โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 786 คำ
กลิ่นไอโลหะเผาไหม้และน้ำมันเชื้อเพลิงที่คละคลุ้ง บีบรัดลำคอของอัคราจนแทบขาดใจ เขายังคงจมอยู่ในห้วงแห่งความอ่อนล้า ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ราวกับจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้ออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย การหายใจแต่ละครั้งราวกับการกล้ำกลืนเศษแก้วที่แหลมคม ความมืดมิดรอบกายเป็นเพียงภาพสะท้อนความสิ้นหวังที่กัดกินจิตใจ
“อัครา… อัครา…” เสียงแหบพร่าดังแว่วมาจากที่ไหนสักแห่ง ราวกับเสียงกระซิบของยมทูตที่กำลังเรียกหาเขาให้ไปสู่ความสงบอันนิรันดร์ แต่แว่วเสียงนั้นกลับปลุกบางสิ่งบางอย่างในตัวเขาให้ลุกขึ้นต่อสู้ ดวงตาที่พร่ามัวพยายามเพ่งมองไปรอบกาย ท่ามกลางฝุ่นควันและซากปรักหักพัง
“ใคร… ใครน่ะ?” เขาเปล่งเสียงตอบกลับไปอย่างยากลำบาก เสียงนั้นแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
“ฉัน… ฉันเอง… นารา…” เสียงนั้นดังชัดเจนขึ้น พร้อมกับภาพร่างผอมบางที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในม่านควัน นารา… หญิงสาวผู้มีแววตาเปี่ยมด้วยความหวังครั้งหนึ่ง บัดนี้เธอดูผ่ายผอม อิดโรย แต่ดวงตายังคงเปล่งประกายแห่งความมุ่งมั่น
“นารา… เจ้า… เจ้ามาทำอะไรที่นี่? มันอันตรายเกินไป…” อัคราพยายามพยุงตัวขึ้น แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง เขาอ่อนแรงเกินไป
“ฉันมาช่วยคุณค่ะ… คุณอัครา… คุณทิ้งเราไม่ได้” นารากล่าว พร้อมกับประคองร่างของอัคราอย่างอ่อนโยน มือเรียวของเธอสัมผัสโดนใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยเขม่าควัน เธอพยายามประคองเขาให้นั่งพิงผนังอย่างมั่นคง
“เจ้า… เจ้าหนีออกมาได้อย่างไร? เมือง… เมืองมัน…” อัคราพยายามจะเอ่ยถึงภาพความพินาศที่เขาเห็นเมื่อครู่ แต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ
“ฉัน… ฉันเจอทางออก… เมื่อเห็นคุณถูก… ถูกลากไป… ฉันก็… ฉันก็รู้ว่าต้องกลับมา… เพื่อคุณ” นาราเล่าอย่างหอบเหนื่อย ดวงตาของเธอแดงก่ำ แสดงถึงความทุกข์ทรมานที่เธอผ่านมา
“แล้วคนอื่นล่ะ? พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง?” อัคราถามด้วยความเป็นห่วง
“หลายคน… เสียชีวิต… ที่นั่น… ที่ลานกลางเมือง… แต่… ยังมีบางส่วน… ที่รอด… พวกเขากำลัง… กำลังหาทาง… หนีไป… ป่า…” นาราบอกเล่าเรื่องราวที่ปะติดปะต่อ ภาพที่เธอเห็นยังคงติดตาเธออยู่เช่นกัน
อัคราหลับตาลง เขาพยายามรวบรวมสติ ภาพใบหน้าของผู้คนบริสุทธิ์ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม แววตาที่เต็มไปด้วยความหวังเมื่อครู่ บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง เขาจะไม่ยอมให้ความโหดร้ายนี้พรากทุกสิ่งไปจากผู้คนเหล่านี้
“ป่า… เจ้าบอกว่ากำลังจะหนีไปป่า?” อัคราถามเสียงดังขึ้นเล็กน้อย พลังบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาในตัวเขา
“ค่ะ… คุณอัครา… มีกลุ่มคน… กำลังรวมตัวกัน… ที่ทางเข้าป่า… ฉัน… ฉันคิดว่า… เราควรจะ… รีบไป…” นารากล่าว ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังอัคราอย่างมีความหวัง
“ทางเข้าป่า… มันอยู่ทิศไหน?” อัคราถาม เขารู้สึกถึงแรงกระตุ้นบางอย่างที่สั่งให้เขาต้องลุกขึ้น เขาไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ
“อยู่ทาง… ทิศตะวันตก… จากที่นี่… ไม่ไกลมาก… แต่… ทางเดิน… มัน… มันอันตราย… เต็มไปด้วย… ทหารของพวกมัน…” นารากล่าว สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล
“ทหารของพวกมัน… ไม่ต้องห่วง… ข้าจะจัดการเอง” อัครากล่าว เขายันตัวลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล ร่างกายยังคงปวดระบม แต่จิตใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“แต่คุณ… คุณยังบาดเจ็บอยู่…” นารากล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร… เลือดของนักรบ… ไม่เคยทำให้ข้าอ่อนแอ… จงบอกทางข้ามา” อัครากล่าว เขามองไปที่นารา ดวงตาของเขาสื่อถึงความเด็ดเดี่ยวที่ปลุกเร้าความหวังในตัวเธอ
นาราพยักหน้า เธอชี้มือไปยังทิศทางหนึ่ง “ทางนั้นค่ะ… ผ่านซอยเล็กๆ นั่นไป… แล้วเลี้ยวซ้าย… คุณจะเห็น… อาคารที่ถูกถล่ม… แล้วเดินอ้อมไป… ทางป่าจะอยู่ไม่ไกล…”
อัคราพยักหน้า เขามองไปในทิศทางที่นาราชี้ ท่ามกลางเงามืดและฝุ่นควัน เขาสัมผัสได้ถึงอากาศที่โปร่งขึ้นเล็กน้อย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่ามีทางออกอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“เจ้า… เจ้าจะไปด้วยกันหรือไม่?” อัคราถาม
นาราส่ายหน้า “ฉัน… ฉันจะไปรวมกับพวกที่เหลือ… ที่ทางเข้าป่า… ฉันจะ… ฉันจะบอกพวกเขาว่า… คุณกำลังจะมา… และ… และเตือนพวกเขา… ให้ระวัง…”
อัครามองหน้านารา เขาเข้าใจเหตุผลของเธอ เธอเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้รอดชีวิต และหน้าที่ของเธอคือการดูแลพวกเขา
“ดี… เจ้ารู้ว่าต้องทำอะไร… จงระมัดระวังตัวด้วย… นารา” อัครากล่าว
“คุณก็เช่นกันค่ะ… คุณอัครา… อย่า… อย่าปล่อยให้ตัวเอง… ตายไปเสียก่อน…” นารากล่าว น้ำตาคลอเบ้า
อัคราพยักหน้า เขาก้าวเดินไปตามทิศทางที่นาราชี้ เสียงฝีเท้าของเขาดังแผ่วเบา ท่ามกลางความเงียบงันของเมืองที่กำลังจะดับสูญ
เขาเดินผ่านซอยแคบๆ ที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง แสงตะวันอ่อนแรงส่องลอดผ่านช่องว่างระหว่างอาคารที่พังทลายลงมา สร้างเงาทะมึนที่ดูน่าสะพรึงกลัว กลิ่นควันยังคงอบอวลอยู่ แต่กลับจางลงกว่าเดิมเล็กน้อย
เมื่อมาถึงอาคารที่ถูกถล่ม อัคราเดินอ้อมไปอย่างระมัดระวัง เขารู้ดีว่าในสภาพเช่นนี้ อันตรายสามารถซ่อนตัวอยู่ได้ทุกมุม
และแล้ว… เขาก็เห็นมัน… ทางเข้าป่า…
มันไม่ใช่ทางเข้าป่าที่สวยงามหรือร่มรื่นอย่างที่เขาเคยจินตนาการไว้ แต่เป็นเพียงช่องว่างระหว่างซากอาคารสองหลังที่พังทลายลงมา และเบื้องหน้าของช่องว่างนั้น คือแนวต้นไม้ที่ดูหนาทึบพอสมควร
แต่สิ่งที่ทำให้อัคราชะงักงัน คือภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเขา…
กลุ่มคนจำนวนหนึ่งกำลังยืนรวมตัวกันอยู่ใกล้กับทางเข้าป่า ท่ามกลางความโกลาหล พวกเขามีทั้งผู้หญิง เด็ก และคนชรา ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวังและความหวาดกลัว
แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้น คือกลุ่มทหารสวมชุดเกราะสีดำอันเป็นเอกลักษณ์ของศัตรู กำลังยืนล้อมพวกเขาไว้!
“แย่แล้ว…” อัคราพึมพำ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงได้กลิ่นควันและเสียงการต่อสู้จางๆ มาตลอดทาง
“หยุดอยู่ตรงนั้น! ไม่ว่าใครก็ตาม!” เสียงตะโกนดังขึ้นจากกลุ่มทหาร พวกเขาสังเกตเห็นอัคราที่กำลังย่องเข้ามา
อัคราหยุดชะงัก เขาหลับตาลงสูดอากาศที่เจือด้วยกลิ่นอายแห่งความแค้น กลิ่นอายแห่งความพินาศ
“เจ้าพวก… สวะ…” อัคราเปล่งเสียงออกมาอย่างเยือกเย็น เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านขึ้นในตัว
“ใครกล้า… หาญ… มายุ่งกับ… แผนการของข้า!” เสียงดังมาจากกลุ่มทหาร เป็นเสียงของหัวหน้าหน่วย
อัคราลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น
“ข้า… อัครา… มาทวงคืน… สิ่งที่พวกเจ้า… พรากไป!”
เขาคำรามเสียงดัง ก่อนจะทะยานเข้าใส่กลุ่มทหารอย่างไม่ลังเล
การต่อสู้ครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองที่กำลังจะดับสูญ และท่ามกลางกลุ่มคนที่กำลังรอคอยความหวัง…
อัคราจะสามารถฝ่าวงล้อมของศัตรู ไปช่วยผู้คนเหล่านั้นได้หรือไม่? และนาราล่ะ… เธอจะสามารถรวมกลุ่มผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ได้ทันเวลาหรือไม่? ชะตากรรมของทุกคนแขวนอยู่บนเส้นด้าย…

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก