เพลิงกาฬผลาญพสุธา

ตอนที่ 14 — พันธนาการแห่งโลหะและเปลวเพลิง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,097 คำ

ลมหายใจของอัคราติดขัด เขาพยายามสูดอากาศที่เจือด้วยกลิ่นฉุนของโลหะเผาไหม้และน้ำมันเชื้อเพลิงที่รั่วไหล กลิ่นแห่งความพินาศที่คุ้นเคยแต่ครั้งนี้รุนแรงจนแสบจมูก ร่างกายที่อ่อนล้าจากพิษของแก๊สและแรงกระแทกเมื่อครู่ ทำให้เขายิ่งรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ ผนังคอนกรีตเย็นเฉียบที่พิงอยู่เต็มไปด้วยรอยร้าวและเขม่าดำคล้ำ ราวกับเป็นพยานแห่งหายนะที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“ต้องออกไปจากที่นี่” เสียงแหบพร่ากระซิบกับตัวเอง ‌สัญชาตญาณนักรบที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาตลอดชีวิต บอกให้เขารู้ว่า การอยู่นิ่งคือความตายที่รออยู่ เขาใช้กำลังเฮือกสุดท้ายยันกายที่ปวดเมื่อยให้ลุกขึ้นยืน ขาทั้งสองข้างสั่นระริกราวกับจะทรุดลงไปทุกเมื่อ แต่จิตใจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

แสงสว่างสลัวๆ เล็ดลอดเข้ามาทางช่องโหว่ขนาดใหญ่ของผนังด้านหนึ่ง ​มันคือความหวังริบหรี่ที่เขาจะคว้าไว้ เขาค่อยๆ ก้าวเท้าไปยังทิศทางนั้น ท่ามกลางซากปรักหักพังที่เกลื่อนกลาด เศษเหล็กที่บิดงอ เศษปูนที่แตกละเอียด และสายไฟฟ้าที่ห้อยระโยงระยาง ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอันตราย

“อัครา!” ‍เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เขาชะงัก เขาหันขวับไปทันที ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยเหงื่อและความเหนื่อยล้า แต่แววตาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่น

“สรัล! เจ้ายังไม่ตาย” อัคราอุทานด้วยความประหลาดใจ เขาเห็นสรัลในสภาพที่ไม่ต่างจากเขาเท่าใดนัก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ‌ใบหน้าเปื้อนเขม่า และมีรอยบาดแผลเล็กน้อย

“เกือบไปแล้ว” สรัลตอบพลางเดินเข้ามาหา “แต่เราต้องไปกันต่อ ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป”

“ข้ารู้” อัคราพยักหน้า “แต่ไปทางไหนเล่า? ทุกอย่างถูกปิดกั้นหมดแล้ว”

สรัลชี้ไปยังช่องโหว่ที่อัครากำลังจะมุ่งหน้าไป ‍“ทางนั้น มีทางออก”

ทั้งสองคนเดินโซซัดโซเซไปยังช่องโหว่นั้น เมื่อพ้นออกมาจากโครงสร้างคอนกรีตที่พังทลาย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือภาพอันน่าสะพรึงกลัว

เมืองทั้งเมืองกลายเป็นนรกบนดิน อาคารสูงระฟ้าหลายแห่งทลายลงมาเป็นกองซากปรักหักพัง เกิดเพลิงไหม้ลุกลามไปทั่วทุกหนแห่ง กลุ่มควันสีดำทะมึนลอยตลบอบอวล บดบังแสงอาทิตย์จนท้องฟ้ากลายเป็นสีเทาหม่น ​เสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ผสมกับเสียงระเบิดเป็นระยะๆ และเสียงร้องครวญครางอันแผ่วเบา ทำให้บรรยากาศยิ่งน่าหวาดผวา

“นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น” สรัลอุทานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“พวกมันบุกเข้ามาแล้ว” อัคราตอบด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ดูจากความเสียหายแล้ว ไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์ธรรมดา”

“พวกนอกโลก…พวกนั้นรึ?”

“ใช่” ​อัครามองไปยังท้องฟ้าที่มีวัตถุรูปทรงประหลาดลอยลำอยู่เป็นระยะๆ “พวกมันมาถึงแล้ว และดูเหมือนว่าการโจมตีครั้งนี้จะรุนแรงกว่าที่คาดไว้มาก”

“เราต้องหาทางออกจากเมืองนี้ให้เร็วที่สุด” สรัลกล่าวอย่างเร่งรีบ

“แล้วเราจะไปที่ไหน?” อัคราถาม “ที่นี่เต็มไปด้วยพวกมัน”

“ป่า…ป่าทึบทางทิศตะวันตกคือที่เดียวที่เราจะสามารถหลบซ่อนตัวได้” สรัลเอ่ย “อย่างน้อยก็เป็นที่ที่พวกมันอาจจะตามมาลำบาก”

“ดี” ​อัคราเห็นด้วย “ไปกันเถอะ”

ทั้งสองเริ่มออกเดินทางท่ามกลางซากปรักหักพัง พวกเขาต้องหลบหลีกเศษซากที่พร้อมจะถล่มลงมา กระโดดข้ามเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ และที่สำคัญที่สุด คือการหลบเลี่ยงการตรวจจับจากยานพาหนะและหุ่นยนต์ของศัตรูที่ลอยตรวจการณ์อยู่ทั่วไป

ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านซากอาคารสำนักงานที่พังยับเยิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังมาจากด้านหลัง

“หยุด! ใครน่ะ” เสียงตะโกนดังขึ้น

อัคราและสรัลหันไปมอง พบกับกลุ่มทหารของกองกำลังป้องกันตนเองที่เหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่นาย พวกเขามีอาวุธครบมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่แววตาแสดงถึงความมุ่งมั่นในการต่อสู้

“พวกเราเอง” อัคราตะโกนตอบ “เราคือหน่วยปฏิบัติการพิเศษ”

หัวหน้าหน่วยทหารมองมาที่อัคราด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมลดปืนลงเล็กน้อย “หน่วยปฏิบัติการพิเศษ? พวกคุณมาจากไหน?”

“เราเพิ่งออกมาจากหน่วยบัญชาการใต้ดิน” อัคราอธิบายอย่างรวดเร็ว “พวกเราได้รับคำสั่งให้สกัดกั้นการบุกรุก แต่ตอนนี้หน่วยบัญชาการถูกทำลายแล้ว”

“ไม่น่าเชื่อ…ยังมีคนรอด” ทหารนายหนึ่งกล่าวด้วยความทึ่ง

“เราต้องรีบออกจากที่นี่” หัวหน้าหน่วยกล่าว “แต่เราไม่รู้ว่าทางไหนปลอดภัย”

“เรากำลังจะไปทางป่าทึบทางทิศตะวันตก” สรัลบอก “ถ้าพวกคุณไม่มีที่ไป ก็มากับเราได้”

หัวหน้าหน่วยมองหน้าลูกน้อง ก่อนจะพยักหน้า “ตกลง เราจะไปกับพวกคุณ”

การรวมตัวของกลุ่มเล็กๆ นี้ ทำให้พวกเขามีความหวังมากขึ้น แม้จะยังคงอันตรายอยู่มากก็ตาม พวกเขาเดินเคียงข้างกัน ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานา

ระหว่างทาง พวกเขาพบเจอกับผู้รอดชีวิตอีกไม่กี่คน แต่ส่วนใหญ่ล้วนบาดเจ็บสาหัสและสิ้นหวัง อัคราและสรัลพยายามช่วยเหลือเท่าที่กำลังจะสามารถทำได้ แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้

เมื่อพวกเขาใกล้จะถึงเขตชายป่า อัคราสังเกตเห็นเงาขนาดใหญ่ทาบทับลงมาบนพื้นดิน

“ระวัง!” เขาตะโกน

ทันใดนั้น ยานรบรูปร่างคล้ายแมลงขนาดมหึมาก็ร่อนลงมาเหนือพวกเขา ลำแสงสีแดงเพลิงพุ่งลงมาจากยาน ปะทะเข้ากับอาคารที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดการระเบิดสนั่นหวั่นไหว

“วิ่ง!” อัคราตะโกน

ทั้งกลุ่มรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด เสียงปืนเลเซอร์ดังสนั่นหวั่นไหว สาดกระสุนเข้าใส่พวกเขา พวกเขาต้องอาศัยซากปรักหักพังเป็นที่กำบัง

“พวกมันตามมาแล้ว!” สรัลตะโกน

“ทางนี้!” อัคราเห็นช่องว่างระหว่างอาคารที่พังทลาย เขาดึงแขนสรัลและพาบุกฝ่าเข้าไป

พวกเขาวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เสียงยานรบไล่ตามมาติดๆ ความหวังที่จะไปถึงป่าเริ่มเลือนราง

“เราต้องแยกกัน!” อัคราตัดสินใจ “พวกนายพาชาวบ้านไปทางป่า ส่วนข้ากับสรัลจะถ่วงเวลาพวกมัน”

“ไม่! เราจะไปด้วยกัน” หัวหน้าหน่วยทหารยืนกราน

“ไม่ได้! นี่คือโอกาสเดียวที่เราจะรอด” อัคราพูดเสียงดัง “พวกนายต้องปกป้องพลเรือน”

ก่อนที่ใครจะได้ทักท้วง อัคราก็คว้าปืนคู่ใจของเขาออกมา “ไปกันเถอะ สรัล”

อัคราและสรัลหันหลังวิ่งไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับกลุ่มทหารและพลเรือน พวกเขากระโดดเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่เต็มไปด้วยถังขยะและซากรถยนต์

“จะทำอะไร?” สรัลถาม

“ล่อพวกมัน” อัคราตอบพลางยิงปืนเลเซอร์เข้าใส่ยานรบที่กำลังจะพุ่งเข้ามา “เราต้องให้พวกนั้นมีโอกาสหนีไปให้ได้”

ลำแสงเลเซอร์จากอาวุธของอัคราและสรัลพุ่งเข้าใส่ยานรบ แต่ก็เป็นเพียงการรบกวนเล็กน้อย ยานรบขนาดใหญ่ยังคงมุ่งหน้าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

“มันเร็วเกินไป!” สรัลกล่าว “เราหนีไม่พ้นแน่”

“เราต้องหาอะไรมาปิดกั้นมัน” อัครากวาดสายตามองไปรอบๆ

ทันใดนั้น เขาก็เห็นรถบรรทุกที่บรรทุกถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่วางอยู่บนพื้นถนนที่เต็มไปด้วยเศษซาก “นั่นไง!”

“หมายถึง…?” สรัลขมวดคิ้ว

“จุดไฟ” อัคราพูดพลางเล็งปืนไปที่ถังน้ำมัน “ถ้ามันระเบิด…อาจจะสร้างความเสียหายให้ยานรบนั่นได้”

“เสี่ยงเกินไป!” สรัลร้องห้าม “เราอาจจะโดนลูกหลงไปด้วย”

“เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!” อัคราตะโกน “เตรียมตัว!”

สรัลสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพยักหน้า “เอาล่ะ”

ทั้งสองคนตั้งป้อมยิง เล็งไปที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิงหลายถังที่วางอยู่ใกล้กัน ยานรบกำลังร่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงเครื่องยนต์คำรามดังสนั่นหวั่นไหว

“ยิง!” อัคราตะโกน

ลำแสงเลเซอร์สีฟ้าสว่างวาบจากปืนของทั้งสองพุ่งตรงไปยังถังน้ำมันทันที

ตูม!

ถังน้ำมันขนาดมหึมาเกิดการระเบิดอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกไหม้ขึ้นสูงนับสิบเมตร กลุ่มควันดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ยานรบที่กำลังเข้ามาใกล้ หักหลบเปลวเพลิงอย่างฉิวเฉียด แต่ก็ยังโดนเศษซากและแรงอัดจากการระเบิด ทำให้ยานเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ

“ได้ผล!” สรัลตะโกนด้วยความดีใจ

“รีบไป!” อัคราออกคำสั่ง “ก่อนที่พวกมันจะตั้งตัวได้”

ทั้งสองคนวิ่งออกจากตรอกทันที มุ่งหน้าสู่ป่าทึบที่อยู่ไม่ไกลนัก เสียงยานรบที่เสียการทรงตัวเริ่มกลับมาดังขึ้นอีกครั้ง แต่การระเบิดนั้น ก็ทำให้พวกมันช้าลงไปได้ชั่วขณะหนึ่ง

พวกเขาอาศัยจังหวะนี้ วิ่งฝ่าฝนเศษซากและควันไฟเข้าไปในป่า เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ความรู้สึกปลอดภัยก็ถาโถมเข้ามา แม้จะรู้ว่าการเดินทางยังคงอีกยาวไกลและอันตราย

ในขณะที่ทั้งสองกำลังหอบหายใจ ทันใดนั้น อัคราก็รู้สึกถึงสัมผัสเย็นเยียบที่พันธนาการแขนของเขา

“นี่มัน…อะไร?” เขาอุทาน

เมื่อมองลงไป เขาเห็นเส้นใยสีดำเหนียวหนืดที่ดูเหมือนจะเป็นโลหะ กำลังพันรอบแขนของเขาแน่นขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เส้นใยธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น

“อัครา!” สรัลร้องด้วยความตกใจ

เส้นใยเหล่านั้นเริ่มขยายตัว พันรอบร่างกายของอัคราอย่างรวดเร็วราวกับงูร้าย เขาพยายามดิ้นรน แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกพันแน่นขึ้น

“พวกมัน…ตามเรามา!” อัครากัดฟันแน่น พยายามใช้กำลังเฮือกสุดท้ายแกะมันออก

แต่ยิ่งเขาพยายาม เส้นใยโลหะเหล่านั้นก็ยิ่งขยายตัวใหญ่ขึ้น แข็งแกร่งขึ้น จนดูเหมือนจะพร้อมจะบดขยี้ร่างกายของเขาให้แหลกคามือ

“สรัล! ช่วยข้าด้วย!” อัคราตะโกน

สรัลรีบเข้าไปหา แต่ก็ต้องผงะถอยหลัง เมื่อเห็นเส้นใยเหล่านั้นเริ่มแผ่ขยายออกมาจากตัวอัครา ราวกับจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งเป็น

“อัครา!” สรัลตะโกนก้อง

อัคราถูกพันธนาการด้วยโลหะร้ายที่กำลังจะบดขยี้เขาให้ตาย กลางป่าทึบที่เขาเพิ่งจะเห็นว่าเป็นที่ปลอดภัย…แต่ดูเหมือนว่า ความอันตรายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

จะเกิดอะไรขึ้นกับอัครา? เขาจะรอดจากพันธนาการแห่งโลหะนี้ไปได้หรือไม่? และนี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้รูปแบบใหม่ หรือไม่?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพลิงกาฬผลาญพสุธา

เพลิงกาฬผลาญพสุธา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!