ควันสีดำทึบยังคงปะทุขึ้นราวกับพายุหมุนที่มองไม่เห็น บดบังแสงสุริยาจนผืนดินใต้ฝ่าเท้าของอัคราถูกอาบไล้ด้วยเงาแห่งความสิ้นหวัง ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ราวกับกรงเล็บอันแหลมคมกำลังฉีกกระชากทุกอณูเซลล์ แต่ท่ามกลางสมรภูมิที่ถูกเผาไหม้ อัคราไม่ยอมแพ้ สัญชาตญาณนักรบที่ฝังลึกในสายเลือดของเขายังคงคำราม ตื่นตัวเรียกร้องให้ลุกขึ้นสู้เพื่อลมหายใจ เพื่อชีวิตที่ยังคงหลงเหลืออยู่
"ไม่... ข้ายังไม่ตาย" เสียงของเขาแหบพร่าแทบจะกลืนหายไปกับเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านซากปรักหักพัง มือแกร่งที่เต็มไปด้วยเลือดและฝุ่นกำแน่นเข้าหากัน ประสานกับความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตรอด ร่างกายที่ระบมราวกับถูกบดขยี้กลับส่งสัญญาณตอบสนองอย่างน่าประหลาด ภาพความพินาศเบื้องหน้ายังคงคมชัดในมโนสำนึก ตึกระฟ้าที่เคยตั้งตระหง่านราวกับยักษ์ใหญ่ บัดนี้กลายเป็นเพียงซากโครงเหล็กที่บิดเบี้ยว แสงไฟจากยานแม่ของศัตรูที่ยังคงส่องสว่างอยู่เบื้องบน ราวกับดวงตาของอสูรกายที่จ้องมองลงมา
"ต้องไปให้ถึงป่า..." เสียงของเขากระซิบแผ่วเบา ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ราวกับแสงไฟริบหรี่ในคืนอันมืดมิด ป่าคือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ หวังว่าจะใช้มันเป็นที่กำบัง หลบซ่อนจากสายตาของศัตรู และอาจจะ... อาจจะหาทางตอบโต้กลับ
ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย อัคราพยุงร่างอันบอบช้ำของตนเองให้ยืนขึ้นได้ ขาที่สั่นเทาเกือบจะทรุดลงอีกครั้ง แต่ภาพของครอบครัวที่จากไป ภาพของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องสังเวยชีวิตไปกับสงครามครั้งนี้ เป็นเหมือนเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเขาให้ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เขาคาดว่าจะเป็นชายป่า
การเคลื่อนที่แต่ละครั้งเต็มไปด้วยความทรมาน กล้ามเนื้อทุกมัดปวดระบมราวกับถูกฉีกขาด กระดูกที่อาจจะร้าวส่งเสียงครืดคราดเบาๆ ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว แต่จิตใจของเขากลับแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็น เขาบังคับร่างกายให้ก้าวไปข้างหน้า ทีละก้าว ทีละก้าว ผ่านเศษซากอาคารที่พังทลาย ถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ และซากรถที่ไหม้เกรียม
"ที่นี่... มันไม่ใช่ที่ของมนุษย์อีกต่อไปแล้ว" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงสะท้อนก้องในความเงียบที่ปกคลุมเมืองแห่งความตาย
เมื่อเดินมาได้ระยะหนึ่ง อัคราก็เริ่มสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม อากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อย และกลิ่นควันไฟก็เจือจางลง แทนที่ด้วยกลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง และกลิ่นอายของธรรมชาติที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา เขารู้ว่ากำลังเข้าใกล้ชายป่า
"ใกล้แล้ว... เกือบจะถึงแล้ว" กำลังใจที่เต็มเปี่ยมขึ้นมาอีกครั้ง
แต่แล้ว รัศมีของยานแม่ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แสงสีฟ้าอมม่วงพุ่งลงมายังพื้นดิน ห่างจากอัคราไม่ถึงร้อยเมตร เกิดการระเบิดรุนแรง เปลวเพลิงและสะเกล็ดโลหะปลิวกระจายไปทั่ว เขาต้องรีบหาที่กำบังทันที
"บัดซบ!" อัคราสบถ พลางซุกตัวหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ เขาก้มตัวลงต่ำ พยายามให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนใดของร่างกายโผล่พ้นออกมา
เมื่อเสียงการระเบิดสงบลง เขาก็เงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจของเขาบีบรัด
เบื้องหน้าของเขา ไม่ใช่ชายป่าตามที่คาดไว้ แต่เป็นกำแพงหมอกสีขาวขุ่นที่ลอยสูงขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ มันไม่ใช่หมอกธรรมดา แต่เป็นหมอกที่มีประกายสีเขียวมรกตระยิบระยับอยู่ภายใน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตลี้ลับที่ซ่อนตัวอยู่ภายในนั้น
"นี่มันอะไรกัน?" อัคราพึมพำด้วยความสงสัยและความหวาดระแวง
เขาค่อยๆ ยื่นมือออกไปสัมผัสหมอกนั้น มันเย็นเฉียบ และมีความหนืดเล็กน้อย ราวกับกำลังสัมผัสกับของเหลวที่มองไม่เห็น
"มันเหมือน... ลวงตา" ความรู้สึกบางอย่างบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่ป่า แต่เป็นสิ่งลวงตาที่ศัตรูสร้างขึ้นเพื่อปิดบังบางสิ่งบางอย่าง หรืออาจจะเพื่อล่อลวงเขา
แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น อัคราก็ตัดสินใจที่จะก้าวเข้าไปในม่านหมอกนั้น เขารู้ดีว่ามันอาจจะเป็นอันตราย แต่การหยุดอยู่กับที่เท่ากับการรอความตาย
"เอาวะ... อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าข้างในมีอะไร" ด้วยความคิดที่เด็ดเดี่ยว เขาค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในม่านหมอกสีเขียวมรกต
ทันทีที่ก้าวเข้าไป โลกทั้งใบของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ภาพเมืองที่ถูกทำลายหายไปสิ้นสิ้น แทนที่ด้วยภาพของป่าทึบที่ดูราวกับจริงทุกประการ ต้นไม้สูงใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วบริเวณ แสงแดดส่องลอดลงมาเป็นลำๆ สร้างเงาที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างมีชีวิตชีวา เสียงนกร้องแว่วมาเป็นระยะ เสียงแมลงร้องระงม และกลิ่นดินชื้นๆ โชยมาแตะจมูก
"นี่มัน... ป่าจริงหรือ?" อัคราถามตัวเองด้วยความประหลาดใจ
เขาเดินสำรวจไปรอบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างดูสมจริงจนน่าขนลุก แม้แต่เศษใบไม้ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดินก็ดูมีรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบ เขาลองใช้มีดที่เหน็บเอวฟันลงไปที่ต้นไม้ ต้นไม้ก็ตอบสนองราวกับเป็นต้นไม้จริง
"มันหลอกลวงได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?" ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว
เขาเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ แต่ยิ่งเดินเข้าไปเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
"ทำไม... มันเงียบเกินไป" เขาหยุดนิ่ง สังเกตการณ์ไปรอบๆ
ปกติแล้ว ป่าที่สมบูรณ์ควรจะมีเสียงของสัตว์ป่ามากกว่านี้ เสียงลมพัดผ่านใบไม้ควรจะดังกว่านี้ แต่ที่นี่... มันเงียบสงัดจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของเขาที่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งเท่านั้นที่ดังขึ้น
"หรือว่า... ทุกอย่างที่เห็นมันเป็นแค่ภาพลวงตา?"
เขาลองปิดตาลง หวังว่าเมื่อลืมตาขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับสู่ความเป็นจริง แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้น ภาพป่าทึบก็ยังคงปรากฏอยู่ตรงหน้า
"ไม่... ข้าคงคิดมากไปเอง" เขาพยายามปลอบตัวเอง
แต่แล้ว เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติอยู่บนพื้นดิน
"นั่นมัน..."
เขาเดินเข้าไปใกล้ สิ่งที่เขาเห็นคือรอยเท้าที่ปรากฏอยู่บนพื้นดิน รอยเท้าเหล่านั้นไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ แต่เป็นรอยเท้าของสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างคล้ายกิ้งก่าขนาดใหญ่ มีเล็บแหลมคม และมีรอยขูดขีดเป็นทางยาว
"นี่มัน... สัตว์ประหลาดของพวกนั้น!"
ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจของเขา เขารู้ดีว่าป่าแห่งนี้ไม่ใช่ป่าธรรมดา แต่มันคือสนามล่าของพวกศัตรู
"ข้าต้องระวังตัวให้มากกว่านี้"
เขายกปืนขึ้นประทับ เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ เขากระชับปืนให้แน่นขึ้น สัมผัสของโลหะเย็นเฉียบปลอบประโลมจิตใจที่เริ่มสั่นคลอน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง อัคราหันกลับไปอย่างรวดเร็ว
เบื้องหน้าของเขา คือร่างสูงใหญ่ของสิ่งมีชีวิตคล้ายกิ้งก่า ดวงตาสีแดงก่ำจ้องมองมาที่เขาอย่างอาฆาต ผิวหนังของมันเป็นเกล็ดสีดำเงา สะท้อนแสงแดดที่ส่องลอดลงมา ปากของมันอ้าออก เผยให้เห็นฟันแหลมคมที่เรียงรายราวกับใบเลื่อย
"มาแล้วสินะ..." อัคราพึมพำ
มันคือสัตว์ร้ายที่เขาเคยเผชิญหน้ามาแล้ว มันคือหนึ่งในอาวุธชีวภาพที่พวกศัตรูสร้างขึ้น
"แกจะมาขวางทางข้าไม่ได้!" อัคราตะโกน กราดยิงใส่สัตว์ร้ายอย่างไม่ลังเล
กระสุนพุ่งเข้าปะทะกับเกล็ดสีดำของมัน แต่กลับกระเด็นออกไปโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใดๆ เลย
"บ้าจริง!" อัคราสบถ
สัตว์ร้ายส่งเสียงร้องคำราม พุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วที่น่าตกใจ อัคราต้องรีบหลบหลีก กลิ้งตัวหลบไปด้านข้าง ท่ามกลางใบไม้ที่ปลิวว่อน
"มันแข็งแกร่งเกินไป!"
เขารู้ดีว่าการยิงปืนใส่เป็นวิธีที่ไม่ได้ผล เขาต้องหาวิธีอื่น
"ต้องหาจุดอ่อนของมัน!"
ขณะที่สัตว์ร้ายกำลังหมุนตัวกลับมา อัคราก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่คอของมัน มีรอยแผลเป็นสีดำขนาดใหญ่ ราวกับเคยได้รับบาดเจ็บรุนแรงมาก่อน
"นั่นไง! จุดอ่อนของมัน!"
เขาตั้งใจเล็งปืนไปที่รอยแผลเป็นนั้น และเหนี่ยวไกอีกครั้ง
คราวนี้ กระสุนเจาะทะลุเกล็ดสีดำเข้าไปในรอยแผลเป็น สัตว์ร้ายส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันสั่นเทา และล้มลงไปกองกับพื้น
"สำเร็จ!" อัคราถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่แล้ว เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงฝีเท้าเดียว แต่เป็นเสียงฝีเท้าจำนวนมาก กำลังวิ่งเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
"ไม่นะ..."
เขาหันไปมอง และสิ่งที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัว
เบื้องหน้าของเขา คือฝูงสัตว์ร้ายจำนวนนับไม่ถ้วน ที่กำลังวิ่งกรูกันเข้ามาหาเขา พวกมันมีขนาดแตกต่างกันไป ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าสุนัข ไปจนถึงขนาดใหญ่เท่ารถบรรทุก
"งานเข้าแล้วสิ..." อัคราพึมพำ
เขาตระหนักได้ว่า นี่คือกับดักที่พวกศัตรูวางไว้ ป่าลวงตานี้ไม่ใช่ที่ให้เขาหลบซ่อน แต่เป็นสนามประลองที่จะให้เขาต้องต่อสู้จนสิ้นลม
"ข้าจะต้องผ่านมันไปให้ได้!"
ด้วยความมุ่งมั่น อัคราเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์ร้าย เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าสู่การต่อสู้อันดุเดือดนั้น เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังฝูงสัตว์ร้าย
มันคือโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ ราวกับเป็นบ้านของพวกมัน โครงสร้างนั้นมีลักษณะเป็นเหมือนรังผึ้งขนาดใหญ่ มีแสงสีฟ้าอมม่วงส่องประกายออกมาจากภายใน
"นั่นมัน... ยานแม่?"
อัคราตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคาดคิดว่ายานแม่ของศัตรูจะซ่อนตัวอยู่ในป่าแห่งนี้
"ข้าจะต้องเข้าไปที่นั่นให้ได้"
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว หากเขาเข้าไปที่ยานแม่ได้ เขาอาจจะมีโอกาสที่จะยุติสงครามนี้ได้
แต่ก่อนอื่น... เขาต้องเอาชีวิตรอดจากฝูงสัตว์ร้ายนี่ให้ได้เสียก่อน
อัครากำปืนแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมของตนเอง
การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในป่าลวงตา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... และการเดินทางสู่ยานแม่ของศัตรูก็ยังอีกยาวไกล

เพลิงกาฬผลาญพสุธา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก