เพลิงกาฬผลาญพสุธา

ตอนที่ 13 — หลบซ่อนในเงาแห่งความตาย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 955 คำ

อัคราสำลักไออย่างรุนแรง กลิ่นไหม้ที่อบอวลจนแสบร้อนราวกับจะเผาผลาญเส้นลมหายใจของเขาให้มอดไหม้ไปเสียก่อน กายแกร่งทรุดฮวบลงไปซบกับผนังคอนกรีตเย็นเฉียบที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและเขม่าดำคล้ำ การหายใจติดขัดแต่ละครั้งบ่งบอกถึงความเสียหายที่ปอดกำลังเผชิญ ทว่าสัญชาตญาณดิบของผู้รอดชีวิตกลับปลุกเร้าให้เขายังคงต้องก้าวต่อไป

“อีกนิดเดียว…” เสียงแหบแห้งกระซิบกับตัวเอง แขนซ้ายที่บอบช้ำจากการปะทะก่อนหน้านี้ยังคงปวดหนึบทุกครั้งที่ขยับ แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความหวาดหวั่นที่เกาะกุมหัวใจ ‌ยานรบขนาดยักษ์ของพวกศัตรูยังคงลอยลำอยู่เหนือเมืองที่กำลังล่มสลาย สร้างเงาทะมึนปกคลุมทุกสรรพสิ่งราวกับยมทูตที่กำลังรอวันเก็บเกี่ยว

เขายังจำภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี เสียงปืน เสียงระเบิด เสียงร้องโหยหวนของผู้คน และเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ไปทั่วทุกมุมเมือง เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยสงบสุข บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากปรักหักพังท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือด

“อัครา! ​ฟังฉัน!” เสียงแหลมที่คุ้นเคยดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเขา อรุณา หญิงสาวผู้ร่วมชะตากรรมของเขากำลังตะโกนเรียกเขาจากอีกฝั่งของซากอาคารที่พังถล่ม

อัคราพยายามเพ่งสายตาไปทางต้นเสียง ร่างอรุณาปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านฝุ่นควัน เธอโชคดีที่ยังไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าเปื้อนฝุ่นเปรอะไปด้วยเหงื่อ แต่แววตาของเธอยังคงฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น

“เราต้องไปจากที่นี่! ‍ที่นี่อันตรายเกินไป!” อรุณากล่าวด้วยน้ำเสียงรีบร้อน

“แล้วจะไปไหน? ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยพวกมัน!” อัคราตอบกลับไป น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า

“ยังมีทาง! ฉันเห็นช่องทาง!” อรุณาชี้ไปทางซอกหลืบแคบๆ ที่มีเพียงแสงสลัวๆ ‌ส่องลอดเข้ามา “นั่นไง! มันอาจจะพาเราไปถึงแนวป้องกันของกองทัพ!”

แนวป้องกันของกองทัพ… คำที่ฟังดูเหมือนจะมีความหวัง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ มันก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่อาจนำไปสู่ความตายได้เช่นกัน อัคราลังเล เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะสามารถพาอรุณาฝ่าอันตรายไปได้หรือไม่ ‍ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงทุกขณะ

“รีบหน่อยสิอัครา! พวกมันกำลังจะมา!” อรุณาตะโกนเร่ง พลางก้มหลบกระสุนที่สาดเข้ามาจากทิศทางหนึ่ง

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อัครากัดฟัน เขารู้ดีว่าเขาไม่มีทางเลือก เขาต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อตัวเอง ​และเพื่ออรุณา

“โอเค! เราไปกัน!” อัคราตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยแข็งแกร่ง บัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและอ่อนล้า เขาจำใจต้องทิ้งอาวุธหนักที่เคยใช้สู้เมื่อครู่ เขาหยิบเพียงมีดสั้นประจำตัวที่เหน็บไว้ที่เอว และพยุงร่างอรุณาให้เคลื่อนที่

ทั้งสองคลานหลบหลีกไปตามซากอาคารที่พังทลาย ​เสียงฝีเท้าของพวกศัตรูที่สวมชุดเกราะสีดำสนิทดังไล่หลังมาติดๆ ราวกับเงาที่คืบคลานเข้ามาเพื่อกลืนกินทุกชีวิต

“ทางนี้!” อรุณากระซิบนำทาง พวกเขามุดเข้าสู่ช่องทางแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเศษปูนและเหล็กเส้นที่บิดเบี้ยว กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโชยเข้ามาแทนที่กลิ่นควันไฟ แต่กลิ่นแห่งความตายก็ยังคงอบอวลอยู่ไม่จางหาย

พวกเขาเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ในความมืด ​สัมผัสผนังเย็นเฉียบที่เต็มไปด้วยเมือกเหนียวๆ และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้ฝ่าเท้า

“นี่มัน… เป็นทางระบายน้ำเก่าหรือไง?” อัคราถาม พลางพยายามใช้แขนข้างที่ยังใช้ได้ปัดเศษฝุ่นที่ร่วงลงมา

“ไม่รู้สิ… แต่ฉันรู้สึกว่ามันจะพาเราออกไปจากเมืองได้” อรุณาตอบ ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความหวังริบหรี่

การเดินทางในความมืดนี้เป็นไปอย่างยากลำบาก พวกเขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย เศษหินที่หล่นขวางทาง น้ำที่ขังอยู่เป็นแอ่งลึก และสัตว์เลื้อยคลานที่ไม่คาดฝัน อัคราต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อประคองร่างอรุณาไปข้างหน้า

“เราใกล้จะถึงแล้ว…” อรุณาบอก พลางชี้ไปยังแสงสว่างรำไรที่ส่องมาจากปลายอุโมงค์ “ข้างนอกนั่น… น่าจะเป็นป่า”

เมื่อพ้นจากอุโมงค์แคบๆ ออกมา ทั้งสองก็พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางป่าทึบที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลอดผ่านใบไม้ลงมาเป็นลำๆ สร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากเมืองที่เต็มไปด้วยความพินาศอย่างสิ้นเชิง

“เราออกมาได้แล้ว!” อรุณาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“อย่าเพิ่งดีใจไป… เรายังไม่ปลอดภัย” อัคราเตือน พลางมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แม้จะออกมาจากเมืองได้ แต่ภัยคุกคามก็ยังคงมีอยู่

เสียงลมพัดผ่านใบไม้ดังเซ็งแซ่ นกน้อยส่งเสียงร้องเป็นระยะ สัตว์ป่าเริ่มส่งเสียงเรียกหากัน บ่งบอกถึงความเคลื่อนไหวที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ร่มเงาของป่า

“เราต้องหาแหล่งน้ำและอาหาร” อัคราพูด “และต้องหาที่พักที่ปลอดภัยก่อนที่พวกมันจะตามเรามา”

อรุณาพยักหน้าเห็นด้วย เธอหยิบมีดสั้นของเธอออกมา กอดอกแน่น ใบหน้ายังคงเปื้อนฝุ่น แต่แววตาแข็งกร้าวขึ้น

“ฉันพร้อมแล้ว” เธอตอบ

ทั้งสองเริ่มออกเดินไปในป่า โดยมีเป้าหมายคือการเอาชีวิตรอด อัคราใช้ประสบการณ์ที่เคยหลบหนีในป่ามาประยุกต์ใช้ เขาชี้ให้เห็นรอยเท้าสัตว์ และคอยสังเกตทิศทางของลม เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่าที่อาจเป็นอันตราย

“พวกมันคงไม่ตามเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้หรอก” อรุณาพูดอย่างมีความหวัง

“อย่าประมาท… พวกมันมีความสามารถสูง” อัคราตอบ

พวกเขาเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ พลางมองหาสัญญาณของแหล่งน้ำ อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลงไป

“ทางนี้!” อัคราตะโกนเรียก เขาเห็นลำธารเล็กๆ ไหลเอื่อยๆ อยู่เบื้องหน้า

ทั้งสองรีบตรงไปยังลำธาร อัคราก้มลงไปดื่มน้ำเย็นๆ ที่ช่วยดับกระหายได้อย่างดี ส่วนอรุณาก็ล้างหน้าล้างตาเพื่อชำระล้างคราบฝุ่นที่เกาะอยู่

“เราน่าจะพักที่นี่สักคืน” อัคราเสนอ “ก่อนจะออกเดินทางต่อพรุ่งนี้เช้า”

อรุณาเห็นด้วย พวกเขาช่วยกันหาไม้แห้งมาสุมเป็นกองไฟเล็กๆ เพื่อให้ความอบอุ่นและป้องกันสัตว์ป่า

“นี่… อัครา” อรุณาเริ่มบทสนทนา “เธอแน่ใจนะว่าเราจะรอด?”

อัครามองหน้าอรุณาด้วยแววตาที่อ่อนลง “ฉันไม่รู้… แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง”

“ฉันกลัว…” อรุณาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “กลัวว่าจะต้องเจออะไรอีก”

“เราจะสู้ไปด้วยกัน” อัคราพูดปลอบ “ตราบใดที่เรายังอยู่ด้วยกัน เราก็ยังมีหวัง”

คืนนั้น พวกเขานอนหลับภายใต้แสงดาวระยิบระยับของท้องฟ้ายามค่ำคืน เสียงของสรรพสัตว์ป่าเป็นเหมือนเพลงกล่อม แต่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยยังคงค้างอยู่ในใจ

เมื่อแสงตะวันเริ่มสาดส่อง อัคราก็ปลุกอรุณาให้ตื่น

“เราต้องไปต่อ” เขาบอก “ก่อนที่พวกมันจะมาถึง”

ขณะที่พวกเขากำลังจะออกเดินทาง อัคราเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ส่องแสงระยิบระยับอยู่ไม่ไกลจากที่พักของพวกเขา

“นั่นอะไรน่ะ?” เขาชี้ให้ดู

อรุณาเดินเข้าไปดูใกล้ๆ “ดูเหมือนจะเป็น… อาวุธ”

เมื่อเข้าไปใกล้ พวกเขาก็พบว่าเป็นอาวุธของพวกศัตรูที่ตกอยู่กลางพุ่มไม้ มันเป็นปืนพลังงานรุ่นใหม่ที่มีรูปร่างแปลกตา และมีสัญลักษณ์บางอย่างที่พวกเขาไม่คุ้นเคย

“นี่มัน… ไม่ใช่ของที่พวกเรามี” อัคราพูดอย่างสงสัย

ทันใดนั้นเอง เสียงใบพัดของยานรบก็ดังขึ้นมาจากเบื้องบน เงาทะมึนของยานรบขนาดยักษ์ทอดลงมาปกคลุมผืนป่า บ่งบอกว่าพวกศัตรูกำลังตามล่าพวกเขามาถึงที่นี่แล้ว

“แย่แล้ว! พวกมันมาแล้ว!” อรุณาอุทานด้วยความตกใจ

อัคราคว้าปืนพลังงานที่พบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่เคยจับอาวุธประเภทนี้มาก่อน แต่สัญชาตญาณนักสู้นั้นบอกเขาว่ามันอาจจะเป็นความหวังเดียวของพวกเขา

“เราต้องหนี!” อัคราตะโกน “ไปทางนั้น!”

ทั้งสองวิ่งหนีเข้าไปในป่าอย่างไม่คิดชีวิต เสียงปืนพลังงานดังสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ แสงสีฟ้าสว่างวาบที่พุ่งเข้าใส่ต้นไม้จนเกิดระเบิดขนาดเล็ก สร้างความหวาดผวาให้แก่พวกเขา

“เราจะหนีไปไหนได้อีก!” อรุณาร้องถาม น้ำตาคลอเบ้า

อัคราไม่ตอบ เขาเพียงแต่วิ่งไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มีในขณะนั้น โดยมีเป้าหมายเดียวคือการเอาชีวิตรอด แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คงไม่ใช่จุดจบของการไล่ล่าครั้งนี้

“อัครา! ดูนั่น!” อรุณาร้องเรียกอีกครั้ง

เมื่อมองตามที่อรุณาชี้ อัคราก็เห็นสิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน… เส้นทางที่เหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาอย่างจงใจ มันทอดตรงไปยังใจกลางของป่า และปลายทางนั้น… คือสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นทางเข้าสู่ฐานลับ หรืออาจจะเป็น… ยานแม่ของพวกมันเอง!

การเผชิญหน้าที่กำลังจะมาถึง… จะเป็นอย่างไรต่อไป?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงกาฬผลาญพสุธา

เพลิงกาฬผลาญพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!