองของเขายังคงทำงานอย่างฉับไว สัญชาตญาณแห่งการเอาชีวิตรอดผลักดันให้เขาก้าวต่อไป เขาเหลือบมองไปรอบๆ พยายามหาช่องทางที่จะหลบหนีจากวงล้อมมรณะนี้

“พวกมันอยู่ทุกหนทุกแห่ง” เสียงแหบพร่าดังลอดออกมาจากลำคอของเขา ดวงตาข้างซ้ายที่ยังคงมองเห็นฉายแววเด็ดเดี่ยว ​แม้จะพร่ามัวไปด้วยเหงื่อและฝุ่นผง

เสียงหึ่งๆ ของยานรบขนาดเล็กที่บินโฉบไปมาอยู่เหนือศีรษะ ทำให้เขารู้ว่าศัตรูนั้นมีจำนวนมหาศาล และดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะหยุดยั้งการกวาดล้างนี้

“ต้องหาที่หลบก่อน” เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะที่ขยับตัวไปอย่างเงียบเชียบ สอดแทรกไปตามซอกหลืบของซากอาคารที่พังทลาย การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวต้องแม่นยำและรวดเร็ว ‍เขาไม่สามารถเปิดโอกาสให้ศัตรูได้เห็นตัวได้แม้แต่วินาทีเดียว

เขากลิ้งตัวหลบเข้าใต้ซากรถบรรทุกที่พลิกคว่ำ เสาเหล็กที่บิดเบี้ยวของมันกลายเป็นกำแพงกำบังชั่วคราว เสียงปืนกลดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อัครากระชับปืนพกในมือข้างขวาแน่น สภาพแขนซ้ายของเขาไม่เอื้ออำนวยต่อการต่อสู้นานๆ เขาต้องใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด

“ไอ้เวรตะไลพวกนั้น!” เขาพึมพำขณะที่เห็นเงาร่างของหุ่นยนต์สังหารรูปร่างคล้ายแมงมุมจำนวนหนึ่ง กำลังเดินลาดตระเวนไปมาอย่างระแวดระวัง

“ถ้ามีใครสักคนอยู่ที่นี่…” ‌เขาคิดถึงพวกพ้องที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ความหวังนั้นริบหรี่เต็มที

ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดอีกครั้งดังขึ้นไม่ไกลจากที่เขาซ่อนตัว แรงสะเทือนทำให้เศษปูนร่วงลงมาอีก อัครายืดตัวมองออกไป เห็นกลุ่มควันไฟลอยขึ้นมาจากมุมถนน เขามองเห็นโอกาส!

“นั่นไง!”

เขาตัดสินใจเด็ดขาด ‍เขาต้องฉวยโอกาสนี้ในการหลบหนี เขาค่อยๆ เลื้อยออกจากใต้ซากรถบรรทุก วิ่งฝ่าเปลวเพลิงและเศษซากที่ปลิวว่อนไปทางต้นเพลิงของระเบิด

“เฮ้ย! นั่นไง!” เสียงตะโกนของทหารศัตรูดังขึ้น

อัคราเหลียวมองเห็นหุ่นยนต์สังหารตัวหนึ่ง หันลำกล้องปืนมาทางเขา เขาไม่รอช้า ​กระโจนหลบหลังกำแพงที่ยังคงตั้งอยู่ แต่เพียงครู่เดียว กำแพงนั้นก็ถูกกระสุนปืนกลฉีกเป็นชิ้นๆ

“บ้าเอ๊ย!” เขาถอนคำพูดอย่างหงุดหงิด

เขาต้องเปลี่ยนแผนอีกครั้ง เขาเห็นทางเข้าอุโมงค์ระบายน้ำที่เปิดอ้าอยู่ไม่ไกล มันอาจจะเป็นทางออกเดียวที่เขาจะหลุดพ้นจากการสังหารหมู่ครั้งนี้ได้

“ต้องลงไป!”

เขาพุ่งตัวไปยังปากอุโมงค์อย่างไม่คิดชีวิต เสียงกระสุนไล่หลังมาติดๆ เขาโยนตัวเองลงไปในความมืดของอุโมงค์ ​สัมผัสกับน้ำสกปรกที่ขังอยู่เบื้องล่าง

“อึ่ก!” เขาจมน้ำไปเล็กน้อย สำลักน้ำ แต่ก็รีบลุกขึ้นยืน

ความมืดและความอับชื้นภายในอุโมงค์เป็นเหมือนเครื่องตอบสนองต่อกลิ่นคาวเลือดและเขม่าควันจากภายนอก กลิ่นอับชื้นของน้ำเน่าและสิ่งปฏิกูลลอยคลุ้ง เขาไม่รู้ว่าอุโมงค์นี้จะนำพาเขาไปที่ไหน แต่ก็ดีกว่าที่จะต้องเผชิญหน้ากับพวกมันเบื้องบน

เสียงปืนกลยังคงดังสะท้อนจากปากอุโมงค์ แต่ค่อยๆ ​จางหายไปเมื่อเขาก้าวลึกเข้าไป

“ไปต่อ…” เขาพึมพำ ปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืด

เขาเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์อย่างระมัดระวัง มือข้างขวาคอยจับปืนพกไว้เสมอ แม้จะมองไม่เห็นทางข้างหน้า แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงกำแพงคอนกรีตที่เปียกชื้นและพื้นผิวที่เต็มไปด้วยตะกอน

“แขนฉัน…” ความเจ็บปวดจากแขนซ้ายยังคงกัดกิน เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากบาดแผล

เขาหยิบขวดน้ำที่เหลืออยู่ครึ่งขวดออกมา เปิดฝา ดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะนำมาประคบที่บาดแผลอย่างเบามือ น้ำเย็นช่วยบรรเทาความแสบร้อนได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้

“ต้องทำอะไรสักอย่างกับมัน…” เขาคิด

เขาเหลือบไปเห็นเศษผ้าที่เปียกชื้นจากพื้นอุโมงค์ เขารีบหยิบมันขึ้นมา และพยายามใช้มันพันรอบบาดแผลของเขาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ การทำเช่นนี้อาจช่วยห้ามเลือด และประคับประคองแขนซ้ายของเขาให้อยู่ในสภาพที่ดีพอที่จะใช้การได้

เมื่อพันแผลเสร็จ เขาก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความปวดร้าวอยู่ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเดินต่อไป

“อุโมงค์นี้ยาวเหลือเกิน…” เขาบ่นพึมพำ

เขาเดินมาสักพักใหญ่ จนกระทั่งเริ่มได้ยินเสียงน้ำไหลที่ดังขึ้นกว่าเดิม เขารู้สึกได้ถึงกระแสลมที่พัดเข้ามา ทำให้ความอับชื้นเริ่มเจือจางลง

“ใกล้ทางออกแล้วสิ”

ความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขารีบเร่งฝีเท้าไปข้างหน้า กระทั่งแสงสว่างรำไรปรากฏขึ้นเบื้องหน้า

“ใช่แล้ว! ทางออก!”

เขาวิ่งสุดกำลังออกจากปากอุโมงค์ สู่โลกภายนอกที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

เขาพบว่าตัวเองอยู่ในป่าทึบ ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ลำต้นใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมผืนฟ้าไว้จนเกือบมิด แสงแดดลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นหย่อมๆ สร้างเงาที่เต้นระยิบระยับอยู่บนพื้นดิน

“ป่า?” เขาพึมพำ ท่ามกลางความตกตะลึง

ความเงียบสงัดของป่าตัดกับเสียงปืนและเสียงกัมปนาทของเมืองที่ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงราวฟ้ากับเหว ที่นี่ไม่มีร่องรอยของสงคราม ไม่มีซากปรักหักพัง มีเพียงความเขียวขจีและความสงบที่น่าประหลาดใจ

“ฉันรอดมาได้จริงๆ หรือ?”

เขาสำรวจตัวเองอีกครั้ง เสื้อผ้าขาดวิ่น รองเท้าบูทเปียกโชกไปด้วยน้ำสกปรก แขนซ้ายของเขาที่พันด้วยเศษผ้าเปียกๆ ยังคงปวดร้าว แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่

“ต้องหาที่พักผ่อน และวางแผนต่อไป”

เขาเดินลุยเข้าไปในป่า โดยอาศัยแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้เป็นเครื่องนำทาง เขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพบกับลำธารเล็กๆ ที่ใสสะอาด เขาไม่รอช้า ก้มลงไปดื่มน้ำอย่างกระหาย และล้างหน้าล้างตา

“สบายขึ้นเยอะ”

เขาเหลือบมองต้นไม้ใหญ่ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว เขาตัดสินใจปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อหาที่พักผ่อน และสังเกตการณ์สภาพแวดล้อม

เมื่อขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ เขาก็เห็นทิวทัศน์ของป่าที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

“ไม่น่าเชื่อว่าเมืองที่ฉันจากมา จะกลายเป็นแบบนี้…” ความคิดถึงบ้านเกิดอันเป็นที่รักยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

เขาหลับตาลง สูดกลิ่นหอมของใบไม้และดินชื้นๆ เขาพยายามข่มความเจ็บปวด และความเหนื่อยล้า

“อัครา… สู้ต่อไป…”

เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ เดินสำรวจพื้นที่รอบๆ แสงแดดเริ่มอ่อนลง ยามเย็นกำลังคืบคลานเข้ามา

“ต้องหาที่หลับนอนก่อนพลบค่ำ”

เขาเดินลึกลงไปในป่า กระทั่งพบกับโขดหินขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะเป็นโพรงถ้ำเล็กๆ พอที่จะให้เขาหลบภัยได้

เขาเข้าไปสำรวจโพรงถ้ำ พบว่ามันแห้งและสะอาดพอสมควร เขาตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นที่พักค้างคืน

ก่อนจะเข้านอน เขาหยิบมีดพกที่เหน็บเอวออกมาตรวจสอบ และพิจารณาถึงแผนการต่อไป

“ศัตรูคงกำลังตามหาฉันอยู่แน่ๆ”

เขาหลับตาลง พยายามเก็บแรงไว้ให้มากที่สุดสำหรับการเดินทางที่ยังคงอีกยาวไกล

ขณะที่เขากำลังจะผล็อยหลับไป ทันใดนั้นเอง เสียงกิ่งไม้หักดังมาจากด้านนอก ทำให้เขาตื่นขึ้นมาทันที

“ใครน่ะ?” เขาเอ่ยถามเสียงกระซิบ

เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปากถ้ำ รูปร่างผอมบาง สวมชุดคลุมสีเข้ม

“อย่าขยับ!” เสียงนั้นดังขึ้น

อัคราเตรียมพร้อมที่จะสู้ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียก็ตาม

“ใครมา?” เขาถามกลับ

“คนที่สามารถพาเจ้าไปจากที่นี่ได้” เสียงนั้นตอบกลับมา

อัคราจ้องมองไปยังเงาร่างนั้นด้วยความสงสัย แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความหวังเล็กๆ จุดประกายขึ้นในใจ

“ใครกันแน่?”

คำถามนี้ยังคงค้างอยู่ในอากาศ พร้อมกับความไม่แน่นอนของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไป

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงกาฬผลาญพสุธา

เพลิงกาฬผลาญพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!